Shopee
เจลาติน 250 บูม Gelatin สารทำให้ข้นหนืด ใช้ทำ ไอศกรีม เยลลี่ กัมมี่ และอื่นๆ 100 กรัม - 500 กรัม
4.9
ขายแล้ว 10 ชิ้น
฿177
Rvada ตรวจสอบราคา
มีประวัติขาย 10 ชิ้น เรตติ้ง 4.88★
ราคานี้อยู่ที่ประมาณ 41% ของราคาเฉลี่ยสินค้าหมวดเดียวกัน (เทียบจากฐานข้อมูลกว่า 1.5 ล้านรายการ)
พาทำกิน พาทำขาย
แบรนด์:
NoBrand
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
เจลาติน 250 บลูม (จีน) Gelatin 250 Bloom (China)
ข้อมูลสินค้า "เจลาติน (Gelatin) มีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาลอ่อน เมื่อนำผงเจลาตินมาอุ่นด้วยน้ำที่อุณหภูมิประมาณ 32 องศาเซลเซียส มันจะหลอมกลายเป็นของเหลวหนืด ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น ของเหลวจะเซ็ตตัวกลายเป็นเจล (ลักษณะคล้ายเยลลี่)
ด้วยคุณสมบัติที่มีความนุ่ม ยืดหยุ่น และความสามารถในการค่อยๆละลายในปากจึงทำให้เจลาตินกลายเป็นส่วนประกอบในอาหารที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง ใน เยลลี่ ชอคโกแล็ต หมากฝรั่ง กัมมี่ และของหวานชนิดอื่นๆ อีกมากมาย ประกอบกับคุณสมบัติที่สามารถก่อให้เกิดเป็นโฟมและความทนต่อแรงตึงผิวอย่างเป็นเลิศจึงทำให้มีการนำมาใช้เป็นส่วนประกอบใน มาร์ชเมลโล (Marshmallow) ท๊อฟฟี่ (Toffee) และซูเฟล (Souffles) และด้วยคุณสมบัติยึดเกาะที่เหนียวมากจึงช่วยเป็นตัวประสาน (Binder) ในแฮมและไส้กรอกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเจลาตินยังเป็นส่วนประกอบของอาหารประเภทอื่นๆ เช่น ไอศกรีม น้ำผลไม้ ไวน์ และอาหารอื่นๆอีกมากมาย คุณสมบัติของเจลาตินที่ใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารชนิดต่างๆ จะแตกต่างกันไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใช้และการใช้งาน แต่โดยปกติแล้วเจลาตินมีความแข็งของเจลอยู่ที่ 80 ถึง 280 บลูม (Bloom) และมีความหนืดอยู่ที่ 20 ถึง 45 mps ในกรณีของขนมมาร์เมลโล หรือ เยลลี่ จะใช้เจลาตินมากกว่า 200 บลูม"
อัตราการใช้ ขึ้นอยู่กับสูตรของอาหารแต่ละประเภท
อัตราส่วนทั่วไป:
โดยทั่วไปจะใช้เจลาตินผงในอัตราส่วน 1-2.5% ต่อน้ำหนักของเหลวทั้งหมด
หากต้องการเนื้อสัมผัสที่แข็งขึ้น อาจเพิ่มปริมาณเจลาติน
วิธีใช้ ใส่ในส่วนผสมเมื่อต้องการผสมหรือตีส่วนผสมให้เข้ากัน ละลายในน้ำอุ่นก่อนนำมาใช้งาน
การเก็บรักษา ควรเก็บในภาชนะปิดสนิท ไม่มีความชื้นและแสงแดด ในอุณภมิห้องปกติ
เจลาตินถูกใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด เพื่อปรับปรุงเนื้อสัมผัส ความคงตัว และรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์:
ขนมหวาน:
เยลลี่, กัมมี่แบร์, ลูกอมเคี้ยวหนึบ: เป็นสารก่อเจลหลักที่ทำให้ขนมมีเนื้อสัมผัสเด้งดึ๋ง นุ่มนิ่ม และคงรูป
มาชแมลโลว์, นูกัต: ช่วยเพิ่มความฟูเบาและความหนืด
พุดดิ้ง, มูส, คัสตาร์ด: ทำให้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มและคงตัว
ไอศกรีม: ช่วยป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็ง ทำให้ไอศกรีมมีเนื้อสัมผัสเนียนละเอียด ลดการละลายช้า และคงตัวได้ดี
แยม, ซีเรียลบาร์: ช่วยเพิ่มความหนืดและคงตัว
ผลิตภัณฑ์นม:
โยเกิร์ต, นมเปรี้ยว: ช่วยเป็นสารคงตัว ป้องกันการแยกชั้น ทำให้เนื้อสัมผัสเนียนขึ้น
เนยแข็งชนิดนิ่ม (Soft Cheese), ครีมชีส: ช่วยเพิ่มความคงตัวและเนื้อสัมผัส
ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป:
ไส้กรอก, แฮม, อาหารกระป๋อง: ใช้เป็นสารก่อเจลและสารประสาน ช่วยกักเก็บน้ำและไขมัน ทำให้เนื้อสัมผัสดีขึ้น
ซอสและซุป:
ซุป, ซอส, น้ำสลัด: ใช้เป็นสารเพิ่มความข้นและสารคงตัว ทำให้เนื้อสัมผัสข้นเนียน ไม่แยกชั้น
