Shopee
ปุ๋ยดิน หินฟอสเเฟต 0-3-0 เหมาะกับพืชที่ต้องการฟอสฟอรัสอย่างรวดเร็ว ขนาด 20 กิโลกรัม #แอลเจอะโกร
5.0
ขายแล้ว 20 ชิ้น
฿190
Rvada ตรวจสอบราคา
มีประวัติขาย 20 ชิ้น เรตติ้ง 4.97★
ราคานี้อยู่ที่ประมาณ 44% ของราคาเฉลี่ยสินค้าหมวดเดียวกัน (เทียบจากฐานข้อมูลกว่า 1.5 ล้านรายการ)
Lj agro
แบรนด์:
NoBrand
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
ปุ๋ยดิน หินฟอสเฟต 0-3-0 ขนาด 20 กิโลกรัม #แอลเจอะโกร
หินฟอสเฟต” เป็นปุ๋ยเคมีเดี่ยวที่มีธาตุอาหารหลักคือฟอสฟอรัส (P) โดยไม่มีไนโตรเจน (N) และโพแทสเซียม (K) เลย ตัวเลข 0-3-0 หมายถึงมีฟอสฟอรัสที่ละลายน้ำได้เพียง 3% แต่ในความเป็นจริง หินฟอสเฟตมีปริมาณฟอสฟอรัสทั้งหมดประมาณ 20% ขึ้นไป โดยอยู่ในรูปที่ไม่ละลายน้ำและต้องอาศัยสภาพแวดล้อมของดินในการปลดปล่อยธาตุอาหาร
คุณสมบัติของปุ๋ย 0-3-0 (หินฟอสเฟต)
ธาตุอาหารหลัก: ฟอสฟอรัส (P) ประมาณ 20% ขึ้นไป แต่ละลายน้ำได้เพียง 3% เท่านั้น
การละลาย: ละลายช้า ปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างต่อเนื่อง จึงเหมาะกับการปรับปรุงดินระยะยาว
สภาพดินที่เหมาะสม: ดินที่เป็นกรด (pH ต่ำ) เพราะกรดในดินช่วยละลายฟอสฟอรัสออกมาให้พืชดูดซึมได้
ความคุ้มค่า: ราคาถูกกว่าปุ๋ยฟอสฟอรัสชนิดอื่น เช่น DAP (สูตร 18-46-0) แต่ต้องใช้ในปริมาณมากและใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล
ข้อดี
ต้นทุนต่ำ: เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ต้องการลดต้นทุนการผลิต
ปรับปรุงดินระยะยาว: ช่วยเพิ่มปริมาณฟอสฟอรัสในดินอย่างต่อเนื่อง
เหมาะกับพืชบางชนิด: เช่น ปาล์มน้ำมัน ที่ต้องการฟอสฟอรัสในระยะยาว
วิธีใช้หินฟอสเฟต (0-3-0) ในบ่อดิน
วิธีใช้
1. ใช้เป็นปุ๋ยรองพื้นก่อนปลูก
อัตราใช้: ประมาณ 100–300 กิโลกรัมต่อไร่ (หรือ 2–5 กก./10 ตร.ม.) แล้วแต่ชนิดพืชและความเป็นกรดของดิน
หว่านให้ทั่วบริเวณบ่อดินหรือแปลงปลูก
พรวนหรือไถคลุกเคล้าลงในดินลึกประมาณ 10–15 ซม.
ปล่อยทิ้งไว้ก่อนปลูกพืชประมาณ 2–4 สัปดาห์เพื่อให้เริ่มปลดปล่อยธาตุอาหาร
2. ใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์
หินฟอสเฟตจะได้ผลดีขึ้นมากเมื่อใช้ร่วมกับ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลายฟอสฟอรัส เช่น Trichoderma หรือ Bacillus spp.
