Shopee
Cholineของแบรนด์Nested 250mg90เม็ดจากประเทศอเมริกาของแท้
4.9
ขายแล้ว 2 ชิ้น
฿1,450
Rvada ตรวจสอบราคา
สินค้านี้มีประวัติขายน้อย (2 ชิ้น) โปรดพิจารณาข้อมูลร้านค้าประกอบ
Mashima Shop
แบรนด์:
Nested Naturals(เนสต์ เนเชอรัล)
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
แพคเกจใหม่ โคลีน 250 mg ทานวันละ2เม็ด
ในช่วงก่อนท้องหรือช่วงตั้งท้องแรกๆ ทุกคนมักจะให้ความสำคัญกับโฟเลตหรือกรดโฟลิค (อ่านเพิ่มเติมเรื่องโฟเลต) ที่จะช่วยลดความผิดปกติของระบบประสาทและสมองของทารก แตในการศึกษาล่าสุด พบว่า โคลีน (Choline) เองก็มีความสำคัญในการป้องกันความผิดปกติของระบบประสาทของทารกเช่นเดียวกัน(1) ดังนั้น โคลีนจึงมีความสำคัญพอๆ กับโฟเลต ตั้งแต่คุณแม่วางแผนที่จะท้องเลยทีเดียว
โคลีนเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่พบได้ในอาหารบางชนิด โคลีนมีความสำคัญในช่วงตั้งท้องและช่วงให้นมบุตรของคุณแม่คือ
1.โคลีนช่วยในการสร้างระบบประสาทและการสร้างสมองของทารก
โคลีนมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการสร้างสมองของทารก มีความสำคัญต่อการสร้างผนังเยื่อหุ้มของระบบประสาทต่างๆ ช่วยในการสร้างสมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับ การเรียนรู้ (Learning), ความจำ (memory), การสนใจ (Attention) และการมองเห็น
เช่นเดียวกันกับโฟเลต โคลีนช่วยในการสร้างของระบบประสาทตั้งแต่เริ่มต้น และช่วยในการปิดของหลอดประสาท คุณแม่ที่ขาดโคลีนก็มีโอกาสที่ทารกจะมีปัญหาเรื่องหลอดประสาทของทารกไม่ปิดเช่นเดียวกัน (Neural tube defect)
2. โคลีนช่วยในการสร้างรก
รก (Placenta) ทำหน้าที่ในการนำสารอาหารต่างๆ รวมถึงนำอ๊อกซิเจนไปเลี้ยงทารกที่กำลังเติบโต รวมถึงช่วยป้องกันและกำจัดสารพิษต่างๆ จากตัวทารกด้วย ในช่วงที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ โคลีนมีความสำคัญต่อการสร้างรก ช่วยให้รกสร้างได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยในการสร้างเส้นเลือดในรก และช่วยสนับสนุนการทำงานของรกตลอดการตั้งครรภ์ด้วย
3. ช่วยในเรื่องการพัฒนาของสมอง ความจำ
มีการศึกษาพบว่า หากทารกได้รับโคลีนในปริมาณที่เหมาะสมในช่วงอยู่ในท้องและช่วงให้นม จะทำให้ทารกเติบโตเป็นคนที่มีความจำที่ดี และลดโอกาสเกิดโรคอัลไซเมอร์ในอนาคต (2) รวมถึงลดการเกิดโรคสมาธิสั้น (ADHD) โรคไบโพล่า โรคทางบุคลิคภาพ รวมถึงโรคออทิสติก เมื่อเด็กโตขึ้นด้วย
4. ช่วยในการทำงานของตับ
โคลีนช่วยให้ตับทำงานได้ดี และช่วยให้การทำงานของตับดีขึ้นได้
คุณแม่ต้องการโคลีนเท่าไหร่?
