Shopee
TACTIX ชั้นวางของ PVC 5 ชั้น(320402) ของแท้100%
5.0
ขายแล้ว 1 ชิ้น
฿1,340
฿1,634
-18%
Hardwarehouse Official store
แบรนด์:
Tactix(แท็กติกซ์)
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
TACTIX ชั้นวางของ PVC 5 ชั้น(320402)
ชั้นวางของ พลาสติก 5ชั้น ขนาด 74 X 32 X 171 CM.
-ขนาด 74*32*171 cm.
-รับน้ำหนักได้ 30 กก./ชั้น
-โครงสร้างเรซิน
-ชั้นวางของพื้นผิวแข็ง ออกแบบมาสำหรับงานช่างโดยเฉพาะ
-ทำความสะอาดง่าย
-ไม่เป็นสนิม บุ๋ม หรือลอก
-ใช้งานได้ทั้งในร่ม/กลางแจ้ง
-ประกอบง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือ
1. ทำความสะอาดเดือนละ 2 ครั้ง
สามารถทำความสะอาดชั้นวางของง่ายๆ ได้ด้วย "ผ้าไมโครไฟเบอร์" ผลิตมาจากเส้นใยสังเคราะห์ ที่มีคุณสมบัติช่วยซับฝุ่นและขจัดคราบสกปรกได้ดี โดยนำมาเช็ดทำความสะอาดประมาณเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อไม่ให้ชั้นวางของมีฝุ่นเกาะหนาจนเกินไป โดยเราควรหยิบวัตถุที่อยู่บนชั้นวางของลงมาก่อน แล้วจึงทำความสะอาดให้ทั่วถึง รวมถึงด้านหลังของชั้นวางของ ซึ่งเป็นจุดอับที่สะสมฝุ่นและเชื้อโรค โดยเฉพาะด้านหลังของชั้นวางของที่ทำจากไม้ อาจเป็นจุดที่มีปลวกทำรังอยู่ก็ได้
2. ใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดให้ถูกประเภท
ชั้นวางของแต่ละประเภทก็จะทำมาจากวัสดุที่แตกต่างกัน การทำความสะอาดจึงควรคำนึงถึงลักษณะของพื้นผิวด้วย เช่น หากเราใช้คราบน้ำยาจากสารฟอกขาวมาทำความสะอาด ก็อาจไม่เหมาะกับชั้นวางของบางประเภท เพราะอาจทำให้เสียหายไว และมีอายุการใช้งานที่สั้นลง หรือหากชั้นวางของเป็นสนิมก็ควรเลือกใช้วิธีกำจัดสนิมที่เหมาะสม เพื่อยืดการใช้งานไปนานๆ
3. วางสิ่งของที่มีน้ำหนักเหมาะสมกับชั้นวางของ
ชั้นวางของไม่สามารถรองรับน้ำหนักสิ่งของหรือวัตถุทุกชนิดได้ เช่น หากนำหนังสือจำนวนหลายเล่มที่มีน้ำหนักมาก มาวางรวมกันบนชั้นวางพลาสติก ซึ่งไม่สามารถรองรับน้ำหนักมากๆ ได้ ก็อาจทำให้ชั้นวางเสียหาย หรือล้มลงมาได้ หรือการนำของตกแต่งเซรามิกขนาดใหญ่ไปวางบนชั้นวางติดผนังขนาดเล็ก ก็อาจทำให้ชั้นวางพังเสียหายได้เช่นกัน อีกทั้งอาจเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย ดังนั้นการเลือกวางวัตถุให้เหมาะสมถือเป็นหนึ่งในวิธีดูแลรักษาชั้นวางของที่ไม่ควรมองข้าม
4. หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีแสงแดดจัด
การนำชั้นวางของไปวางในตำแหน่งที่มีแดดส่องจัด นอกจากจะทำให้ชั้นวางของและสิ่งของบนชั้นวางสีซีดลงแล้ว อาจทำให้ชั้นวางของมีอายุการใช้งานที่สั้นลง เพราะวัสดุจะเปราะพังง่ายขึ้น โดยเฉพาะชั้นวางไม้และพลาสติก นอกจากนี้ ชั้นวางเหล็กก็ไม่ควรนำไปวางในบริเวณที่โดนน้ำ หรือฝนสาดถึง เพราะจะทำให้เกิดสนิมเร็วนั่นเอง
5. ซ่อมบำรุงและหมั่นสังเกตรอยแตกเสมอ
ข้าวของเครื่องใช้ทุกประเภทย่อมเสื่อมไปตามอายุการใช้งาน แต่เราสามารถดูแลรักษาให้ชั้นวางของมีการใช้งานที่ยาวนานขึ้นได้ด้วยการหมั่นทำความสะอาด บำรุงรักษา และหมั่นสังเกตรอยตำหนิ รอยแตก รอยร้าวอยู่เสมอ เพื่อซ่อมให้ทันท่วงที ก่อนที่ชั้นวางของอาจเกิดความเสียหาย ซึ่งอาจทำให้ของหล่นตกลงมา เกิดอุบัติเหตุและสร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินได้
ชั้นวางของ พลาสติก 5ชั้น ขนาด 74 X 32 X 171 CM.
