Shopee
เมล็ดต้นหอมญี่ปุ่น ปลูกง่าย ต้นใหญ่
4.8
ขายแล้ว 2 ชิ้น
฿59
Rvada ตรวจสอบราคา
ราคาถูกผิดปกติ (14% ของค่าเฉลี่ยหมวด) ควรตรวจสอบร้านค้าก่อนซื้อ
vegetableseeds
แบรนด์:
NoBrand
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
ต้นหอมญี่ปุ่น (Japanese Bunching Onion)
อัตราการงอก 85 %
ความต้องการแสงแดด เต็มวัน
ดินที่เหมาะสม ดินร่วน/ดินร่วนปนทราย
อายุเก็บเกี่ยว 210-240 วัน
ต้นหอมญี่ปุ่น (Bunching Onion) นิยมบริโภคเฉพาะตรงส่วนลำต้นที่เกิดจากกาบใบสีขาวซ้อนๆ กัน ส่วนตรงใบที่มีลักษณะเป็นหลอดจะไม่นิยมนำมาทำอาหาร ต้นหอมญี่ปุ่นมีรสหวานให้โปรตีนสูง อุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัสและแมกนีเซียมรวมถึงวิตามินเอ วิตามินซีและวิตามินเคช่วยป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต นอกจากนี้ยังมีสารกระตุ้นต่อมน้ำตาเหมือนต้นหอมของไทยด้วย
ต้นหอมญี่ปุ่นเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี แม้ชื่อว่า”ต้นหอมญี่ปุ่น” แต่แท้ที่จริงแล้วมีแหล่งกำเนิดที่ประเทศจีน สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมากที่สุดทั้งจีนและญี่ปุ่นได้มีการปลูกมาแล้วมากกว่า2,600ปี เมื่อ500ปีก่อนจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิงได้พระราชทานชื่อว่าเป็น”ราชาแห่งต้นหอม” และเมื่อ 15 พ.ย. 2563 ในการประกวดต้นหอมญี่ปุ่นที่แหล่งผลิตต้นหอมญี่ป่นสำคัญในประเทศจีน ได้มีการทำลายกินเนสบุ๊คว่าเป็นต้นหอมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ความสูง2.532ม.
เป็นพันธุ์ที่มีลำต้นใหญ่มาก ต้านทานโรค ความสูงของต้นประมาณ120ซม. ส่วนลำต้นที่เป็นสีขาวมีความยาวประมาณ70ซม. น้ำหนักต้น 600กรัม/ต้น ไม่แตกหน่อ ลำต้นสีขาวเนื้อเนียน เส้นใยน้อยมาก รสหวาน เป็นพันธุ์การค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ใช้ระยะปลูก 80 * 5 ซม. ให้ผลผลิตสูง ประมาณ12,000กก./ไร่(จากข้อมูลในแหล่งรวบรวมพันธุ์)
วิธีเพาะเมล็ดผักกินใบทั่วไป เรียบเรียงโดย mpseeds
ก่อนเพาะเมล็ด ควรนำเมล็ดไปแช่ในน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิ45-50 ̊C เป็นเวลา3-5 ชม. หลังจากนั้นผึ่งลมให้แห้งในร่ม เพื่อทำให้เมล็ดดูดความชื้นและออกซีเจนเข้าไป เป็นการทำลายการพักตัวของเมล็ด จึงนำไปหยอดลงในถาดหลุม หรือแปลงเพาะ โรยวัสดุเพาะทับบางๆ อีกชั้นควานหนาของวัสดุที่โรยทับประมาณ1-2เท่าของความหนาเมล็ด รดน้ำให้ชุ่ม วางถาดหลุมในที่ร่ม หมั่นรดน้ำรักษาความชื้นของวัสดุเพาะ
สำหรับเมล็ดที่มีราคาแพง เพื่อให้ได้อัตราการงอกที่สูง ควรมีการบ่มเมล็ด(วิธีควบแน่น)ก่อนเพาะ โดยเอากระดาษทิชชู่เปียก ห่อเมล็ดที่ผ่านการแช่น้ำแล้ว ใส่ในกล่องอาหาร/ถุงใส่ ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง (สำหรับเมล็ดผักที่ต้องการอุณหภูมิที่ต่ำในการงอก เช่นผักสลัด หรือผักเมืองหนาวต่างๆ ควรเอาเมล็ดที่บ่มไว้เก็บไว้ในช่องเก็บผักของตู้เย็น1-3วัน ค่อยเอาออกมาบ่มในอุณหภูมิห้องต่อ) เมื่อเมล็ดได้เริ่มแทงรากออกมาแล้วค่อยนำไปเพาะในถาดหลุมต่อ
