สปริงเกอร์ ใบน้ำ 2 ชั้น (5/10อัน) พร้อมวาล์ว สวมท่อ 1/2" (4หุน) และ 3/4" (6หุน) ไชโย 300-V1
Shopee

สปริงเกอร์ ใบน้ำ 2 ชั้น (5/10อัน) พร้อมวาล์ว สวมท่อ 1/2" (4หุน) และ 3/4" (6หุน) ไชโย 300-V1

4.8
ขายแล้ว 1 ชิ้น
฿71
กนกโปรดักส์
แบรนด์: Chaiyo(ไชโย)
ซื้อที่ Shopee

คุณจะถูกนำไปยัง Shopee

ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง

รายละเอียดสินค้า

สปริงเกอร์ ใบน้ำ 2 ชั้น (5/10อัน) พร้อมวาล์ว สวมท่อ 1/2" (4หุน) ไชโย 300-V1

SKU 300-V1(5) สปริงเกอร์ ใบน้ำ 2 ชั้น พร้อมวาล์ว สวมท่อ 1/2" (4หุน) ไชโย จำนวน 5 อัน
SKU 300-V1(10) สปริงเกอร์ ใบน้ำ 2 ชั้น พร้อมวาล์ว สวมท่อ 1/2" (4หุน) ไชโย จำนวน 10 อัน
SKU 300-V2(5) สปริงเกอร์ ใบน้ำ 2 ชั้น พร้อมวาล์ว สวมท่อ 3/4" (6หุน) ไชโย จำนวน 5 อัน
SKU 300-V2(10) สปริงเกอร์ ใบน้ำ 2 ชั้น พร้อมวาล์ว สวมท่อ 3/4" (6หุน) ไชโย จำนวน 10 อัน

รายละเอียด
ปริมาณน้ำที่ใช้ 500 - 900 ลิตรต่อชั่วโมง
รัศมีการกระจายน้ำ 3 - 5 เมตรขึ้นอยู่กับแรงดัน
แรงดันที่ใช้ 1 - 3 บาร์

สปริงเกอร์ (SPRINKLER) คืออะไร ?
สปริงเกอร์ก็คือระบบรดน้ำแบบหนึ่งที่มีการบีบอัดฉีดน้ำให้แตกเป็นสาย และหมุนเหวี่ยงไปรอบบริเวณพื้นที่ปลูกน้ำต้นไม้ หรือช่วยฉีดน้ำเพื่อลดอุณหภูมิของพื้นที่ให้เย็นลงให้นั่นเอง

สปริงเกอร์มีกี่ประเภท และเหมาะกับสวนแบบไหน?
จริงๆ แล้วเราสามารถแบ่งชนิดของ สปริงเกอร์ ได้หลายประเภทตามการใช้งาน ถ้าหากแบ่งตามลักษณะของการจ่ายน้ำจะแบ่งได้ดังนี้
1.หัวแบบมินิสปริงเกอร์ MiniSprinkler หัวมินิสปริงเกอร์ชนิดนี้จะจ่ายน้ำในอัตราที่ไม่สูงมากนัก จะมีทั้งแบบน้ำหยด และแบบหัวเหวี่ยงขนาดเล็ก รัศมีการจ่ายน้ำจะไม่มาก ไม่เกิน 2-3 เมตร หัวจ่ายน้ำแบบนี้จะ เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็กๆหรือไม้พุ่ม
2.หัวแบบสเปรย์ spray หัวสเปรย์นี้ มีลักษณะการจ่ายน้ำซึ่งเป็นแบบรูปพัด รัศมีการจ่ายน้ำไม่เกิน 5-6 เมตร เหมาะกับบ้านที่มีขนาดพื้นที่รดน้ำไม่กว้างมากนัก (5-6 เมตร)
3.หัวแบบโรเตเตอร์ rotor หัวโรเตเตอร์นี้ มีลักษณะการจ่ายน้ำฉีดออกจากหัวจ่ายและหมุนรอบตัวหรือองศาที่กำหนดไว้ รัศมีการฉีดน้ำตั้งแต่ 6 เมตรขึ้นไปถึง 15-20 เมตร เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นสนามหญ้า สวนสาธารณะ เป็นต้น