-ขนาด 74*32*171 cm.
-รับน้ำหนักได้ 30 กก./ชั้น
-โครงสร้างเรซิน
-ชั้นวางของพื้นผิวแข็ง ออกแบบมาสำหรับงานช่างโดยเฉพาะ
-ทำความสะอาดง่าย
-ไม่เป็นสนิม บุ๋ม หรือลอก
-ใช้งานได้ทั้งในร่ม/กลางแจ้ง
-ประกอบง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือ
1. ทำความสะอาดเดือนละ 2 ครั้ง
สามารถทำความสะอาดชั้นวางของง่ายๆ ได้ด้วย "ผ้าไมโครไฟเบอร์" ผลิตมาจากเส้นใยสังเคราะห์ ที่มีคุณสมบัติช่วยซับฝุ่นและขจัดคราบสกปรกได้ดี โดยนำมาเช็ดทำความสะอาดประมาณเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อไม่ให้ชั้นวางของมีฝุ่นเกาะหนาจนเกินไป โดยเราควรหยิบวัตถุที่อยู่บนชั้นวางของลงมาก่อน แล้วจึงทำความสะอาดให้ทั่วถึง รวมถึงด้านหลังของชั้นวางของ ซึ่งเป็นจุดอับที่สะสมฝุ่นและเชื้อโรค โดยเฉพาะด้านหลังของชั้นวางของที่ทำจากไม้ อาจเป็นจุดที่มีปลวกทำรังอยู่ก็ได้
2. ใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดให้ถูกประเภท
ชั้นวางของแต่ละประเภทก็จะทำมาจากวัสดุที่แตกต่างกัน การทำความสะอาดจึงควรคำนึงถึงลักษณะของพื้นผิวด้วย เช่น หากเราใช้คราบน้ำยาจากสารฟอกขาวมาทำความสะอาด ก็อาจไม่เหมาะกับชั้นวางของบางประเภท เพราะอาจทำให้เสียหายไว และมีอายุการใช้งานที่สั้นลง หรือหากชั้นวางของเป็นสนิมก็ควรเลือกใช้วิธีกำจัดสนิมที่เหมาะสม เพื่อยืดการใช้งานไปนานๆ
3. วางสิ่งของที่มีน้ำหนักเหมาะสมกับชั้นวางของ
ชั้นวางของไม่สามารถรองรับน้ำหนักสิ่งของหรือวัตถุทุกชนิดได้ เช่น หากนำหนังสือจำนวนหลายเล่มที่มีน้ำหนักมาก มาวางรวมกันบนชั้นวางพลาสติก ซึ่งไม่สามารถรองรับน้ำหนักมากๆ ได้ ก็อาจทำให้ชั้นวางเสียหาย หรือล้มลงมาได้ หรือการนำของตกแต่งเซรามิกขนาดใหญ่ไปวางบนชั้นวางติดผนังขนาดเล็ก ก็อาจทำให้ชั้นวางพังเสียหายได้เช่นกัน อีกทั้งอาจเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย ดังนั้นการเลือกวางวัตถุให้เหมาะสมถือเป็นหนึ่งในวิธีดูแลรักษาชั้นวางของที่ไม่ควรมองข้าม
4. หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีแสงแดดจัด
การนำชั้นวางของไปวางในตำแหน่งที่มีแดดส่องจัด นอกจากจะทำให้ชั้นวางของและสิ่งของบนชั้นวางสีซีดลงแล้ว อาจทำให้ชั้นวางของมีอายุการใช้งานที่สั้นลง เพราะวัสดุจะเปราะพังง่ายขึ้น โดยเฉพาะชั้นวางไม้และพลาสติก นอกจากนี้ ชั้นวางเหล็กก็ไม่ควรนำไปวางในบริเวณที่โดนน้ำ หรือฝนสาดถึง เพราะจะทำให้เกิดสนิมเร็วนั่นเอง
5. ซ่อมบำรุงและหมั่นสังเกตรอยแตกเสมอ
ข้าวของเครื่องใช้ทุกประเภทย่อมเสื่อมไปตามอายุการใช้งาน แต่เราสามารถดูแลรักษาให้ชั้นวางของมีการใช้งานที่ยาวนานขึ้นได้ด้วยการหมั่นทำความสะอาด บำรุงรักษา และหมั่นสังเกตรอยตำหนิ รอยแตก รอยร้าวอยู่เสมอ เพื่อซ่อมให้ทันท่วงที ก่อนที่ชั้นวางของอาจเกิดความเสียหาย ซึ่งอาจทำให้ของหล่นตกลงมา เกิดอุบัติเหตุและสร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินได้