Shopee
ดาหลาคละสี1ชุด3สี3หน่อขนาดเล็กขุดสดส่งลุ้นสี
4.5
ขายแล้ว 8 ชิ้น
฿119
Rvada ตรวจสอบราคา
ราคาถูกผิดปกติ (27% ของค่าเฉลี่ยหมวด) ควรตรวจสอบร้านค้าก่อนซื้อ
namsomgarden
แบรนด์:
NoBrand
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
สมุนไพร ดอกไม้ดาหลา เป็นไม้ดอกท้องถิ่นทางภาคใต้ชนิดหนึ่งที่นยิมปลูกอยู่มากในเขตจังหวัดยะลา นาราธิวาส เป็นระยะเวลานาน ในอดีตดาหลามีการนำหน่ออ่อนและดอกมาใช้เป็นผักประกอบอาหาร เหมือนผักทั่วไป
การนำไปใช้เป็นผักประกอบอาหารบางประเภทเพื่อบริโภคในพื้นที่ ในขณะที่ไม่ได้มีการส่งเสริมให้ปลูก ส่งผลทำให้ปริมาณต้นดาหลาในพื้นที่ภาคใต้เริ่มลดน้อยลงทุกปี บางสายพันธุ์ที่มีปลูกอยู่ในพื้นที่ถึงกับเกือบจะสูญพันธุ์ ดังนั้น ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดตรัง (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) จึงได้ทำการเก็บรวบรวมพันธุ์มาเพาะเลี้ยงไว้ที่ศูนย์ เพื่อเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมพืชที่กำลังจะสูญสิ้นไป
ad
แปลงรวบรวมพันธุ์ดาหลา
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดตรัง (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) ให้ข้อมูลว่า ดาหลาเป็นพืชล้มลุกประเภทใบเลี้ยงเดี่ยว มีดอกที่สวยงาม จัดเป็นพืชที่มีอยู่ในวงศ์เดียวกับขิงและข่า มีลำต้นอยู่ใต้ดินเรียกว่าเหง้าซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดของหน่อดอกและหน่อใหม่ ส่วนลำต้นจะอยู่เหนือผิวดินขึ้นมามีสีเขียวเข้มลักษณะเป็นกาบใบที่โอบซ้อนกันแน่น มีความสูงประมาณ 2-3 เมตร โดยรวมแล้ว ดาหลา 1 ต้น สามารถให้หน่อใหม่ได้ประมาณ 7 หน่อ ในเวลา 1 ปี
ใบ มีรูปร่างยาวรี กลางใบกว้างแล้วค่อยๆเรียวไปหาปลายใบและฐานใบ ผิวเกลี้ยงทั้งด้านบนและด้านล่าง มีความยาวใบประมาณ 30-80 เซนติเมตร ส่วนดอก จะมีลักษณะเป็นดอกช่อ ประกอบด้วยกลีบประดับเรียงซ้อนกันจะบานออกประมาณ 25-30 กลีบ
ดาหลาพันธุ์ดอกสีชมพูอ่อน
ลักษณะเด่นของดาหลาที่อีกหนึ่งประการ คือ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงรำไร หรือที่ร่ม ไม้ยืนต้น สามารถเก็บดอกได้ตลอดทั้งปี แต่จะให้ดอกดกในช่วงฤดูร้อน (มีนาคม-พฤษภาคม) ในขณะที่ไม้ดอกชนิดอื่นๆไม่มีดอกให้เก็บ
ปัจจัยในการปลูกดอกดาหลาที่ผู้ปลูกต้องคำนึง คือ แสงและฤดูกาล แปลงปลูกควรให้แสงส่องผ่านประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ หากโดนแสงแดดมากเกินไปสีของกลีบประดับจะจางและทำให้ใบไหม้ นอกจากนี้ ฤดูปลูกที่เหมาะสมควรเป็นฤดูฝนช่วงเดือนกรกฏาคม-สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ดาหลาจะมีการเจริญเติบโตทางด้านลำต้นและแตกหน่อได้มาก
ดาหลาพันธุ์ดอกสีขาว
ดาหลาพันธุ์ดอกชมพู
ปัจจุบัน ศูนย์ฯ เก็บรวบรวมพันธุ์ดาหลาไว้ในพื้นที่ศูนย์ทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ดอกสีชมพู สีแดง สีขาวและสีชมพูอ่อน (โอโรส) โดยมีวิธีการเพาะขยายพันธุ์ 4 วิธี ดังนี้
การแยกหน่อ คือ เป็นวิธีการแยกหน่อที่มีความเหมาะสม กล่าวคือ ต้องมีความสูงประมาณ 60-100 เซนติเมตรขึ้นไป มีกิ่งอ่อนกึ่งแก่ประมาณ 4-5 ใบ มีหน่อดอกอ่อนๆ ประมาณ 3 หน่อ นำไปปลูกลงถุงพลาสติก ประมาณ 1 เดือน เพื่อให้หน่อแข็งแรงก่อนนำลงไปปลูกในแปลง