หลังจากต้นอ่อนได้มีใบจริง2คู่ จึงย้ายลงแปลงปลูก
อัตราการงอก 85 %
ความต้องการแสงแดด เต็มวัน
ดินที่เหมาะสม ดินร่วน/ดินร่วนปนทราย
อายุเก็บเกี่ยว 210-240 วัน
ต้นหอมญี่ปุ่น (Bunching Onion) นิยมบริโภคเฉพาะตรงส่วนลำต้นที่เกิดจากกาบใบสีขาวซ้อนๆ กัน ส่วนตรงใบที่มีลักษณะเป็นหลอดจะไม่นิยมนำมาทำอาหาร ต้นหอมญี่ปุ่นมีรสหวานให้โปรตีนสูง อุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัสและแมกนีเซียมรวมถึงวิตามินเอ วิตามินซีและวิตามินเคช่วยป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต นอกจากนี้ยังมีสารกระตุ้นต่อมน้ำตาเหมือนต้นหอมของไทยด้วย
ต้นหอมญี่ปุ่นเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี แม้ชื่อว่า”ต้นหอมญี่ปุ่น” แต่แท้ที่จริงแล้วมีแหล่งกำเนิดที่ประเทศจีน สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมากที่สุดทั้งจีนและญี่ปุ่นได้มีการปลูกมาแล้วมากกว่า2,600ปี เมื่อ500ปีก่อนจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิงได้พระราชทานชื่อว่าเป็น”ราชาแห่งต้นหอม” และเมื่อ 15 พ.ย. 2563 ในการประกวดต้นหอมญี่ปุ่นที่แหล่งผลิตต้นหอมญี่ป่นสำคัญในประเทศจีน ได้มีการทำลายกินเนสบุ๊คว่าเป็นต้นหอมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ความสูง2.532ม.
เป็นพันธุ์ที่มีลำต้นใหญ่มาก ต้านทานโรค ความสูงของต้นประมาณ120ซม. ส่วนลำต้นที่เป็นสีขาวมีความยาวประมาณ70ซม. น้ำหนักต้น 600กรัม/ต้น ไม่แตกหน่อ ลำต้นสีขาวเนื้อเนียน เส้นใยน้อยมาก รสหวาน เป็นพันธุ์การค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ใช้ระยะปลูก 80 * 5 ซม. ให้ผลผลิตสูง ประมาณ12,000กก./ไร่(จากข้อมูลในแหล่งรวบรวมพันธุ์)
วิธีเพาะเมล็ดผักกินใบทั่วไป เรียบเรียงโดย mpseeds
ก่อนเพาะเมล็ด ควรนำเมล็ดไปแช่ในน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิ45-50 ̊C เป็นเวลา3-5 ชม. หลังจากนั้นผึ่งลมให้แห้งในร่ม เพื่อทำให้เมล็ดดูดความชื้นและออกซีเจนเข้าไป เป็นการทำลายการพักตัวของเมล็ด จึงนำไปหยอดลงในถาดหลุม หรือแปลงเพาะ โรยวัสดุเพาะทับบางๆ อีกชั้นควานหนาของวัสดุที่โรยทับประมาณ1-2เท่าของความหนาเมล็ด รดน้ำให้ชุ่ม วางถาดหลุมในที่ร่ม หมั่นรดน้ำรักษาความชื้นของวัสดุเพาะ
สำหรับเมล็ดที่มีราคาแพง เพื่อให้ได้อัตราการงอกที่สูง ควรมีการบ่มเมล็ด(วิธีควบแน่น)ก่อนเพาะ โดยเอากระดาษทิชชู่เปียก ห่อเมล็ดที่ผ่านการแช่น้ำแล้ว ใส่ในกล่องอาหาร/ถุงใส่ ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง (สำหรับเมล็ดผักที่ต้องการอุณหภูมิที่ต่ำในการงอก เช่นผักสลัด หรือผักเมืองหนาวต่างๆ ควรเอาเมล็ดที่บ่มไว้เก็บไว้ในช่องเก็บผักของตู้เย็น1-3วัน ค่อยเอาออกมาบ่มในอุณหภูมิห้องต่อ) เมื่อเมล็ดได้เริ่มแทงรากออกมาแล้วค่อยนำไปเพาะในถาดหลุมต่อ
หลังจากต้นอ่อนได้มีใบจริง2คู่ จึงย้ายลงแปลงปลูก