Shopee
หนังสือ 'จากลังกาสู่ล้านนา : อำนาจ คณะสงฆ์ และการณ์พระราชอาณาจักร' โดย จักรกฤษณ์ วิทย์สุภาเลิศ
4.9
ขายแล้ว 1 ชิ้น
฿100
Illuminations Editions
แบรนด์:
Illuminations Editions(อิลลูมิเนชันส์ เอดิชันส์)
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
หนังสือแจกฟรี
เข้าเล่มปกอ่อนจำนวน 40 หน้า
12 CM X 18 CM
พุทธศาสนาเริ่มมีบทบาทต่อการปกครองและแนวคิดทางการปกครองผ่านการหยิบฉวยจากฆราวาสอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกคือพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งราชวงศ์โมริยะ เมื่อคราวทรงกลับใจจากพระเจ้าจักรพรรดิ์ผู้โหดเหี้ยมในพระราชสมัญญานาม จัณฑาโศกราช จากศึกแห่งแคว้นกาลิงคะ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ผู้ทรงธรรม เป็นองค์ธรรมิกราชในพระราชสมัญญานามใหม่ว่า ศรีธรรมาโศก คติทางพุทธศาสนาที่ทรงหยิบฉวยมานี้ถูกส่งไปพร้อมกับสมณทูตที่ได้รับหน้าที่ให้เดินทางไปยังลังกาทวีปโดยผู้นำของคณะสมณทูต คือ พระมหินทเถระไปประดิษฐานพระศาสนาในรัชสมัยของพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ
คติทางพุทธศาสนาที่เกี่ยวเนื่องกับแนวคิดทางการปกครองถูกพัฒนาต่อในแผ่นดินลังกาอย่างช้า ๆ ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี กระทั่งได้มีการส่งต่อแนวคิดทางการเมืองที่ผสมผสานกับคติทางพุทธศาสนาไปยังดินแดนอื่น ๆ จากการที่เจ้าผู้ครองนครต่าง ๆ ในดินแดนสุวรรณภูมิส่งภิกษุเข้ามาสืบพระศาสนาจากแผ่นดินลังกาผ่านการอุปสมบทใหม่และร่ำเรียนธรรมปิฎกพร้อมทั้งคัดสำเนาคัมภีร์ต่าง ๆ กลับไปยังดินแดนของตนด้วย
ในกรณีของอาณาจักรล้านนาเช่นกัน มีการรับพุทธศาสนามาถึง 3 ช่วงเวลา โดยในแต่ละช่วงเวลามีการรับพระศาสนามาในรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยการเข้ามาครั้งสุดท้ายในสมัยพญาสามฝั่งแกนถูกท้าวลกนำมาประกอบสร้างอำนาจในทางพระราชอาณาจักรผ่านการสร้างมูลฐานทางศาสนา และเมื่อพระองค์ได้อำนาจในทางการปกครองมาแล้วนั้น จึงทรงให้การสนับสนุนและอุปถัมภ์คณะสงฆ์วัดป่าแดงผู้ช่วยให้พระองค์ขึ้นสู่อำนาจได้โดยดุษฎี การที่พระเจ้าติโลกราชทรงให้การสนับสนุนและให้ความอุปถัมภ์คณะสงฆ์สีฬล นอกจากการที่คณะสงฆ์ดังล่าวพึ่งเดินทางไปสืบพระศาสนาใหม่จากแผ่นดินลังกาผ่านการอุปสมบทใหม่และคัดลอกทำสำเนาคัมภีร์ทางพุทธศาสนาที่ถูกต้องและเที่ยงตรงมาในอาณาจักรแล้ว คณะสงฆ์กลุ่มนี้เป็นกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลกลุ่มใหม่ในยุคนั้นคือ นักบวชทางพุทธศาสนาทำให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์ทางอำนาจใหม่ได้โดยสะดวกโดยอ้างความชอบธรรมทางศาสนาที่วิสุทธิ์
เข้าเล่มปกอ่อนจำนวน 40 หน้า
12 CM X 18 CM
พุทธศาสนาเริ่มมีบทบาทต่อการปกครองและแนวคิดทางการปกครองผ่านการหยิบฉวยจากฆราวาสอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกคือพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งราชวงศ์โมริยะ เมื่อคราวทรงกลับใจจากพระเจ้าจักรพรรดิ์ผู้โหดเหี้ยมในพระราชสมัญญานาม จัณฑาโศกราช จากศึกแห่งแคว้นกาลิงคะ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ผู้ทรงธรรม เป็นองค์ธรรมิกราชในพระราชสมัญญานามใหม่ว่า ศรีธรรมาโศก คติทางพุทธศาสนาที่ทรงหยิบฉวยมานี้ถูกส่งไปพร้อมกับสมณทูตที่ได้รับหน้าที่ให้เดินทางไปยังลังกาทวีปโดยผู้นำของคณะสมณทูต คือ พระมหินทเถระไปประดิษฐานพระศาสนาในรัชสมัยของพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ
คติทางพุทธศาสนาที่เกี่ยวเนื่องกับแนวคิดทางการปกครองถูกพัฒนาต่อในแผ่นดินลังกาอย่างช้า ๆ ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี กระทั่งได้มีการส่งต่อแนวคิดทางการเมืองที่ผสมผสานกับคติทางพุทธศาสนาไปยังดินแดนอื่น ๆ จากการที่เจ้าผู้ครองนครต่าง ๆ ในดินแดนสุวรรณภูมิส่งภิกษุเข้ามาสืบพระศาสนาจากแผ่นดินลังกาผ่านการอุปสมบทใหม่และร่ำเรียนธรรมปิฎกพร้อมทั้งคัดสำเนาคัมภีร์ต่าง ๆ กลับไปยังดินแดนของตนด้วย
ในกรณีของอาณาจักรล้านนาเช่นกัน มีการรับพุทธศาสนามาถึง 3 ช่วงเวลา โดยในแต่ละช่วงเวลามีการรับพระศาสนามาในรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยการเข้ามาครั้งสุดท้ายในสมัยพญาสามฝั่งแกนถูกท้าวลกนำมาประกอบสร้างอำนาจในทางพระราชอาณาจักรผ่านการสร้างมูลฐานทางศาสนา และเมื่อพระองค์ได้อำนาจในทางการปกครองมาแล้วนั้น จึงทรงให้การสนับสนุนและอุปถัมภ์คณะสงฆ์วัดป่าแดงผู้ช่วยให้พระองค์ขึ้นสู่อำนาจได้โดยดุษฎี การที่พระเจ้าติโลกราชทรงให้การสนับสนุนและให้ความอุปถัมภ์คณะสงฆ์สีฬล นอกจากการที่คณะสงฆ์ดังล่าวพึ่งเดินทางไปสืบพระศาสนาใหม่จากแผ่นดินลังกาผ่านการอุปสมบทใหม่และคัดลอกทำสำเนาคัมภีร์ทางพุทธศาสนาที่ถูกต้องและเที่ยงตรงมาในอาณาจักรแล้ว คณะสงฆ์กลุ่มนี้เป็นกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลกลุ่มใหม่ในยุคนั้นคือ นักบวชทางพุทธศาสนาทำให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์ทางอำนาจใหม่ได้โดยสะดวกโดยอ้างความชอบธรรมทางศาสนาที่วิสุทธิ์