การเคลือบผิว:
เคลือบขนม, เค้กแช่แข็ง, ช็อกโกแลต, หมากฝรั่ง: ช่วยเคลือบผิวให้เงางาม ป้องกันความชื้น และรักษาความสดใหม่
#ผงเจลาติน #ผงทำเยลลี่ #ชอคโกแล็ต #หมากฝรั่ง #กัมมี่ #ขนมมาร์เมลโล
ข้อมูลสินค้า "เจลาติน (Gelatin) มีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาลอ่อน เมื่อนำผงเจลาตินมาอุ่นด้วยน้ำที่อุณหภูมิประมาณ 32 องศาเซลเซียส มันจะหลอมกลายเป็นของเหลวหนืด ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น ของเหลวจะเซ็ตตัวกลายเป็นเจล (ลักษณะคล้ายเยลลี่)
ด้วยคุณสมบัติที่มีความนุ่ม ยืดหยุ่น และความสามารถในการค่อยๆละลายในปากจึงทำให้เจลาตินกลายเป็นส่วนประกอบในอาหารที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง ใน เยลลี่ ชอคโกแล็ต หมากฝรั่ง กัมมี่ และของหวานชนิดอื่นๆ อีกมากมาย ประกอบกับคุณสมบัติที่สามารถก่อให้เกิดเป็นโฟมและความทนต่อแรงตึงผิวอย่างเป็นเลิศจึงทำให้มีการนำมาใช้เป็นส่วนประกอบใน มาร์ชเมลโล (Marshmallow) ท๊อฟฟี่ (Toffee) และซูเฟล (Souffles) และด้วยคุณสมบัติยึดเกาะที่เหนียวมากจึงช่วยเป็นตัวประสาน (Binder) ในแฮมและไส้กรอกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเจลาตินยังเป็นส่วนประกอบของอาหารประเภทอื่นๆ เช่น ไอศกรีม น้ำผลไม้ ไวน์ และอาหารอื่นๆอีกมากมาย คุณสมบัติของเจลาตินที่ใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารชนิดต่างๆ จะแตกต่างกันไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใช้และการใช้งาน แต่โดยปกติแล้วเจลาตินมีความแข็งของเจลอยู่ที่ 80 ถึง 280 บลูม (Bloom) และมีความหนืดอยู่ที่ 20 ถึง 45 mps ในกรณีของขนมมาร์เมลโล หรือ เยลลี่ จะใช้เจลาตินมากกว่า 200 บลูม"
อัตราการใช้ ขึ้นอยู่กับสูตรของอาหารแต่ละประเภท
อัตราส่วนทั่วไป:
โดยทั่วไปจะใช้เจลาตินผงในอัตราส่วน 1-2.5% ต่อน้ำหนักของเหลวทั้งหมด
หากต้องการเนื้อสัมผัสที่แข็งขึ้น อาจเพิ่มปริมาณเจลาติน
วิธีใช้ ใส่ในส่วนผสมเมื่อต้องการผสมหรือตีส่วนผสมให้เข้ากัน ละลายในน้ำอุ่นก่อนนำมาใช้งาน
การเก็บรักษา ควรเก็บในภาชนะปิดสนิท ไม่มีความชื้นและแสงแดด ในอุณภมิห้องปกติ
เจลาตินถูกใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด เพื่อปรับปรุงเนื้อสัมผัส ความคงตัว และรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์:
ขนมหวาน:
เยลลี่, กัมมี่แบร์, ลูกอมเคี้ยวหนึบ: เป็นสารก่อเจลหลักที่ทำให้ขนมมีเนื้อสัมผัสเด้งดึ๋ง นุ่มนิ่ม และคงรูป
มาชแมลโลว์, นูกัต: ช่วยเพิ่มความฟูเบาและความหนืด
พุดดิ้ง, มูส, คัสตาร์ด: ทำให้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มและคงตัว
ไอศกรีม: ช่วยป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็ง ทำให้ไอศกรีมมีเนื้อสัมผัสเนียนละเอียด ลดการละลายช้า และคงตัวได้ดี
แยม, ซีเรียลบาร์: ช่วยเพิ่มความหนืดและคงตัว
ผลิตภัณฑ์นม:
โยเกิร์ต, นมเปรี้ยว: ช่วยเป็นสารคงตัว ป้องกันการแยกชั้น ทำให้เนื้อสัมผัสเนียนขึ้น
เนยแข็งชนิดนิ่ม (Soft Cheese), ครีมชีส: ช่วยเพิ่มความคงตัวและเนื้อสัมผัส
ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป:
ไส้กรอก, แฮม, อาหารกระป๋อง: ใช้เป็นสารก่อเจลและสารประสาน ช่วยกักเก็บน้ำและไขมัน ทำให้เนื้อสัมผัสดีขึ้น
ซอสและซุป:
ซุป, ซอส, น้ำสลัด: ใช้เป็นสารเพิ่มความข้นและสารคงตัว ทำให้เนื้อสัมผัสข้นเนียน ไม่แยกชั้น
การเคลือบผิว:
เคลือบขนม, เค้กแช่แข็ง, ช็อกโกแลต, หมากฝรั่ง: ช่วยเคลือบผิวให้เงางาม ป้องกันความชื้น และรักษาความสดใหม่
#ผงเจลาติน #ผงทำเยลลี่ #ชอคโกแล็ต #หมากฝรั่ง #กัมมี่ #ขนมมาร์เมลโล