Shopee
หมอประเสริฐแนะนำ นิทาน แม่จ๋า อย่าโมโห (Schreimutter)
5.0
ขายแล้ว 2 ชิ้น
฿268
฿270
-1%
Rvada ตรวจสอบราคา
สินค้านี้มีประวัติขายน้อย (2 ชิ้น) โปรดพิจารณาข้อมูลร้านค้าประกอบ
ราคานี้อยู่ที่ประมาณ 69% ของราคาเฉลี่ยสินค้าหมวดเดียวกัน (เทียบจากฐานข้อมูลกว่า 1.5 ล้านรายการ)
BABY BOOKS
แบรนด์:
NoBrand
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
คุณแม่ของเพนกวิ้นโกรธมาก
ลูกเพนกวิ้นเล่าว่า
เมื่อเช้านี้แม่โมโห แม่ตะโกนใส่ฉันเสียงดังมาก
ดังมากจนตัวของฉันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แล้วก็ปลิวลอยไป
หัวก็ลอยไปในอวกาศ ตัวอยู่ในทะเล ปีกหายไปในป่า
ปากไปตกอยู่บนยอดเขาและก้นก็ไปหล่นอยู่ในเมือง
เมื่อเท้าอันเหนื่อยอ่อนเดินไปจนถึงทะเลทรายซาฮาร่า ก็มีเงาอันใหญ่ปรากฏขึ้นมา
คุณแม่ของเพนกวิ้นน้อยได้รวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดและเย็บทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน
แม่ขอโทษนะ เธอกล่าว
แม่จ๋า อย่าโมโห
ยุททา เบาเออร์
วิภาศิริ กิจสุบรรณ
สายสัมพันธ์เป็นหางเสือ หัวเรือคือ EF
กลายเป็นนิทานประกอบภาพสำหรับเด็กที่ใช้อธิบายได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เมื่อเช้านี้แม่ด่าฉันแรงมาก แล้วฉันก็แตกกระจายไป ไปไหน?
หาอ่านเองนะครับ เกิบๆนิทานสยองขวัญ
ซึ่งสมควรสยองขวัญ เมื่อแม่หายไป แม่ใจดีกลายเป็นแม่ใจร้าย (good mother, bad mother) มันสยองมาก
สายสัมพันธ์หายไป แล้วตัวตนก็หายไปด้วย
เหลือแค่ขาที่วิ่งหลงทางไปทั่วโลก
จนกว่า...
#childrenpicturebooks
================================
รีวิวจาก เพจ ตามใจนักจิตวิทยา
เมื่อการตวาดของแม่สามารถทำให้ตัวของลูกแตกกระจาย
.
หนังสือนิทาน "แม่จ๋า อย่าโมโห"
โดย Schreimutter
ผู้แปล วิภาศิริ กิจสุบรรณ
สนพ. SandClock
.
บ่อยครั้งที่เด็ก ๆ อาจจะเผลอทำให้พ่อแม่อย่างเราเกิดความรู้สึกอยากจะระเบิดออกมาตรงนั้น แต่เราก็เลือกที่จะควบคุมอารมณ์และสยบความโกรธนั้นลงไปก่อน เพราะด้วยวุฒิภาวะและสมองของผู้ใหญ่ที่พัฒนามากพอจะทำให้เราสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าเด็ก ๆ
.
ถึงกระนั้น พ่อแม่ก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง เรามีความรู้สึก และเรามีขีดจำกัดเช่นเดียวกัน หากลูกล้ำเส้นและกดปุ่มต้องห้ามในตัวเรา จนทำให้สติตามไม่ทันการกระทำอีกต่อไป เราอาจจะเผลอระเบิดอารมณ์ใส่ลูกโดยไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นเสียง ตวาดเขา และอื่น ๆ
.
