เหล็กม่วง Liber-SP เวสโก้ Fe-EDDHA 6%ขนาด 1 กิโลกรัม คีเลต ธาตุอาหารเหล็ก ของแท้! จากอังกฤษ
Shopee

เหล็กม่วง Liber-SP เวสโก้ Fe-EDDHA 6%ขนาด 1 กิโลกรัม คีเลต ธาตุอาหารเหล็ก ของแท้! จากอังกฤษ

5.0
ขายแล้ว 29 ชิ้น 0 ครั้ง
฿590
Duang Tawan Shop
แบรนด์: Wesco(เวสโก้)
ซื้อที่ Shopee

คุณจะถูกนำไปยัง Shopee

รายละเอียดสินค้า

ผงจุลธาตุเหล็กคีเลตอีดีดีเอชเอ 6% เหล็กเวสโก้ (Librel EDDHA FE 6%; BASF@UK) บรรจุ 1 กิโลกรัม
Librel EDDHA FE 6% ผลิตโดย บ. BASF ประเทศอังกฤษ ประกอบด้วยธาตุเหล็กในรูป EDDHA คีเลต 6%

เวสโก้ เหล็ก อีดีดีเอชเอ เป็นปุ๋ยธาตุอาหารเสริมในรูปคีเลต อีดีดีเอชเอ (EDDHA) ที่สามารถทนสภาพความเป็นกรด ด่าง ได้มากกว่าเหล็กในรูปปกติทั่วไป ละลายน้ำได้เร็ว และสวามารถดูดซึมไปใช้ได้ทั้งทางรากและทางใบ สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็วภายในต้นพืช

ใช้สำหรับ
1. ละลายน้ำเพื่อเป็นธาตุอาหารสำหรับการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics)
2. ละลายน้ำเพื่อฉีดพ่นพืชโดยตรง โดยพืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารผ่านทางใบและสามารถนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันอาการขาดธาตุเหล็กของพืชทุกชนิด

ธาตุเหล็ก
เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของคลอโรฟิลล์ ซึ่งมีความสำคัญในกระบวนการสังเคาระห์แสงของพืช และมีความจำเป็นต่อการทำงานของเอนไซม์หลายชนิดในพืช ทำให้พืชเติบโตได้ดีและมีผลผลิตมากขึ้น

อัตราการใช้
พืชผักและไม้ตัดดอก ใช้ 4-20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
ไม้ผล ใช้ 160-400 กรัม ต่อพื้นที่ปลูก 1 ไร่
พืชไร่ ใช้ 160-400 กรัม ต่อพื้นที่ปลูก 1 ไร่


หมายเหตุ
ในการฉีดพ่น ควรฉีดพ่นช่วงเช้าหรือเย็น ที่แดดไม่จัด อากาศไม่ร้อน ลมไม่พัดแรงและคาดว่าฝนจะฝนตก ต้นพืชต้องไม่เหี่ยวเฉาหรือขาดน้ำ
ฉีดพ่นเป็นละอองเล็กๆ พอเปียกทั่วใบและทุกส่วนของพืช ไม่ควรฉีดพ่นจนเปียกโชก เพราะจะเป็นการสูญเสียปุ๋ยโดยไม่จำเป็น และไม่ควรใช้เกินอัตราที่กำหนด



ใช้สำหรับ
1. ละลายน้ำเพื่อเป็นธาตุอาหารสำหรับการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics)
2. ละลายน้ำเพื่อฉีดพ่นพืชโดยตรง โดยพืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารผ่านทางใบและสามารถนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหมาะสำหรับพืชที่ขาดธาตุเหล็ก ช่วยในการสังเคราะห์แสง สร้างเนื้อ ทำให้พืชแข็งแรง

คีเลต คือ
สารประกอบที่เกิดจากการจับตัวกันของอะตอมเชิงเดี่ยว (ธาตุอาหาร) กับ สารที่ทำงานเป็นคีเลตติ้งเอเจนต์ (EDTA)
สารที่ทำงานเป็นคีเลตติ้งเอเจนต์ (EDTA) นี้จะจับกับธาตุอาหารและหุ้มธาตุอาหารไว้เพื่อทำให้อนุภาคของธาตุอาหารไม่ถูกยึดอยู่กับดิน เป็นผลให้เพิ่มการเคลื่อนย้ายของธาตุอาหารและทำให้ธาตุอาหารพร้อมสำหรับการดูดซึมของพืชได้มากขึ้น