วางสปริงเกอร์อย่างไรดี ?
ขั้นตอนง่ายๆในการวางตำแหน่งสปริงเกอร์ มีดังนี้
1. แบ่งพื้นที่ในสวนออกเป็นส่วนๆเพื่อเลือกหัวสปริงเกอร์ : โดยแบ่งพื้นที่ง่ายๆตามประเภทของต้นไม้ที่ปลูก เช่น พื้นที่สนามหญ้า พื้นที่ปลูกไม่พุ่ม พื้นที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ พื้นที่แปลงปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
2. เลือกหัวสปริงเกอร์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ในสวนของคุณ โดยเลือกจากระยะฉีดน้ำ รัศมีการให้น้ำของหัวสปริงเกอร์ ตามหัวข้อในลำดับถัดไป

หรือหากแบ่งตามลักษณะการติดตั้ง สามารถแบ่งได้ดังนี้
1. หัวแบบฝังอยู่ใต้ดิน (under ground) ได้แก่แบบ pop-up
หัวจ่ายน้ำแบบนี้จะถูกฝังอยู่ใต้ดินจะโผล่ขึ้นมาเฉพาะเวลาที่ทำงานเท่านั้น โดยปกติจะติดตั้งบริเวณสนามหญ้า และเป็นพื้นที่โล่ง เพื่อความสวยงาม
2. หัวแบบติดตั้งอยู่เหนือดิน (above ground)
ได้แก่แบบที่ติดตั้งอยู่เหนือดิน เช่น มินิสเปรย์ หัวพ่นหมอก pop-up แบบที่ติดตั้งอยู่บน riser แบบนี้จะติดตั้งบริเวณไม้พุ่มและต้องอยู่ในจุดที่หลบสายตาผู้พบเห็น

ข้อดีข้อเสียของสปริงเกอร์ ?

ข้อดี
ระบบรดน้ำสปริงเกลอร์ตั้งเวลารดน้ำได้ สะดวกสบายสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลสวนเอง
รดน้ำได้เป็นวงกว้าง ประหยัดแรงและเวลา
มีหลากหลายรูปแบบ เลือกได้ตามความเหมาะสมกับรูปแบบและประเภทของการใช้งาน
ประหยัดน้ำเนื่องจากสามารถคุมและกำหนดเวลา ปริมาณในการรดน้ำต้นไม้ได้
ช่วยทำให้พื้นที่บริเวณสวนของคุณมีอุณหภูมิเย็นขึ้น เพิ่มความชื้นในอากาศได้ดี

ข้อเสีย
งบประมาณในการติดตั้งสูงกว่าระบบรดน้ำด้วยสายยางแบบปกติ
ต้องมีแรงดันน้ำที่เพียงพอ เพื่อประสิทธิภาพที่สมบูรณ์ในการทำงานของระบบสปริงเกลอร์
ต้องจัดการแบ่งพื้นที่และวางตำแหน่งสปริงเกลอร์ในการรดน้ำตั้งแต่ขั้นตอนในการออกแบบสวน จะทำให้ระบบทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

**กนกโปรดักส์ มั่นใจในแบรนด์เรา **
คิดถึงระบบน้ำ คิดถึงกนกโปรดักส์
กนกโปรดักส์ ตอบโจทย์ลูกค้าเรื่องระบบน้ำ
ปรึกษาสอบถามเพิ่มเติมได้ทางข้อความเลยค่ะ
ยินดีให้บริการ
**จัดส่งสินค้า จันทร์- เสาร์ 8.30-15.00 น.**

เมื่อลูกค้าได้รับสินค้าแล้วกดรีวิวสินค้าให้กับทางร้านโดยเพิ่มความคิดเห็น 30 ตัวอักษรและแคปหน้าที่ลูกค้ารีวิว ส่งมาทางแชท รับส่วนลดจากร้านค้าในการซื้อครั้งต่อไป เมื่อซื้อครบ1000 รับโค้ดส่วนลด 10%
**ถ้าทางร้านส่งสินค้าผิดหรือสินค้าเสียหายรบกวนลูกค้าทักแชทหาทางร้านเพื่อดำเนินการแก้ไขให้ลูกค้าก่อนกดรีวิวนะคะ**

หากคำสั่งซื้อสินค้าไม่ถึงยอด 300 บาท ขออนญาตนำส่งใบกำกับภาษี
เป็นการสแกนและจัดส่งให้ทาง Mail ที่ทางคุณลูกค้าแจ้งไว้ในระบบนะค

สินค้าที่เกี่ยวข้อง