นิทานเล่มนี้เริ่มเรื่องมาด้วยแม่เพนกวินตวาดใส่ลูกเพนกวินน้อยของเธอ ทันทีที่คลื่นเสียงของแม่กระทบลูกน้อย ตัวของลูกเพนกวินก็กระจายออกจากกัน บางส่วนก็กระจายไปไกลถึงอวกาศ บางส่วนก็ไปอยู่ที่ยอดเขา และบางส่วนก็ไปลอยเค้งกลางทะเล เหลือไว้เพียงส่วนเท้า ที่ต้องออกตามหาชิ้นส่วนต่าง ๆ
.
ตามความเข้าใจของตัวเอง ผู้เขียนอาจจะต้องการสื่อว่า เมื่อผู้ใหญ่ตวาดใส่เด็ก การตวาดต่างจากการตะโกน เพราะนอกจากเสียงอันดังแล้ว เนื้อความในการตวาดจะเป็นไปทางลบ (ในขณะที่การตะโกนอาจจะไม่ได้มีเนื้อความทางลบ) ซึ่งเด็กที่ได้รับการตวาด ตัวตนของเขาได้รับการกระทบกระเทือน เหมือนกับตัวเพนกวินน้อยที่ตัวของเขาแตกกระจายออกจากกัน
.
ด้วยความอยากรู้ว่า เด็ก ๆ จะรู้สึกและคิดอย่างไรกับนิทานเรื่องนี้ จึงได้นำนิทานไปเล่าให้เด็ก ๆ ฟัง และทำกิจกรรมร่วมกัน
.
******************************
.
กิจกรรม ตามหาชิ้นส่วนของลูกเพนกวิน
.
ก่อนเริ่มเล่านิทาน ได้อ่านชื่อหนังสือให้เด็ก ๆ ฟังว่า แม่จ๋า อย่าโมโห เด็ก ๆ รีบยกมือแล้วบอกเราทันทีว่า พวกเขาต่างเคยทำให้เเม่และพ่อโมโห
เด็กคนหนึ่งบอกว่า เขาไม่ยอมนอน จนแม่โมโหและตะโกนเสียงดังไล่เขาให้ไปนอน
อีกคนบอกว่า เขาไม่ยอมแปรงฟัน แม่เลยปรี๊ดแล้วตวาดใส่
น้องคนเล็กของกลุ่มบอกว่า เขาเคยแอบแกล้งแม่ ด้วยการไปจั๊กจี้เอวแม่ แม่เลยทำน้ำหกเลย
.
ระหว่างฟังนิทาน เด็ก ๆ ขำมากที่ชิ้นส่วนของเจ้าลูกเพนกวินกระจายไปในที่ ๆ ห่างไกลกัน ที่ขำก้ากกันเลย น่าจะเป็นตอนที่ก้นกระเด็นไปอยู่กลางสี่แยกไฟแดง และปีกทั้งสองที่ไปอยู่บนตัวเสือ
.
เมื่อฟังนิทานจบ ได้ให้เด็ก ๆ ออกไปตามหาชิ้นส่วนของลูกเพนกวินที่ถูกซ่อนไว้ในสวน
.
เด็ก ๆ รีบวิ่งออกไปตามหาทันที พวกเขาบอกว่า เป็นห่วง และสงสารลูกเพนกวินมาก ๆ
.
เมื่อได้ชิ้นส่วนของลูกเพนกวินครบแล้ว ได้ให้เด็ก ๆ ช่วยกันประกอบและระบายสีตัวลูกเพนกวิน ก่อนจะส่งคืนแม่เพนกวิน
พวกเขาช่วยกันแปะเทปกาวลงบนตัวของลูกเพนกวิน เพื่อประกอบร่างเข้าด้วยกัน
.
ระหว่างนั้นเราถามเขาว่า เด็ก ๆ คิดว่า ทำไมลูกเพนกวินถึงแตกกระเจิงขนาดนี้
เด็กคนหนึ่งตอบเราว่า เพราะคำพูดของแม่เพนกวินทำร้ายลูกเพนกวิน ตัวของเขาเลยแตกกระจาย"
.
