Shopee
ปุ๋ยออสโมโค้ท-พลัส ขนาด 1 กิโลกรัม สูตร 12-25-6+1% แมกนีเซียม (เร่งดอก) สูตร 6 เดือน
5.0
ขายแล้ว 3 ชิ้น
0 ครั้ง
฿250
Little TREE Factory
แบรนด์:
Sotus(โซตัส)
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
รายละเอียดสินค้า
ปุ๋ยออสโมโค้ท-พลัส สูตร 12-25-6+1% แมกนีเซียม (เร่งดอก)
ปุ๋ยออสโมโค้ท เป็นปุ๋ยธาตุอาหารหลักสำหรับเร่งการออกดอกของต้นไม้ คุณสมบัติเด่นของปุ๋ยตัวนี้ก็คือ ตัวปุ๋ยจะค่อยๆปล่อยธาตุอาหารที่จำเป็นในการสร้างดอกให้กับต้นพืชช้าๆ เป็นเวลานานประมาณ 6 เดือน ต่อการใส่หนึ่งครั้ง ใช่ ต่อการใส่หนึ่งครั้ง นั่นหมายความว่าเขาใส่ปุ๋ยให้กับต้นไม้แค่เพียงครั้งเดียว แต่สามารถให้งานได้นานถึงครึ่งปี ทำให้ต้นไม้ของเขาค่อยๆได้รับปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ เติบโตอย่างสม่ำเสมอ ต้นไม้ไม่ชงักจากการได้รับปุ๋ยครั้งเดียวเหมือนกะบการใส่ปุ๋ยยูเรีย และยังประหยัดเวลาของเราได้ดีมากอีกด้วย โดยคุณสมบัติที่ทางผู้ผลิตเขียวลงไว้ในฉลากมีดังนี้
ปริมาณธาตุอาหารหลัก
ไนโตรเจนทั้งหมด (N)……….....................12%
ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5)…..............25%
โพแทสที่ละลายน้ำ (K2O)….......................6%
ปริมาณธาตุอาหารรอง
แมกนีเซียม........................1%
ซึ่งปริมาณธาตุอาหารรับรองนี้หมายถึง ในปุ๋ย 1 เม็ด จะมีธาตุไนโตรเจน 12% ฟอสเฟต 25% โพแทส 6% แมกนีเซียม 1%รวมทั้งหมดเป็น 44% ซึ่งธาตุอาหารทั้งสี่ชนิดนี้เป็นธาตุอาหารที่ต้นไม้เอาไว้ใช้ในการเร่งสร้างดอก และที่เหลืออีก 61% สารหรือวัสดุที่ทำให้ปุ๋ยคงตัวอยู่ในรูปเม็ดกลมๆนั่นเอง
คุณสมบัติที่เขียนไว้ที่ข้างฉลากคือ
ออสโมโค้ท เป็นปุ๋ยเคมีที่ควบคุมการปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน ปุ๋ยทุกเม็ดประกอบด้วยธาตุอาหารทุกชนิดครบถ้วนตามที่ระบุบนฉลาก เคลือบด้วยสารเรซินธรรมชาติ (natural organic resin) เมื่อใส่ปุ๋ยในวัสดุปลูก น้ำจะซึมผ่านชั้นเคลือบเรซิน เข้าไปละลายธาตุอาหารที่อยู่ภายใน ก่อนที่ธาตุอาหารจะค่อยๆซึมผ่านชั้นเคลือบออกมาโดยขบวนการออสโมซิส (osmosis) อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอนาน 3 เดือน เมื่อธาตุอาหารหมดจะเห็นเม็ดปุ๋ยใสมีแต่น้ำอยู่ภายใน ซึ่งจะสลายตัวได้เองโดยธรรมชาติ จากคุณสมบัตินี้ ปุ๋ยออสโมโค้ทจึงปลอดภัยต่อระบบรากพืช พืชไม่แสดงอาการช็อก หรือ ใบไหม้หลังการใช้ปุ๋ย และไม่ทำให้ดินไม่แข็ง
โดยส่วนใหญ่เราจะผสมปุ๋ยอันนี้ลงไปตอนผสมดินปลูกแคคตัสไปเลยหรือไม่ก็เอามาโรยไว้บนผิวดินในกระถางก่อนที่จะโรยหินตกแต่งด้านบนกระถาง ปุ๋ยตัวนี้จะให้ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อมันถูกฝังอยู่ในวัสดุปลูกเพราะความชื้นที่อยู่ในวัสดุปลูกเวลาที่เรารดน้ำจะเข้าไปละลายธาตุอาการที่อยู่ในเม็ดปุ๋ยและธาตุอาหารก็จะออกมาอยู่ที่วัสดุปลูกแทน ทำให้ต้นไม้ของเราได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่นั่นเอง