ช่วยเร่งการละลายและปลดปล่อยธาตุฟอสฟอรัสออกมาได้เร็วขึ้น
3. ไม่ควรใช้กับดินด่าง
หินฟอสเฟตเหมาะกับดินที่มี pH < 6.5 (เป็นกรดเล็กน้อย)
ถ้าดินมี pH > 7 (เป็นด่าง) แนะนำให้ใช้ปุ๋ยฟอสฟอรัสละลายน้ำได้ เช่น DAP หรือ MAP แทน
4. กรณีใช้กับพืชน้ำหรือบ่อเลี้ยงปลา
ไม่ควรใส่หินฟอสเฟตลงในบ่อโดยตรง เพราะมันไม่ละลายและพืชน้ำหรือสาหร่ายไม่สามารถนำไปใช้ได้ทันที
ทางเลือก: ใช้ปุ๋ยฟอสฟอรัสละลายน้ำได้ (เช่น MAP หรือ DAP) ในอัตราที่เหมาะสมกับการควบคุมการเจริญเติบโตของสาหร่ายหรือพืชน้ำ
หินฟอสเฟต” เป็นปุ๋ยเคมีเดี่ยวที่มีธาตุอาหารหลักคือฟอสฟอรัส (P) โดยไม่มีไนโตรเจน (N) และโพแทสเซียม (K) เลย ตัวเลข 0-3-0 หมายถึงมีฟอสฟอรัสที่ละลายน้ำได้เพียง 3% แต่ในความเป็นจริง หินฟอสเฟตมีปริมาณฟอสฟอรัสทั้งหมดประมาณ 20% ขึ้นไป โดยอยู่ในรูปที่ไม่ละลายน้ำและต้องอาศัยสภาพแวดล้อมของดินในการปลดปล่อยธาตุอาหาร
คุณสมบัติของปุ๋ย 0-3-0 (หินฟอสเฟต)
ธาตุอาหารหลัก: ฟอสฟอรัส (P) ประมาณ 20% ขึ้นไป แต่ละลายน้ำได้เพียง 3% เท่านั้น
การละลาย: ละลายช้า ปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างต่อเนื่อง จึงเหมาะกับการปรับปรุงดินระยะยาว
สภาพดินที่เหมาะสม: ดินที่เป็นกรด (pH ต่ำ) เพราะกรดในดินช่วยละลายฟอสฟอรัสออกมาให้พืชดูดซึมได้
ความคุ้มค่า: ราคาถูกกว่าปุ๋ยฟอสฟอรัสชนิดอื่น เช่น DAP (สูตร 18-46-0) แต่ต้องใช้ในปริมาณมากและใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล
ข้อดี
ต้นทุนต่ำ: เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ต้องการลดต้นทุนการผลิต
ปรับปรุงดินระยะยาว: ช่วยเพิ่มปริมาณฟอสฟอรัสในดินอย่างต่อเนื่อง
เหมาะกับพืชบางชนิด: เช่น ปาล์มน้ำมัน ที่ต้องการฟอสฟอรัสในระยะยาว
วิธีใช้หินฟอสเฟต (0-3-0) ในบ่อดิน
วิธีใช้
1. ใช้เป็นปุ๋ยรองพื้นก่อนปลูก
อัตราใช้: ประมาณ 100–300 กิโลกรัมต่อไร่ (หรือ 2–5 กก./10 ตร.ม.) แล้วแต่ชนิดพืชและความเป็นกรดของดิน
หว่านให้ทั่วบริเวณบ่อดินหรือแปลงปลูก
พรวนหรือไถคลุกเคล้าลงในดินลึกประมาณ 10–15 ซม.
ปล่อยทิ้งไว้ก่อนปลูกพืชประมาณ 2–4 สัปดาห์เพื่อให้เริ่มปลดปล่อยธาตุอาหาร
2. ใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์
หินฟอสเฟตจะได้ผลดีขึ้นมากเมื่อใช้ร่วมกับ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลายฟอสฟอรัส เช่น Trichoderma หรือ Bacillus spp.
ช่วยเร่งการละลายและปลดปล่อยธาตุฟอสฟอรัสออกมาได้เร็วขึ้น
3. ไม่ควรใช้กับดินด่าง
หินฟอสเฟตเหมาะกับดินที่มี pH < 6.5 (เป็นกรดเล็กน้อย)
ถ้าดินมี pH > 7 (เป็นด่าง) แนะนำให้ใช้ปุ๋ยฟอสฟอรัสละลายน้ำได้ เช่น DAP หรือ MAP แทน
4. กรณีใช้กับพืชน้ำหรือบ่อเลี้ยงปลา
ไม่ควรใส่หินฟอสเฟตลงในบ่อโดยตรง เพราะมันไม่ละลายและพืชน้ำหรือสาหร่ายไม่สามารถนำไปใช้ได้ทันที
ทางเลือก: ใช้ปุ๋ยฟอสฟอรัสละลายน้ำได้ (เช่น MAP หรือ DAP) ในอัตราที่เหมาะสมกับการควบคุมการเจริญเติบโตของสาหร่ายหรือพืชน้ำ