Shopee
หมดอายุ10/29Magnesium120capsule_Solaray
4.9
ขายแล้ว 4 ชิ้น
฿790
Rvada ตรวจสอบราคา
สินค้านี้มีประวัติขายน้อย (4 ชิ้น) โปรดพิจารณาข้อมูลร้านค้าประกอบ
ราคานี้อยู่ที่ประมาณ 125% ของราคาเฉลี่ยสินค้าหมวดเดียวกัน (เทียบจากฐานข้อมูลกว่า 1.5 ล้านรายการ)
more.beauty
แบรนด์:
Solaray(โซลาเร)
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำงานของร่างกาย เนื่องจากมีบทบาทในกระบวนการทางชีวเคมีมากกว่า 300 กระบวนการ รวมถึงการผลิตพลังงาน การทำงานของระบบประสาท และการหดตัวของกล้ามเนื้อ แมกนีเซียมสามารถพบได้ในอาหารหลายชนิดและยังมีจำหน่ายในรูปแบบของอาหารเสริม ซึ่งสามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพในหลายๆ ด้าน ดังนี้:
1. สนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อ
แมกนีเซียมช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวและคลายตัวอย่างเหมาะสม การรับประทานแมกนีเซียมให้เพียงพอสามารถป้องกันอาการตะคริวและการเกร็งของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในนักกีฬา หรือผู้ที่มีปัญหาตะคริวขาของกลางคืน นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย ช่วยลดความเมื่อยล้าและอาการไม่สบายจากการออกแรง
2. ส่งเสริมสุขภาพกระดูก
แมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญในสุขภาพกระดูก โดยช่วยควบคุมระดับแคลเซียมในกระดูกและช่วยในการพัฒนากระดูก แมกนีเซียมช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูก ซึ่งช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน (osteoporosis) โดยการทำงานร่วมกับแคลเซียมและวิตามินดีเพื่อรักษากระดูกให้แข็งแรงโดยเฉพาะเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น
3. ปรับสมดุลสุขภาพหัวใจ
แมกนีเซียมมีความสำคัญต่อการทำงานของหัวใจ โดยช่วยควบคุมความดันโลหิต ส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือด และลดการหดตัวของกล้ามเนื้อหลอดเลือด การรับประทานแมกนีเซียมสามารถลดความเสี่ยงจากโรคความดันโลหิตสูงและช่วยรักษาระบบจังหวะการเต้นของหัวใจให้ปกติ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ (arrhythmia) นอกจากนี้ยังช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอลให้ดีขึ้น
4. สนับสนุนการทำงานของระบบประสาท
แมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบประสาทและการควบคุมสารสื่อประสาทในสมอง โดยช่วยรักษาสมดุลระหว่างสารสื่อประสาทที่กระตุ้นและยับยั้งในสมอง ซึ่งสำคัญต่อความเป็นอยู่ทางจิตใจและการทำงานของสมอง แมกนีเซียมยังช่วยบรรเทาอาการวิตกกังวล ความเครียด และภาวะซึมเศร้า โดยส่งเสริมการผ่อนคลายและลดผลกระทบจากฮอร์โมนความเครียด
5. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
แมกนีเซียมช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและสนับสนุนการทำงานของอินซูลิน การรับประทานแมกนีเซียมให้เพียงพอสามารถเพิ่มความไวของอินซูลิน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดความเสี่ยงจากโรคเบาหวานประเภท 2 นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังช่วยลดการอักเสบที่เป็นสาเหตุของภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งช่วยสนับสนุนสุขภาพการเผาผลาญ
6. สนับสนุนสุขภาพทางเดินอาหาร
แมกนีเซียมมีความสำคัญต่อสุขภาพทางเดินอาหาร โดยช่วยควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อในลำไส้ ซึ่งช่วยให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อที่จำเป็นสำหรับการขับเคลื่อนอาหารผ่านลำไส้ นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังช่วยป้องกันอาการท้องผูกโดยการทำให้การขับถ่ายเป็นปกติ
7. ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ
แมกนีเซียมเป็นที่รู้จักในฐานะที่ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น เนื่องจากมีคุณสมบัติในการผ่อนคลาย แมกนีเซียมช่วยควบคุมการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญต่อการรักษาวงจรการนอนหลับ-ตื่นให้สมดุล นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาความวิตกกังวลและส่งเสริมการนอนหลับที่ลึกและพักผ่อน
8. ช่วยป้องกันไมเกรน
มีงานวิจัยที่แสดงว่าแมกนีเซียมสามารถช่วยป้องกันและจัดการกับอาการไมเกรนได้ ผู้ที่มีไมเกรนเรื้อรังมักมีระดับแมกนีเซียมในร่างกายต่ำ การรับประทานแมกนีเซียมสามารถช่วยควบคุมการทำงานของสารสื่อประสาทและการหดตัวของหลอดเลือด ซึ่งทั้งสองมีบทบาทในการพัฒนาไมเกรน
9. เพิ่มการผลิตพลังงาน
แมกนีเซียมมีส่วนร่วมในการผลิต ATP (อะดีโนซีนไตรฟอสเฟต) ซึ่งเป็นโมเลกุลพลังงานหลักในร่างกาย ช่วยในการแปลงอาหารเป็นพลังงานและสนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ และอวัยวะ การรับประทานแมกนีเซียมให้เพียงพอสามารถช่วยเพิ่มระดับพลังงาน ลดความเมื่อยล้า และปรับปรุงการทำงานของร่างกายโดยรวม
10. มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ
การอักเสบเรื้อรังเกี่ยวข้องกับหลายโรค รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคข้ออักเสบ แมกนีเซียมมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ซึ่งสามารถช่วยลดสารต่างๆ ที่เป็นสัญญาณของการอักเสบในร่างกาย การรักษาระดับแมกนีเซียมให้สมดุลสามารถช่วยลดการอักเสบและลดความเสี่ยงจากโรคที่เกี่ยวข้อง
1. สนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อ
แมกนีเซียมช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวและคลายตัวอย่างเหมาะสม การรับประทานแมกนีเซียมให้เพียงพอสามารถป้องกันอาการตะคริวและการเกร็งของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในนักกีฬา หรือผู้ที่มีปัญหาตะคริวขาของกลางคืน นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย ช่วยลดความเมื่อยล้าและอาการไม่สบายจากการออกแรง
2. ส่งเสริมสุขภาพกระดูก
แมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญในสุขภาพกระดูก โดยช่วยควบคุมระดับแคลเซียมในกระดูกและช่วยในการพัฒนากระดูก แมกนีเซียมช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูก ซึ่งช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน (osteoporosis) โดยการทำงานร่วมกับแคลเซียมและวิตามินดีเพื่อรักษากระดูกให้แข็งแรงโดยเฉพาะเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น
3. ปรับสมดุลสุขภาพหัวใจ
แมกนีเซียมมีความสำคัญต่อการทำงานของหัวใจ โดยช่วยควบคุมความดันโลหิต ส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือด และลดการหดตัวของกล้ามเนื้อหลอดเลือด การรับประทานแมกนีเซียมสามารถลดความเสี่ยงจากโรคความดันโลหิตสูงและช่วยรักษาระบบจังหวะการเต้นของหัวใจให้ปกติ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ (arrhythmia) นอกจากนี้ยังช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอลให้ดีขึ้น
4. สนับสนุนการทำงานของระบบประสาท
แมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบประสาทและการควบคุมสารสื่อประสาทในสมอง โดยช่วยรักษาสมดุลระหว่างสารสื่อประสาทที่กระตุ้นและยับยั้งในสมอง ซึ่งสำคัญต่อความเป็นอยู่ทางจิตใจและการทำงานของสมอง แมกนีเซียมยังช่วยบรรเทาอาการวิตกกังวล ความเครียด และภาวะซึมเศร้า โดยส่งเสริมการผ่อนคลายและลดผลกระทบจากฮอร์โมนความเครียด
5. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
แมกนีเซียมช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและสนับสนุนการทำงานของอินซูลิน การรับประทานแมกนีเซียมให้เพียงพอสามารถเพิ่มความไวของอินซูลิน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดความเสี่ยงจากโรคเบาหวานประเภท 2 นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังช่วยลดการอักเสบที่เป็นสาเหตุของภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งช่วยสนับสนุนสุขภาพการเผาผลาญ
6. สนับสนุนสุขภาพทางเดินอาหาร
แมกนีเซียมมีความสำคัญต่อสุขภาพทางเดินอาหาร โดยช่วยควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อในลำไส้ ซึ่งช่วยให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อที่จำเป็นสำหรับการขับเคลื่อนอาหารผ่านลำไส้ นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังช่วยป้องกันอาการท้องผูกโดยการทำให้การขับถ่ายเป็นปกติ
7. ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ
แมกนีเซียมเป็นที่รู้จักในฐานะที่ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น เนื่องจากมีคุณสมบัติในการผ่อนคลาย แมกนีเซียมช่วยควบคุมการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญต่อการรักษาวงจรการนอนหลับ-ตื่นให้สมดุล นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาความวิตกกังวลและส่งเสริมการนอนหลับที่ลึกและพักผ่อน
8. ช่วยป้องกันไมเกรน
มีงานวิจัยที่แสดงว่าแมกนีเซียมสามารถช่วยป้องกันและจัดการกับอาการไมเกรนได้ ผู้ที่มีไมเกรนเรื้อรังมักมีระดับแมกนีเซียมในร่างกายต่ำ การรับประทานแมกนีเซียมสามารถช่วยควบคุมการทำงานของสารสื่อประสาทและการหดตัวของหลอดเลือด ซึ่งทั้งสองมีบทบาทในการพัฒนาไมเกรน
9. เพิ่มการผลิตพลังงาน
แมกนีเซียมมีส่วนร่วมในการผลิต ATP (อะดีโนซีนไตรฟอสเฟต) ซึ่งเป็นโมเลกุลพลังงานหลักในร่างกาย ช่วยในการแปลงอาหารเป็นพลังงานและสนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ และอวัยวะ การรับประทานแมกนีเซียมให้เพียงพอสามารถช่วยเพิ่มระดับพลังงาน ลดความเมื่อยล้า และปรับปรุงการทำงานของร่างกายโดยรวม
10. มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ
การอักเสบเรื้อรังเกี่ยวข้องกับหลายโรค รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคข้ออักเสบ แมกนีเซียมมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ซึ่งสามารถช่วยลดสารต่างๆ ที่เป็นสัญญาณของการอักเสบในร่างกาย การรักษาระดับแมกนีเซียมให้สมดุลสามารถช่วยลดการอักเสบและลดความเสี่ยงจากโรคที่เกี่ยวข้อง