หน่อ ที่พร้อมจะแยก
2. การแยกเหง้า คือ เป็นการแยกเหง้าที่เกิดใหม่ที่โคนต้น ไปปลูกในแปลงเพาะชำ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ต้นจึงจะเริ่มให้ดอก
3. การปักชำหน่อแก่ กล่าวคือ การนำหน่อแก่ไปชำในแปลงเพาะชำเพื่อให้แตกหน่อใหม่ที่มีความสมบูรณ์แข็งแรง จากนั้นจึงค่อยแยกหน่อใหม่ย้ายลงไปปลูกในแปลง
4. การเพาะเมล็ด คือ การนำเมล็ดแก่ที่ได้จากต้นแม่ไปเพาะในกระบะปลูกจนได้ต้นกล้าและย้ายลงปลูกในถุงพลาสติก พอต้นแข็งแรงถึงจะสามารถนำลงแปลงปลูกได้ แต่อย่างไรก็ตามการขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้ค่อนข้างจะช้ากว่าวิธีอื่นๆ แต่จะได้ผลดี คือมีอัตราการได้ต้นดาหลาสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นจากการหลายพันธุ์ของต้นพ่อและแม่
สำหรับแปลงปลูกดาหลา โดยทั่วไปจะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร ความยาวตามขนาดของพื้นที่
แปลงปลูกดาหลาจะมีสองแบบ คือ การปลูกแบบยกร่องสวน และไม่ยกร่องสวน ซึ่งทั้งสองวิธีจะทำการไถ่พรวนตากดินไว้ประมาณ 5-7 วัน จากนั้นขุดหลุมปลูกระยะห่างระหว่างต้นและแถว ประมาณ 2 เมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีสูตร 20-20-20 ในอัตรส่วน 1 ต่อ 25 จากนั้นนำต้นพันธุ์ที่เตรียมไว้ด้วยวิธีการขยายพันธุ์ที่กล่าวมาทั้ง 4 วิธีข้างต้นลงปลูก กลบดินและรดน้ำให้ชุ่ม แต่ถ้าหากปลูกในเชิง พาณิชย์ แนะนำว่าควรทำการขุดยกร่องสวนให้มีคูน้ำลึกประมาณ 1 เมตร กว้าง 1 เมตร ขั้นระหว่างแปลงปลูก เพื่อให้มีความชุ่มชื้นภายในแปลงอยู่ตลอดเวลา
การให้ปุ๋ย ต้องให้ 2-3 เดือน ต่อครั้ง โดยจะใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 ใ
การนำไปใช้เป็นผักประกอบอาหารบางประเภทเพื่อบริโภคในพื้นที่ ในขณะที่ไม่ได้มีการส่งเสริมให้ปลูก ส่งผลทำให้ปริมาณต้นดาหลาในพื้นที่ภาคใต้เริ่มลดน้อยลงทุกปี บางสายพันธุ์ที่มีปลูกอยู่ในพื้นที่ถึงกับเกือบจะสูญพันธุ์ ดังนั้น ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดตรัง (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) จึงได้ทำการเก็บรวบรวมพันธุ์มาเพาะเลี้ยงไว้ที่ศูนย์ เพื่อเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมพืชที่กำลังจะสูญสิ้นไป
ad
แปลงรวบรวมพันธุ์ดาหลา
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดตรัง (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) ให้ข้อมูลว่า ดาหลาเป็นพืชล้มลุกประเภทใบเลี้ยงเดี่ยว มีดอกที่สวยงาม จัดเป็นพืชที่มีอยู่ในวงศ์เดียวกับขิงและข่า มีลำต้นอยู่ใต้ดินเรียกว่าเหง้าซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดของหน่อดอกและหน่อใหม่ ส่วนลำต้นจะอยู่เหนือผิวดินขึ้นมามีสีเขียวเข้มลักษณะเป็นกาบใบที่โอบซ้อนกันแน่น มีความสูงประมาณ 2-3 เมตร โดยรวมแล้ว ดาหลา 1 ต้น สามารถให้หน่อใหม่ได้ประมาณ 7 หน่อ ในเวลา 1 ปี