การศึกษาประชากรในอเมริกาพบว่าหญิงที่ตั้งครรภ์โดยทั่วไป ขาดโคลีนถึง 90-95% (3) เนื่องจากไม่สามารถทานจากอาหารได้เพียงพอกับความต้องการในช่วงตั้งครรภ์และช่วงให้นมบุตร คำแนะนำของ ACOG (American College of Obstetricians) แนะนำขนาดของโคลีนที่ควรได้คือ
ในหญิงตั้งครรภ์ ต้องการโคลีน 450 มิลลิกรัมต่อวัน
ในหญิงให้นมบุตร ต้องการโคลีน 550 มิลลิกรัมต่อวัน
ในบางงานวิจัยแนะนำให้ทานโคลีนประมาณ 900 มิลลิกรัมต่อวันเพื่อประโยชน์สูงสุดเกี่ยวการทำงานของระบบประสาทของทารก ซึ่งคุณแม่อาจทานโคลีนจากอาหาร ร่วมกับการทานด้วยวิตามินเสริม โดยไม่ต้องกังวลว่าโคลีนจะเกินเนื่องจากขนาดของโคลีนที่ร่างกายสามารถรับได้ต่อวันสูงถึง 7 กรัม หรือ 7,000 มิลลิกรัมซึ่งโอกาสรับเกินเป็นไปได้ยาก
ในช่วงก่อนท้องหรือช่วงตั้งท้องแรกๆ ทุกคนมักจะให้ความสำคัญกับโฟเลตหรือกรดโฟลิค (อ่านเพิ่มเติมเรื่องโฟเลต) ที่จะช่วยลดความผิดปกติของระบบประสาทและสมองของทารก แตในการศึกษาล่าสุด พบว่า โคลีน (Choline) เองก็มีความสำคัญในการป้องกันความผิดปกติของระบบประสาทของทารกเช่นเดียวกัน(1) ดังนั้น โคลีนจึงมีความสำคัญพอๆ กับโฟเลต ตั้งแต่คุณแม่วางแผนที่จะท้องเลยทีเดียว
โคลีนเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่พบได้ในอาหารบางชนิด โคลีนมีความสำคัญในช่วงตั้งท้องและช่วงให้นมบุตรของคุณแม่คือ
1.โคลีนช่วยในการสร้างระบบประสาทและการสร้างสมองของทารก
โคลีนมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการสร้างสมองของทารก มีความสำคัญต่อการสร้างผนังเยื่อหุ้มของระบบประสาทต่างๆ ช่วยในการสร้างสมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับ การเรียนรู้ (Learning), ความจำ (memory), การสนใจ (Attention) และการมองเห็น
เช่นเดียวกันกับโฟเลต โคลีนช่วยในการสร้างของระบบประสาทตั้งแต่เริ่มต้น และช่วยในการปิดของหลอดประสาท คุณแม่ที่ขาดโคลีนก็มีโอกาสที่ทารกจะมีปัญหาเรื่องหลอดประสาทของทารกไม่ปิดเช่นเดียวกัน (Neural tube defect)
2. โคลีนช่วยในการสร้างรก
รก (Placenta) ทำหน้าที่ในการนำสารอาหารต่างๆ รวมถึงนำอ๊อกซิเจนไปเลี้ยงทารกที่กำลังเติบโต รวมถึงช่วยป้องกันและกำจัดสารพิษต่างๆ จากตัวทารกด้วย ในช่วงที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ โคลีนมีความสำคัญต่อการสร้างรก ช่วยให้รกสร้างได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยในการสร้างเส้นเลือดในรก และช่วยสนับสนุนการทำงานของรกตลอดการตั้งครรภ์ด้วย
3. ช่วยในเรื่องการพัฒนาของสมอง ความจำ
มีการศึกษาพบว่า หากทารกได้รับโคลีนในปริมาณที่เหมาะสมในช่วงอยู่ในท้องและช่วงให้นม จะทำให้ทารกเติบโตเป็นคนที่มีความจำที่ดี และลดโอกาสเกิดโรคอัลไซเมอร์ในอนาคต (2) รวมถึงลดการเกิดโรคสมาธิสั้น (ADHD) โรคไบโพล่า โรคทางบุคลิคภาพ รวมถึงโรคออทิสติก เมื่อเด็กโตขึ้นด้วย
4. ช่วยในการทำงานของตับ
โคลีนช่วยให้ตับทำงานได้ดี และช่วยให้การทำงานของตับดีขึ้นได้
คุณแม่ต้องการโคลีนเท่าไหร่?
การศึกษาประชากรในอเมริกาพบว่าหญิงที่ตั้งครรภ์โดยทั่วไป ขาดโคลีนถึง 90-95% (3) เนื่องจากไม่สามารถทานจากอาหารได้เพียงพอกับความต้องการในช่วงตั้งครรภ์และช่วงให้นมบุตร คำแนะนำของ ACOG (American College of Obstetricians) แนะนำขนาดของโคลีนที่ควรได้คือ
ในหญิงตั้งครรภ์ ต้องการโคลีน 450 มิลลิกรัมต่อวัน
ในหญิงให้นมบุตร ต้องการโคลีน 550 มิลลิกรัมต่อวัน
ในบางงานวิจัยแนะนำให้ทานโคลีนประมาณ 900 มิลลิกรัมต่อวันเพื่อประโยชน์สูงสุดเกี่ยวการทำงานของระบบประสาทของทารก ซึ่งคุณแม่อาจทานโคลีนจากอาหาร ร่วมกับการทานด้วยวิตามินเสริม โดยไม่ต้องกังวลว่าโคลีนจะเกินเนื่องจากขนาดของโคลีนที่ร่างกายสามารถรับได้ต่อวันสูงถึง 7 กรัม หรือ 7,000 มิลลิกรัมซึ่งโอกาสรับเกินเป็นไปได้ยาก