ก่อนจะจบกิจกรรม เด็กคนหนึ่งบอกว่า "แม่รักลูกมาก แต่บางครั้งลูกก็ซนจริง ๆ และนั่นก็เลยทำให้แม่ตวาดลูก
เด็กทุกคนเห็นด้วย แต่พอถามว่า แล้วจะทำอย่างไรดีให้แม่ไม่ตวาดเรา
เด็กทุกคนตอบว่า ต้องไม่ดื้อ ไม่ซน
แต่พอถามว่า เร
ลูกเพนกวิ้นเล่าว่า
เมื่อเช้านี้แม่โมโห แม่ตะโกนใส่ฉันเสียงดังมาก
ดังมากจนตัวของฉันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แล้วก็ปลิวลอยไป
หัวก็ลอยไปในอวกาศ ตัวอยู่ในทะเล ปีกหายไปในป่า
ปากไปตกอยู่บนยอดเขาและก้นก็ไปหล่นอยู่ในเมือง
เมื่อเท้าอันเหนื่อยอ่อนเดินไปจนถึงทะเลทรายซาฮาร่า ก็มีเงาอันใหญ่ปรากฏขึ้นมา
คุณแม่ของเพนกวิ้นน้อยได้รวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดและเย็บทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน
แม่ขอโทษนะ เธอกล่าว
แม่จ๋า อย่าโมโห
ยุททา เบาเออร์
วิภาศิริ กิจสุบรรณ
สายสัมพันธ์เป็นหางเสือ หัวเรือคือ EF
กลายเป็นนิทานประกอบภาพสำหรับเด็กที่ใช้อธิบายได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เมื่อเช้านี้แม่ด่าฉันแรงมาก แล้วฉันก็แตกกระจายไป ไปไหน?
หาอ่านเองนะครับ เกิบๆนิทานสยองขวัญ
ซึ่งสมควรสยองขวัญ เมื่อแม่หายไป แม่ใจดีกลายเป็นแม่ใจร้าย (good mother, bad mother) มันสยองมาก
สายสัมพันธ์หายไป แล้วตัวตนก็หายไปด้วย
เหลือแค่ขาที่วิ่งหลงทางไปทั่วโลก
จนกว่า...
#childrenpicturebooks
================================
รีวิวจาก เพจ ตามใจนักจิตวิทยา
เมื่อการตวาดของแม่สามารถทำให้ตัวของลูกแตกกระจาย
.
หนังสือนิทาน "แม่จ๋า อย่าโมโห"
โดย Schreimutter
ผู้แปล วิภาศิริ กิจสุบรรณ
สนพ. SandClock
.
บ่อยครั้งที่เด็ก ๆ อาจจะเผลอทำให้พ่อแม่อย่างเราเกิดความรู้สึกอยากจะระเบิดออกมาตรงนั้น แต่เราก็เลือกที่จะควบคุมอารมณ์และสยบความโกรธนั้นลงไปก่อน เพราะด้วยวุฒิภาวะและสมองของผู้ใหญ่ที่พัฒนามากพอจะทำให้เราสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าเด็ก ๆ
.
ถึงกระนั้น พ่อแม่ก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง เรามีความรู้สึก และเรามีขีดจำกัดเช่นเดียวกัน หากลูกล้ำเส้นและกดปุ่มต้องห้ามในตัวเรา จนทำให้สติตามไม่ทันการกระทำอีกต่อไป เราอาจจะเผลอระเบิดอารมณ์ใส่ลูกโดยไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นเสียง ตวาดเขา และอื่น ๆ
.
นิทานเล่มนี้เริ่มเรื่องมาด้วยแม่เพนกวินตวาดใส่ลูกเพนกวินน้อยของเธอ ทันทีที่คลื่นเสียงของแม่กระทบลูกน้อย ตัวของลูกเพนกวินก็กระจายออกจากกัน บางส่วนก็กระจายไปไกลถึงอวกาศ บางส่วนก็ไปอยู่ที่ยอดเขา และบางส่วนก็ไปลอยเค้งกลางทะเล เหลือไว้เพียงส่วนเท้า ที่ต้องออกตามหาชิ้นส่วนต่าง ๆ
.
