Shopee
รีบซื้อก่อนหมด!! ผักบุ้งแก้วแตกกอ 39บาท
4.9
ขายแล้ว 5 ชิ้น
฿19
Rvada ตรวจสอบราคา
ราคาถูกผิดปกติ (4% ของค่าเฉลี่ยหมวด) ควรตรวจสอบร้านค้าก่อนซื้อ
เมล็ดพันธุ์บ้านสวนบุษบา
แบรนด์:
Pongphet(พงษ์เพชร)
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
ผักบุ้งแก้วหรือผักบุ้งไทยมีลักษณะโดดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากผักบุ้งจีนอย่างชัดเจน
ผักบุ้งแก้ว หรือผักบุ้งไทยจะแตกต่างจากผักบุ้งจีนที่ขายตามท้องตลาดอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งรสชาติเมื่อนำมาประกอบอาหารจะมีรสชาติที่อร่อยกว่า ผักบุ้งแก้วคนไทยนิยมนำมาประกอบอาหารหลายอย่าง อาทิ ผัดผักบุ้ง แกงส้มผักบุ้ง เป็นต้น โดยการปลูกผักบุ้งแก้วนั้นไม่ใช่เรื่องยากและใช้ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวเพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น
การปลูกผักบุ้งแก้ว
การปลูก ผักบุ้งแก้ว นั้นจะต้องปลูกในพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำได้สะดวกเพราะว่าผักบุ้งแก้วเป็นพืชที่ขาดน้ำไม่ได้ ส่วนมากแล้วเกษตรกรจะปลูกในท้องนาหรือที่ทำนาเก่า โดยจะปลูกเป็นพืชแซมหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว
เริ่มต้นปลูกผักบุ้งแก้วเราควรจะเตรียมดินด้วยการไถพลิกหน้าดินก่อนแล้วถึงปล่อยน้ำเข้าพื้นที่ปลูก ซึ่งการปล่อยน้ำเข้าควรอยู่ในระดับประมาณ 1 ฟุตหลังจากนั้นก็นำยอดผักบุ้งที่มีความยาวประมาณ 50 เซนติเมตรโดยเฉพาะยอดที่ทอดยอดห่างและมีลำยอดเป็นสีขาว ปักยอดผักบุ้งที่ได้มาลงไปในดินโดยมีระยะห่างระหว่างกออยู่ที่ 3 เมตร การปักยอดผักบุ้งแก้วนั้นจะทำให้เหมือนกับการดำนา หลังจากปักยอดผักบุ้งแก้วเสร็จแล้วเราควรที่จะปล่อยน้ำออกจนดินมีลักษณะเฉอะแฉะ สาเหตุที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันหอยเชอร์รี่ ซึ่งเป็นศัตรูพืชของผักบุ้งแก้ว
หลังจากการปักยอดผักบุ้งแก้วแล้วประมาณ 7 วัน ถึงจะใส่ปุ๋ยสูตร 16-8-8 หรือ 18-8-8เพื่อเริ่งการเจริญเติบโต โดยระหว่างการใส่ปุ๋ยในช่วงแรกเราควรใส่ควบคู่กับน้ำหมักชีวภาพเพื่อให้รักษาสภาพดินและสภาพน้ำไม่ให้เกิดการเน่าเสีย ในสัปดาห์ที่สองเราควรใส่ปุ๋ยคอกให้ทั่วแปลงปลูก หลังจากนั้นค่อยปล่อยน้ำเข้าไปในแปลงโดยระดับน้ำจะอยู่ประมาณ 1 ฟุตเหมือนในตอนแรกเพื่อให้ผักบุ้งได้ทอดยอด ซึ่งสัปดาห์ที่ 3 เราก็สามารถที่จะเก็บยอดผักบุ้งจัดจำหน่ายได้แล้ว
ผักบุ้งแก้วก็สามารถนำมาผัดผักบุ้งไฟแดงได้เช่นกันแถมยังมีรสชาติที่เอร็ดอร่อยอีกด้วย
เคล็ดลับที่จะทำให้ยอดผักบุ้งมีความอวบอิ่มก็คือน้ำหมักชีวภาพที่จะต้องฉีดพ่นในแปลงผักบุ้งอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งน้ำหมักนี้มีอยู่หลายสูตรด้วยกัน ส่วนมากแล้วจะนิยมนำเศษผัก และหยวกกล้วยนำมาหมักกับกากน้ำตาลน้ำ และจุลินทรีย์อีเอ็ม หมักรวมกันทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์และค่อยนำไปฉีดพ่นในแปลงปลูกแต่ที่สำคัญที่สุดอย่าใส่ปุ๋ยยูเรียเพราะจะทำให้ลำยอดของผักบุ้งเป็นสีเขียวเข้ม ซึ่งยอดผักบุ้งลักษณะนี้จะไม่เป็นที่ต้องการของตลาด