ใบ มีรูปร่างยาวรี กลางใบกว้างแล้วค่อยๆเรียวไปหาปลายใบและฐานใบ ผิวเกลี้ยงทั้งด้านบนและด้านล่าง มีความยาวใบประมาณ 30-80 เซนติเมตร ส่วนดอก จะมีลักษณะเป็นดอกช่อ ประกอบด้วยกลีบประดับเรียงซ้อนกันจะบานออกประมาณ 25-30 กลีบ
ดาหลาพันธุ์ดอกสีชมพูอ่อน
ลักษณะเด่นของดาหลาที่อีกหนึ่งประการ คือ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงรำไร หรือที่ร่ม ไม้ยืนต้น สามารถเก็บดอกได้ตลอดทั้งปี แต่จะให้ดอกดกในช่วงฤดูร้อน (มีนาคม-พฤษภาคม) ในขณะที่ไม้ดอกชนิดอื่นๆไม่มีดอกให้เก็บ
ปัจจัยในการปลูกดอกดาหลาที่ผู้ปลูกต้องคำนึง คือ แสงและฤดูกาล แปลงปลูกควรให้แสงส่องผ่านประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ หากโดนแสงแดดมากเกินไปสีของกลีบประดับจะจางและทำให้ใบไหม้ นอกจากนี้ ฤดูปลูกที่เหมาะสมควรเป็นฤดูฝนช่วงเดือนกรกฏาคม-สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ดาหลาจะมีการเจริญเติบโตทางด้านลำต้นและแตกหน่อได้มาก
ดาหลาพันธุ์ดอกสีขาว
ดาหลาพันธุ์ดอกชมพู
ปัจจุบัน ศูนย์ฯ เก็บรวบรวมพันธุ์ดาหลาไว้ในพื้นที่ศูนย์ทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ดอกสีชมพู สีแดง สีขาวและสีชมพูอ่อน (โอโรส) โดยมีวิธีการเพาะขยายพันธุ์ 4 วิธี ดังนี้
การแยกหน่อ คือ เป็นวิธีการแยกหน่อที่มีความเหมาะสม กล่าวคือ ต้องมีความสูงประมาณ 60-100 เซนติเมตรขึ้นไป มีกิ่งอ่อนกึ่งแก่ประมาณ 4-5 ใบ มีหน่อดอกอ่อนๆ ประมาณ 3 หน่อ นำไปปลูกลงถุงพลาสติก ประมาณ 1 เดือน เพื่อให้หน่อแข็งแรงก่อนนำลงไปปลูกในแปลง
หน่อ ที่พร้อมจะแยก
2. การแยกเหง้า คือ เป็นการแยกเหง้าที่เกิดใหม่ที่โคนต้น ไปปลูกในแปลงเพาะชำ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ต้นจึงจะเริ่มให้ดอก
3. การปักชำหน่อแก่ กล่าวคือ การนำหน่อแก่ไปชำในแปลงเพาะชำเพื่อให้แตกหน่อใหม่ที่มีความสมบูรณ์แข็งแรง จากนั้นจึงค่อยแยกหน่อใหม่ย้ายลงไปปลูกในแปลง
4. การเพาะเมล็ด คือ การนำเมล็ดแก่ที่ได้จากต้นแม่ไปเพาะในกระบะปลูกจนได้ต้นกล้าและย้ายลงปลูกในถุงพลาสติก พอต้นแข็งแรงถึงจะสามารถนำลงแปลงปลูกได้ แต่อย่างไรก็ตามการขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้ค่อนข้างจะช้ากว่าวิธีอื่นๆ แต่จะได้ผลดี คือมีอัตราการได้ต้นดาหลาสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นจากการหลายพันธุ์ของต้นพ่อและแม่
สำหรับแปลงปลูกดาหลา โดยทั่วไปจะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร ความยาวตามขนาดของพื้นที่
แปลงปลูกดาหลาจะมีสองแบบ คือ การปลูกแบบยกร่องสวน และไม่ยกร่องสวน ซึ่งทั้งสองวิธีจะทำการไถ่พรวนตากดินไว้ประมาณ 5-7 วัน จากนั้นขุดหลุมปลูกระยะห่างระหว่างต้นและแถว ประมาณ 2 เมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีสูตร 20-20-20 ในอัตรส่วน 1 ต่อ 25 จากนั้นนำต้นพันธุ์ที่เตรียมไว้ด้วยวิธีการขยายพันธุ์ที่กล่าวมาทั้ง 4 วิธีข้างต้นลงปลูก กลบดินและรดน้ำให้ชุ่ม แต่ถ้าหากปลูกในเชิง พาณิชย์ แนะนำว่าควรทำการขุดยกร่องสวนให้มีคูน้ำลึกประมาณ 1 เมตร กว้าง 1 เมตร ขั้นระหว่างแปลงปลูก เพื่อให้มีความชุ่มชื้นภายในแปลงอยู่ตลอดเวลา
การให้ปุ๋ย ต้องให้ 2-3 เดือน ต่อครั้ง โดยจะใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 ใ