ตามความเข้าใจของตัวเอง ผู้เขียนอาจจะต้องการสื่อว่า เมื่อผู้ใหญ่ตวาดใส่เด็ก การตวาดต่างจากการตะโกน เพราะนอกจากเสียงอันดังแล้ว เนื้อความในการตวาดจะเป็นไปทางลบ (ในขณะที่การตะโกนอาจจะไม่ได้มีเนื้อความทางลบ) ซึ่งเด็กที่ได้รับการตวาด ตัวตนของเขาได้รับการกระทบกระเทือน เหมือนกับตัวเพนกวินน้อยที่ตัวของเขาแตกกระจายออกจากกัน
.
ด้วยความอยากรู้ว่า เด็ก ๆ จะรู้สึกและคิดอย่างไรกับนิทานเรื่องนี้ จึงได้นำนิทานไปเล่าให้เด็ก ๆ ฟัง และทำกิจกรรมร่วมกัน
.
******************************
.
กิจกรรม ตามหาชิ้นส่วนของลูกเพนกวิน
.
ก่อนเริ่มเล่านิทาน ได้อ่านชื่อหนังสือให้เด็ก ๆ ฟังว่า แม่จ๋า อย่าโมโห เด็ก ๆ รีบยกมือแล้วบอกเราทันทีว่า พวกเขาต่างเคยทำให้เเม่และพ่อโมโห
เด็กคนหนึ่งบอกว่า เขาไม่ยอมนอน จนแม่โมโหและตะโกนเสียงดังไล่เขาให้ไปนอน
อีกคนบอกว่า เขาไม่ยอมแปรงฟัน แม่เลยปรี๊ดแล้วตวาดใส่
น้องคนเล็กของกลุ่มบอกว่า เขาเคยแอบแกล้งแม่ ด้วยการไปจั๊กจี้เอวแม่ แม่เลยทำน้ำหกเลย
.
ระหว่างฟังนิทาน เด็ก ๆ ขำมากที่ชิ้นส่วนของเจ้าลูกเพนกวินกระจายไปในที่ ๆ ห่างไกลกัน ที่ขำก้ากกันเลย น่าจะเป็นตอนที่ก้นกระเด็นไปอยู่กลางสี่แยกไฟแดง และปีกทั้งสองที่ไปอยู่บนตัวเสือ
.
เมื่อฟังนิทานจบ ได้ให้เด็ก ๆ ออกไปตามหาชิ้นส่วนของลูกเพนกวินที่ถูกซ่อนไว้ในสวน
.
เด็ก ๆ รีบวิ่งออกไปตามหาทันที พวกเขาบอกว่า เป็นห่วง และสงสารลูกเพนกวินมาก ๆ
.
เมื่อได้ชิ้นส่วนของลูกเพนกวินครบแล้ว ได้ให้เด็ก ๆ ช่วยกันประกอบและระบายสีตัวลูกเพนกวิน ก่อนจะส่งคืนแม่เพนกวิน
พวกเขาช่วยกันแปะเทปกาวลงบนตัวของลูกเพนกวิน เพื่อประกอบร่างเข้าด้วยกัน
.
ระหว่างนั้นเราถามเขาว่า เด็ก ๆ คิดว่า ทำไมลูกเพนกวินถึงแตกกระเจิงขนาดนี้
เด็กคนหนึ่งตอบเราว่า เพราะคำพูดของแม่เพนกวินทำร้ายลูกเพนกวิน ตัวของเขาเลยแตกกระจาย"
.
ก่อนจะจบกิจกรรม เด็กคนหนึ่งบอกว่า "แม่รักลูกมาก แต่บางครั้งลูกก็ซนจริง ๆ และนั่นก็เลยทำให้แม่ตวาดลูก
เด็กทุกคนเห็นด้วย แต่พอถามว่า แล้วจะทำอย่างไรดีให้แม่ไม่ตวาดเรา
เด็กทุกคนตอบว่า ต้องไม่ดื้อ ไม่ซน
แต่พอถามว่า เร