ประโยชน์ของธาตุอาหารในรูปคีเลต
1. ช่วยป้องกันปัญหาการขาดธาตุอาหารรอง
2. ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดธาตุอาหารรอง
3. ช่วยป้องกันธาตุอาหารจากปฏิกิริยาระหว่างฟอสเฟตกับดิน
4. ช่วยเคลื่อนย้ายธาตุอาหารไปบริเวณไรโซสเฟียร์(ดินที่เกาะอยู่ตามบริเวณรอบรากพืช)จนถึงบริเวณที่มีการดูดซึมธาตุอาหาร

การทำงานของคีเลต
1. คีเลตติ้งเอเจนต์ (EDTA) จะป้องกันอนุภาคของธาตุอาหารจากปัจจัยที่ให้เกิดการเคลื่อนที่ไม่ได้หรือปัจจัยที่ทำให้เกิดการกีดขวางในดิน
2. นอกจากจะเพิ่มความสามารถในการละลายน้ำและเพิ่มการเคลื่อนที่ได้ของธาตุอาหารในดินแล้ว คีเลตติ้งเอเจนต์ยังช่วยธาตุอาหารในการเคลื่อนย้ายไปอยู่ในไรโซสเฟียร์ (ดินที่เกาะอยู่บริเวณรากพืช) ดีขึ้น
3. คีเลตติ้งเอเจนต์จะปล่อยธาตุอาหารเข้าไปในพืชและตัวมันจะถูกดูดซืมเข้าไปในไรโซสเฟียร์ (ราก)
4. การใช้คีเลตทำให้แน่ใจว่าพืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารได้ดีที่สุด เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพเวลาเก็บเกี่ยว


ประโยชน์ของธาตุอาหารในรูปคีเลตแบบผงกับธาตุอาหารในรูปเดิมๆ
1. มีเสถียรภาพมากกว่าในดิน ธาตุอาหารที่ถูกปกป้องโดยคีเลตติ้งเอเจนต์จะไม่ทำปฏิกิริยากับธาตุอื่นๆที่อยู่ในดิน (เช่นคาร์บอนเนต, OM, สารประกอบ clay-humic เป็นต้น) ทำให้ธาตุอาหารพร้อมใช้อยู่ได้นานกว่า

2. มีเสถียรภาพมากว่าในถังผสมและระบบน้ำ
3. ได้ประสิทธิภาพที่สูงสุดด้วยปริมาณการใช้ที่ต่ำกว่า เนื่องจากธาตุอาหารในรูปคีเลตทำให้พืชสามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมด
4. ละลายน้ำได้ดีและมีความเสี่ยงต่ำกับปัญหาดินเค็ม
5. เข้าได้กับเคมีเกษตรส่วนใหญ่รวมถึงปุ๋ยทางใบ
6. ง่ายทั้งการใช้งาน การขนส่ง และการเก็บรักษา



ธาตุเหล็ก

ธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบของโปรตีน และมีบทบาทสำคัญในการปรุงอาหารของพืช ช่วยกระตุ้นให้การหายใจและการปรุงอาหารของพืชเป็นไปอย่างสมบูรณ์

อาการขาดธาตุเหล็กจะแสดงออกทั้งทางใบและทางผล อาการเริ่มแรกจะสังเกตพบว่าใบอ่อนบริเวณเส้นใบยังคงมีคามเขียว แต่พื้นใบจะเริ่มเหลืองซีด ส่วนใบแก่ยังคงมีอาการปกติ ระยะต่อมาจะเหลืองซีดทั้งใบ ขนาดใบจะเล็กลงกว่าปกติและจะร่วงไปก่อนใบแก่เต็มที่ กิ่งแห้งตาย ส่วนอาการที่เกิดขึ้นกับผลผลิตคือผลผลิตจะลดลง ขนาดของผลเล็กและผิวไม่สวย ผิวเรียบและเกรียม การขาดธาตุเหล็กยังมีผลต่อการนเจริญของยอดอ่อนด้วย

การแก้ไข ตามปกติช่งความเป็นกรด-ด่างของดินที่พืชสามารถนำธาตุเหล็กไปใช้ได้คือ ค่า pH ระหว่าง 5.5-5.6 แต่ถ้าค่า pH ต่ำกว่านี้ จะทำให้ปริมาณของธาตุเหล็กมีมากเกินไปจนก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพืชได้ ธาตุเหล็กจะไปตรึงธาตุฟอสฟอรัสไว้จนพืชไม่สามารถนำไปใช้ได้ การแก้ไขด้วยการฉีดพ่นธาตุอาหารเสริมทางใบ เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาการขาดธาตุเหล็กได้

สินค้าที่เกี่ยวข้อง