Shopee
เมล็ดข้าวโพดขาว ไวท์กรีน 50 เมล็ด
5.0
ขายแล้ว 6 ชิ้น
฿9
฿19
-53%
Rvada ตรวจสอบราคา
ราคาถูกผิดปกติ (2% ของค่าเฉลี่ยหมวด) ควรตรวจสอบร้านค้าก่อนซื้อ
เมล็ดพันธุ์บ้านสวนบุษบา
แบรนด์:
Pongphet(พงษ์เพชร)
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
การปลูกข้าวโพดสามารถทำได้ไม่ยาก และมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามวัตถุประสงค์ เช่น ข้าวโพดหวานสำหรับบริโภคสด, ข้าวโพดข้าวเหนียวสำหรับทำอาหารคาวหวาน, และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์
1. การเตรียมดิน
ไถพรวน: ควรไถพรวนดินเพื่อย่อยดินและกำจัดวัชพืช จากนั้นตากดินทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน
ปรับปรุงดิน: ผสมปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกลงในดิน เพื่อเพิ่มธาตุอาหารและความอุดมสมบูรณ์
ยกร่อง: หากต้องการปลูกเป็นแปลงใหญ่ ควรยกร่องเพื่อช่วยในการระบายน้ำ
2. การปลูก
ช่วงเวลา: ข้าวโพดสามารถปลูกได้หลายช่วงเวลา ขึ้นอยู่กับพันธุ์และสภาพพื้นที่
ต้นฤดูฝน: ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ปลายฤดูฝน: ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม
ฤดูแล้ง: ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม (ต้องมีการให้น้ำสม่ำเสมอ)
หยอดเมล็ด: หยอดเมล็ดลงในหลุมที่เตรียมไว้ หลุมละ 1-2 เมล็ด แล้วกลบดินหนาประมาณ 1-2 เซนติเมตร
ถอนแยก: เมื่อต้นข้าวโพดมีอายุประมาณ 15 วัน ควรเลือกต้นที่แข็งแรงที่สุดไว้หลุมละ 1 ต้น เพื่อให้เจริญเติบโตได้เต็มที่
3. การให้น้ำ
หลังปลูก: ให้น้ำทันทีหลังหยอดเมล็ดและหลังการใส่ปุ๋ยทุกครั้ง
ช่วงเจริญเติบโต: รดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ
ช่วงออกดอกและติดฝัก: เป็นช่วงที่ข้าวโพดต้องการน้ำมาก หากขาดน้ำในช่วงนี้จะส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก
ข้อควรระวัง: ไม่ควรให้น้ำท่วมขังเกิน 24 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้รากเน่าและต้นชะงักการเจริญเติบโต
4. การใส่ปุ๋ย
ปุ๋ยรองพื้น: ก่อนปลูก ให้ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ (เช่น 15-15-15) เพื่อบำรุงดิน
ปุ๋ยบำรุง:
ช่วงเร่งต้น (15-30 วัน): เน้นปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง
ช่วงขยายฝัก (ก่อนออกไหม-ออกดอก): ควรใส่ปุ๋ยที่มีโพแทสเซียมสูง เพื่อช่วยให้ฝักสมบูรณ์
5. การดูแลรักษา
กำจัดวัชพืช: กำจัดวัชพืชในช่วงที่ข้าวโพดยังมีขนาดเล็ก และเมื่อข้าวโพดอายุประมาณ 20 วัน
ป้องกันโรค: ระวังโรคที่เกิดจากเชื้อรา โดยเฉพาะโรคราน้ำค้าง ซึ่งควรใช้เมล็ดพันธุ์ที่ต้านทานโรคและทำความสะอาดแปลงปลูก
6. การเก็บเกี่ยว
ข้าวโพดหวาน: เก็บเกี่ยวเมื่อฝักมีขนาดใหญ่และเมล็ดเต็ม (ประมาณ 60-70 วัน)
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์: เก็บเกี่ยวเมื่อเมล็ดแก่เต็มที่และใบเริ่มแห้ง
1. การเตรียมดิน
ไถพรวน: ควรไถพรวนดินเพื่อย่อยดินและกำจัดวัชพืช จากนั้นตากดินทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน
ปรับปรุงดิน: ผสมปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกลงในดิน เพื่อเพิ่มธาตุอาหารและความอุดมสมบูรณ์
ยกร่อง: หากต้องการปลูกเป็นแปลงใหญ่ ควรยกร่องเพื่อช่วยในการระบายน้ำ
2. การปลูก
ช่วงเวลา: ข้าวโพดสามารถปลูกได้หลายช่วงเวลา ขึ้นอยู่กับพันธุ์และสภาพพื้นที่
ต้นฤดูฝน: ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ปลายฤดูฝน: ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม
ฤดูแล้ง: ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม (ต้องมีการให้น้ำสม่ำเสมอ)
หยอดเมล็ด: หยอดเมล็ดลงในหลุมที่เตรียมไว้ หลุมละ 1-2 เมล็ด แล้วกลบดินหนาประมาณ 1-2 เซนติเมตร
ถอนแยก: เมื่อต้นข้าวโพดมีอายุประมาณ 15 วัน ควรเลือกต้นที่แข็งแรงที่สุดไว้หลุมละ 1 ต้น เพื่อให้เจริญเติบโตได้เต็มที่
3. การให้น้ำ
หลังปลูก: ให้น้ำทันทีหลังหยอดเมล็ดและหลังการใส่ปุ๋ยทุกครั้ง
ช่วงเจริญเติบโต: รดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ
ช่วงออกดอกและติดฝัก: เป็นช่วงที่ข้าวโพดต้องการน้ำมาก หากขาดน้ำในช่วงนี้จะส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก
ข้อควรระวัง: ไม่ควรให้น้ำท่วมขังเกิน 24 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้รากเน่าและต้นชะงักการเจริญเติบโต
4. การใส่ปุ๋ย
ปุ๋ยรองพื้น: ก่อนปลูก ให้ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ (เช่น 15-15-15) เพื่อบำรุงดิน
ปุ๋ยบำรุง:
ช่วงเร่งต้น (15-30 วัน): เน้นปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง
ช่วงขยายฝัก (ก่อนออกไหม-ออกดอก): ควรใส่ปุ๋ยที่มีโพแทสเซียมสูง เพื่อช่วยให้ฝักสมบูรณ์
5. การดูแลรักษา
กำจัดวัชพืช: กำจัดวัชพืชในช่วงที่ข้าวโพดยังมีขนาดเล็ก และเมื่อข้าวโพดอายุประมาณ 20 วัน
ป้องกันโรค: ระวังโรคที่เกิดจากเชื้อรา โดยเฉพาะโรคราน้ำค้าง ซึ่งควรใช้เมล็ดพันธุ์ที่ต้านทานโรคและทำความสะอาดแปลงปลูก
6. การเก็บเกี่ยว
ข้าวโพดหวาน: เก็บเกี่ยวเมื่อฝักมีขนาดใหญ่และเมล็ดเต็ม (ประมาณ 60-70 วัน)
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์: เก็บเกี่ยวเมื่อเมล็ดแก่เต็มที่และใบเริ่มแห้ง