Shopee
หนังสือ พุทธวจนเล่มเล็ก หมวดธรรม เปิดธรรมที่ถูกปิด ฉบับที่ 20 เรื่อง : สังโยชน์ ขนาด Pocket Book 12 x 17 x 2 cm
4.9
ขายแล้ว 1 ชิ้น
0 ครั้ง
฿110
krobjakkrawan
แบรนด์:
NoBrand
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
รายละเอียดสินค้า
** รายได้นำไปเพื่อเผยแผ่พุทธวจนต่อไป หนังสือ พุทธวจน จากตถาคต จากพระโอษฐ์ **
ฉบับที่ ๒๐ พุทธวจน หมวดธรรม @ เปิดธรรมที่ถูกปิด : สังโยชน์
หนังสือ ขนาด Pocket Book กว้าง*ยาว*สูง [ 12 x 17 x 2 ] cm
จำนวน 110 หัวเรื่อง
ทั้งหมดจำนวน 311 หน้า
คำนำ ความกำาหนัดด้วยอำานาจความพอใจในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
ชื่อว่า สังโยชน์ เราไม่มองเห็นสังโยชน์อื่นแม้อย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อ สัตว์ทั้งหลายถูกสังโยชน์ผูกมัดแล้ว
ย่อมแล่นไป ย่อม ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ ตลอดกาลยืดยาวนานถึงเพียงนี้ เหมือนอย่างตัณหาสังโยชน์
พราะวา่สตัวท์ง้ัหลายทถ่ีกูสงัโยชน ์คือ ตัณหาผูมัดแล้ว ย่อมแล่นไปท่องเที่ยวไป ตลอดกาลยืดยาวนาน
สัตว์เหล่านั้น ได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ ได้เพิ่มพูนปฐพี ที่เป็นป่าช้าตลอดกาลนานเหมือนอย่างนี้
ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ก็พอแล้วเพื่อจะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง พอแล้วเพื่อจะ คลายกำาหนัด พอแล้วเพื่อจะหลุดพ้น
พุทธวจน ฉบับ สังโยชน์ เป็นการรวบรวมตถาคตภาษิต
โดยร้อยเรียงข้อธรรมตามสุคตวนิโย อันเกี่ยวข้องกับสังโยชน์ไว้
ทั้งลักษณะของสังโยชน์ สังโยชน์เป็นอย่างไร การเกิดขึ้นของสังโยชน์
โทษของสังโยชน์ และข้อปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์
เพื่อให้ผู้ที่เสพคบจะก้าวลงสู่หนทางแห่งความถูกต้อง ก้าวลงสู่ภูมิแห่งสัปบุรุษ ล่วงพ้นปุถุชนภูมิ
อันเป็นเหตุให้พ้นจาก นรก กำาเนิดเดรัจฉาน หรือเปรตวิสัยและเป็นยาถ่ายอันเป็นอริยะ ที่ได้ผลโดยส่วนเดียว
ไม่มีที่จะไม่ได้ผล เป็นยาถ่ายซึ่งอาศัยแล้ว สัตว์ที่มีความเกิด ความแก่ความเจ็บ ความตาย มีโสกะปริเทวะ ทุกขะโทมนัส อุปายะสะทั้งหลายเป็นธรรมดา จะพ้นจากความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย โสกะปริเทวะ ทุกขะโทมนัสอุปายาสะทั้งหลาย
และเมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหา เป็นเครื่องผูก ได้เจริญอานาปานสติสมาธิ ซึ่งเมื่อเจริญ แล้ว ทำให้มากแล้ว จะเป็นไปเพื่อการละสังโยชน์ทั้งหลาย เพราะเหตุว่าการเจริญอานาปานสติ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ
ตถาคตล่าวว่าเป็นผู้ไม่เหินห่างจากฌาณ ทำาตามคำสอน ของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท และมีอมตะ คือ ความสิ้นไป แห่ง ราคะ ความสิ้นไปแห่งโทสะ ความสิ้นไปแห่งโมหะ
เป็นที่สุดจบ ส่วนอริยสาวกเหล่าใด ละโมหะได้แล้ว ทำาลายกอง แห่งความมืดได้แล้ว ย่อมไม่ต้องท่องเที่ยวไปอีก เพราะ อวิชชาอันเป็นต้นเหตุ ย่อมไม่มีแก่อริยสาวกเหล่านั้น ถ้าเราไม่พึงมี ถ้าเราจักไม่มี ของ ก็จักไม่มี ดังนี้.