ปุ๋ยออสโมโค้ท เป็นปุ๋ยธาตุอาหารหลักสำหรับเร่งการออกดอกของต้นไม้ คุณสมบัติเด่นของปุ๋ยตัวนี้ก็คือ ตัวปุ๋ยจะค่อยๆปล่อยธาตุอาหารที่จำเป็นในการสร้างดอกให้กับต้นพืชช้าๆ เป็นเวลานานประมาณ 6 เดือน ต่อการใส่หนึ่งครั้ง ใช่ ต่อการใส่หนึ่งครั้ง นั่นหมายความว่าเขาใส่ปุ๋ยให้กับต้นไม้แค่เพียงครั้งเดียว แต่สามารถให้งานได้นานถึงครึ่งปี ทำให้ต้นไม้ของเขาค่อยๆได้รับปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ เติบโตอย่างสม่ำเสมอ ต้นไม้ไม่ชงักจากการได้รับปุ๋ยครั้งเดียวเหมือนกะบการใส่ปุ๋ยยูเรีย และยังประหยัดเวลาของเราได้ดีมากอีกด้วย โดยคุณสมบัติที่ทางผู้ผลิตเขียวลงไว้ในฉลากมีดังนี้
ปริมาณธาตุอาหารหลัก
ไนโตรเจนทั้งหมด (N)……….....................12%
ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ (P2O5)…..............25%
โพแทสที่ละลายน้ำ (K2O)….......................6%
ปริมาณธาตุอาหารรอง
แมกนีเซียม........................1%
ซึ่งปริมาณธาตุอาหารรับรองนี้หมายถึง ในปุ๋ย 1 เม็ด จะมีธาตุไนโตรเจน 12% ฟอสเฟต 25% โพแทส 6% แมกนีเซียม 1%รวมทั้งหมดเป็น 44% ซึ่งธาตุอาหารทั้งสี่ชนิดนี้เป็นธาตุอาหารที่ต้นไม้เอาไว้ใช้ในการเร่งสร้างดอก และที่เหลืออีก 61% สารหรือวัสดุที่ทำให้ปุ๋ยคงตัวอยู่ในรูปเม็ดกลมๆนั่นเอง
คุณสมบัติที่เขียนไว้ที่ข้างฉลากคือ
ออสโมโค้ท เป็นปุ๋ยเคมีที่ควบคุมการปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน ปุ๋ยทุกเม็ดประกอบด้วยธาตุอาหารทุกชนิดครบถ้วนตามที่ระบุบนฉลาก เคลือบด้วยสารเรซินธรรมชาติ (natural organic resin) เมื่อใส่ปุ๋ยในวัสดุปลูก น้ำจะซึมผ่านชั้นเคลือบเรซิน เข้าไปละลายธาตุอาหารที่อยู่ภายใน ก่อนที่ธาตุอาหารจะค่อยๆซึมผ่านชั้นเคลือบออกมาโดยขบวนการออสโมซิส (osmosis) อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอนาน 3 เดือน เมื่อธาตุอาหารหมดจะเห็นเม็ดปุ๋ยใสมีแต่น้ำอยู่ภายใน ซึ่งจะสลายตัวได้เองโดยธรรมชาติ จากคุณสมบัตินี้ ปุ๋ยออสโมโค้ทจึงปลอดภัยต่อระบบรากพืช พืชไม่แสดงอาการช็อก หรือ ใบไหม้หลังการใช้ปุ๋ย และไม่ทำให้ดินไม่แข็ง
โดยส่วนใหญ่เราจะผสมปุ๋ยอันนี้ลงไปตอนผสมดินปลูกแคคตัสไปเลยหรือไม่ก็เอามาโรยไว้บนผิวดินในกระถางก่อนที่จะโรยหินตกแต่งด้านบนกระถาง ปุ๋ยตัวนี้จะให้ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อมันถูกฝังอยู่ในวัสดุปลูกเพราะความชื้นที่อยู่ในวัสดุปลูกเวลาที่เรารดน้ำจะเข้าไปละลายธาตุอาการที่อยู่ในเม็ดปุ๋ยและธาตุอาหารก็จะออกมาอยู่ที่วัสดุปลูกแทน ทำให้ต้นไม้ของเราได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่นั่นเอง