ผักบุ้งแก้วเป็นพืชที่ขาดน้ำไม่ได้ดังนั้นจึงนิยมปลูกผักบุ้งในท้องนาหรือที่นาเก่า
ผักบุ้งแก้ว หรือผักบุ้งไทยจะแตกต่างจากผักบุ้งจีนที่ขายตามท้องตลาดอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งรสชาติเมื่อนำมาประกอบอาหารจะมีรสชาติที่อร่อยกว่า ผักบุ้งแก้วคนไทยนิยมนำมาประกอบอาหารหลายอย่าง อาทิ ผัดผักบุ้ง แกงส้มผักบุ้ง เป็นต้น โดยการปลูกผักบุ้งแก้วนั้นไม่ใช่เรื่องยากและใช้ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวเพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น
การปลูกผักบุ้งแก้ว
การปลูก ผักบุ้งแก้ว นั้นจะต้องปลูกในพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำได้สะดวกเพราะว่าผักบุ้งแก้วเป็นพืชที่ขาดน้ำไม่ได้ ส่วนมากแล้วเกษตรกรจะปลูกในท้องนาหรือที่ทำนาเก่า โดยจะปลูกเป็นพืชแซมหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว
เริ่มต้นปลูกผักบุ้งแก้วเราควรจะเตรียมดินด้วยการไถพลิกหน้าดินก่อนแล้วถึงปล่อยน้ำเข้าพื้นที่ปลูก ซึ่งการปล่อยน้ำเข้าควรอยู่ในระดับประมาณ 1 ฟุตหลังจากนั้นก็นำยอดผักบุ้งที่มีความยาวประมาณ 50 เซนติเมตรโดยเฉพาะยอดที่ทอดยอดห่างและมีลำยอดเป็นสีขาว ปักยอดผักบุ้งที่ได้มาลงไปในดินโดยมีระยะห่างระหว่างกออยู่ที่ 3 เมตร การปักยอดผักบุ้งแก้วนั้นจะทำให้เหมือนกับการดำนา หลังจากปักยอดผักบุ้งแก้วเสร็จแล้วเราควรที่จะปล่อยน้ำออกจนดินมีลักษณะเฉอะแฉะ สาเหตุที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันหอยเชอร์รี่ ซึ่งเป็นศัตรูพืชของผักบุ้งแก้ว
หลังจากการปักยอดผักบุ้งแก้วแล้วประมาณ 7 วัน ถึงจะใส่ปุ๋ยสูตร 16-8-8 หรือ 18-8-8เพื่อเริ่งการเจริญเติบโต โดยระหว่างการใส่ปุ๋ยในช่วงแรกเราควรใส่ควบคู่กับน้ำหมักชีวภาพเพื่อให้รักษาสภาพดินและสภาพน้ำไม่ให้เกิดการเน่าเสีย ในสัปดาห์ที่สองเราควรใส่ปุ๋ยคอกให้ทั่วแปลงปลูก หลังจากนั้นค่อยปล่อยน้ำเข้าไปในแปลงโดยระดับน้ำจะอยู่ประมาณ 1 ฟุตเหมือนในตอนแรกเพื่อให้ผักบุ้งได้ทอดยอด ซึ่งสัปดาห์ที่ 3 เราก็สามารถที่จะเก็บยอดผักบุ้งจัดจำหน่ายได้แล้ว
ผักบุ้งแก้วก็สามารถนำมาผัดผักบุ้งไฟแดงได้เช่นกันแถมยังมีรสชาติที่เอร็ดอร่อยอีกด้วย
เคล็ดลับที่จะทำให้ยอดผักบุ้งมีความอวบอิ่มก็คือน้ำหมักชีวภาพที่จะต้องฉีดพ่นในแปลงผักบุ้งอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งน้ำหมักนี้มีอยู่หลายสูตรด้วยกัน ส่วนมากแล้วจะนิยมนำเศษผัก และหยวกกล้วยนำมาหมักกับกากน้ำตาลน้ำ และจุลินทรีย์อีเอ็ม หมักรวมกันทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์และค่อยนำไปฉีดพ่นในแปลงปลูกแต่ที่สำคัญที่สุดอย่าใส่ปุ๋ยยูเรียเพราะจะทำให้ลำยอดของผักบุ้งเป็นสีเขียวเข้ม ซึ่งยอดผักบุ้งลักษณะนี้จะไม่เป็นที่ต้องการของตลาด
ผักบุ้งแก้วเป็นพืชที่ขาดน้ำไม่ได้ดังนั้นจึงนิยมปลูกผักบุ้งในท้องนาหรือที่นาเก่า