ฉบับที่ ๒๐ พุทธวจน หมวดธรรม @ เปิดธรรมที่ถูกปิด : สังโยชน์
หนังสือ ขนาด Pocket Book กว้าง*ยาว*สูง [ 12 x 17 x 2 ] cm
จำนวน 110 หัวเรื่อง
ทั้งหมดจำนวน 311 หน้า
คำนำ ความกำาหนัดด้วยอำานาจความพอใจในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
ชื่อว่า สังโยชน์ เราไม่มองเห็นสังโยชน์อื่นแม้อย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อ สัตว์ทั้งหลายถูกสังโยชน์ผูกมัดแล้ว
ย่อมแล่นไป ย่อม ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ ตลอดกาลยืดยาวนานถึงเพียงนี้ เหมือนอย่างตัณหาสังโยชน์
พราะวา่สตัวท์ง้ัหลายทถ่ีกูสงัโยชน ์คือ ตัณหาผูมัดแล้ว ย่อมแล่นไปท่องเที่ยวไป ตลอดกาลยืดยาวนาน
สัตว์เหล่านั้น ได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ ได้เพิ่มพูนปฐพี ที่เป็นป่าช้าตลอดกาลนานเหมือนอย่างนี้
ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ก็พอแล้วเพื่อจะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง พอแล้วเพื่อจะ คลายกำาหนัด พอแล้วเพื่อจะหลุดพ้น
พุทธวจน ฉบับ สังโยชน์ เป็นการรวบรวมตถาคตภาษิต
โดยร้อยเรียงข้อธรรมตามสุคตวนิโย อันเกี่ยวข้องกับสังโยชน์ไว้
ทั้งลักษณะของสังโยชน์ สังโยชน์เป็นอย่างไร การเกิดขึ้นของสังโยชน์
โทษของสังโยชน์ และข้อปฏิบัติเพื่อละสังโยชน์
เพื่อให้ผู้ที่เสพคบจะก้าวลงสู่หนทางแห่งความถูกต้อง ก้าวลงสู่ภูมิแห่งสัปบุรุษ ล่วงพ้นปุถุชนภูมิ
อันเป็นเหตุให้พ้นจาก นรก กำาเนิดเดรัจฉาน หรือเปรตวิสัยและเป็นยาถ่ายอันเป็นอริยะ ที่ได้ผลโดยส่วนเดียว
ไม่มีที่จะไม่ได้ผล เป็นยาถ่ายซึ่งอาศัยแล้ว สัตว์ที่มีความเกิด ความแก่ความเจ็บ ความตาย มีโสกะปริเทวะ ทุกขะโทมนัส อุปายะสะทั้งหลายเป็นธรรมดา จะพ้นจากความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย โสกะปริเทวะ ทุกขะโทมนัสอุปายาสะทั้งหลาย
และเมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหา เป็นเครื่องผูก ได้เจริญอานาปานสติสมาธิ ซึ่งเมื่อเจริญ แล้ว ทำให้มากแล้ว จะเป็นไปเพื่อการละสังโยชน์ทั้งหลาย เพราะเหตุว่าการเจริญอานาปานสติ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ
ตถาคตล่าวว่าเป็นผู้ไม่เหินห่างจากฌาณ ทำาตามคำสอน ของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท และมีอมตะ คือ ความสิ้นไป แห่ง ราคะ ความสิ้นไปแห่งโทสะ ความสิ้นไปแห่งโมหะ
เป็นที่สุดจบ ส่วนอริยสาวกเหล่าใด ละโมหะได้แล้ว ทำาลายกอง แห่งความมืดได้แล้ว ย่อมไม่ต้องท่องเที่ยวไปอีก เพราะ อวิชชาอันเป็นต้นเหตุ ย่อมไม่มีแก่อริยสาวกเหล่านั้น ถ้าเราไม่พึงมี ถ้าเราจักไม่มี ของ ก็จักไม่มี ดังนี้.