Shopee
ซาดิโอ้ 500 กรัม 🔴 ไทโอฟาเนต 70% สารป้องกันและกำจัดเชื้อราในกุหลาบ🌷ยาฆ่าเชื้อรา โรคในข้าว ใบไหม้ ใบจุด ยาป้องกันเชื้อรา
4.9
ขายแล้ว 2 ชิ้น
฿265
ตลาดยาเกษตรออนไลน์Taladyakaset
แบรนด์:
NoBrand
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
สินค้ายกลัง ออเดอร์ละ 1 ลัง / ไม่รับออกใบบิลและใบกำกับภาษี นะค่ะ
💥แม่ค้าตัดรอบสินค้า 8 โมงเช้าของทุกวัน💥 ‼️ถ้าที่อยู่ไม่ถูกต้อง แม่ค้าไม่รับเปลี่ยนที่อยู่ ‼️
‼️กรุณาอัดวิดีโอ ตอนเปิดกล่องพัสดุ ถ้าไม่มีวิดีโอตอนเปิด และถ้าสินค้าเกิดความเสียหาย ทางร้านจะไม่รับผิดชอบใดๆ ‼️ โรคของกุหลาบ (rose diseases)
โรคของกุหลาบ โรคนับว่าเป็นศัตรูสำคัญอันดับแรก ในการปลูกกุหลาบโดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อ เนื่องจากเป็นศัตรูที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ส่วนที่เห็นเป็นบริเวณที่เป็นโรค ซึ่งไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ ดังนั้นการไม่ให้เกิดโรคแก่ต้นพืชก็มีเพียงอย่างเดียวคือ วิธีป้องกันเพื่อมิให้ส่วนอื่นที่ยังไม่เป็นโรคเกิดเป็นโรคขึ้นได้ สำหรับโรคที่เกิดจากเชื้อที่นับว่าเป็นอุปสรรคในการปลูกกุหลาบอาจเรียงลำดับตามความสำคัญได้ดังต่อไปนี้
1. โรคใบจุด (black spot) เป็นโรคที่รู้จักกันแพร่หลายในวงการปลูกกุหลาบทั่วไป และสามารถเป็นกับต้นพืชได้เกือบตลอดปี โดยเฉพาะฤดูฝนในเดือนที่มีฝนตกสม่ำเสมอ เช่นเดือนกันยายนและตุลาคม หรือในฤดูหนาวที่มี น้ำค้างมาก ๆ ส่วนในฤดูร้อนและเป็นโรคนี้น้อย หรือเกือบจะไม่มีเลย อาการที่พบในพืชก็คือ บนใบจะเกิดเป็นจุดสีดำขอบของจุดไม่สม่ำเสมอ มีรูปคล้ายเส้นปุย กุหลาบพันธุ์ที่อ่อนแอต่อโรคนี้ ใบที่เป็นโรคจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและร่วง อย่างรวดเร็ว ส่วนพันธุ์ที่ทนโรคนี้จะมีอาการใบเหลืองและร่วงเพียงเล็กน้อย และยังไม่มีกุหลาบพันธุ์ใดที่จะทนโรคนี้จริง ๆ พวกกุหลาบดอกสีแดงหรือสีชมพูหรือแสดค่อนข้างจะทนโรคนี้ได้ดีกว่ากุหลาบที่มีดอกสีเหลืองหรือสีส้ม การเกิดโรคเริ่มด้วยสปอร์ที่อยู่บนใบแก่ที่ร่วงอยู่ตามผิวดินในแปลงหรือที่สะสมอยู่ตามง่ามกิ่งปลิวไปติดกับใบที่ยังไม่เป็นโรค และเมื่อใบมีความชื้นติดต่อกันราว 6-8 ชั่วโมง สปอร์นี้ก็จะงอกเข้าไปในใบพืช และหลังจากนั้นอีกประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะปรากฏอาการเป็นโรคให้เห็น มักเป็นกับใบที่อยู่บริเวณโคนต้นขึ้นมาจนถึงใบบริเวณตามยอด
การป้องกัน จากผลการทดลองในรัฐฮาวาย ในปี 1950 โดยใช้ยาฆ่ารา 5 ชนิดในการป้องกันโรคนี้กับกุหลาบ ได้แสดงให้เห็นว่าสารประกอบของทองแดง ให้ผลการป้องกันโรคนี้ ได้ดีที่สุด การฉีดยานี้ควรฉีดสัปดาห์ละหนึ่ง ครั้ง หรือมากกว่าหากมีฝนตกหนัก
2. โรคราแป้ง (powdery mildew) เป็นโรคที่สำคัญอย่างหนึ่งในท้องที่ที่มีอากาศหนาวเย็น และมีน้ำค้างจัด เป็นโรคที่เกิดขึ้นกับใบอ่อนหรือยอดอ่อนของต้นพืช โดยบริเวณที่เป็นโรคจะมีลักษณะเป็นปุยคล้ายพรมด้วยผงแป้ง ส่วนของต้นพืชที่เป็นโรคจะหงิกงอผิดปกติ และถ้าเป็นมากบริเวณที่เป็นโรคจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงถึงดำ ในระยะนี้ถ้าเป็นกับใบ ใบก็จะร่วงจากต้น การให้ปุ๋ยไนโตรเจนแก่พืชมาก ๆ ในระยะนี้ต้น พืชจะถูกทำลายมาก
การป้องกันและกำจัด ควรฉีดต้นพืชในระยะที่มีน้ำค้างและอากาศเย็นด้วยยาคาราเธน (karathane) หรือส่วนผสมของกำมะถัน (sulphur compound) หรือทองแดง (copper compound) สัปดาห์ละครั้งจะช่วยป้องกันโรคนี้ได้ สำหรับการใช้ส่วนผสมของกำมะถันจะต้องทำการฉีดในวันที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 85°ฟ. มิฉะนั้น ใบพืชอาจไหม้และร่วงจากต้นได้
3. โรคราสนิม (rust) โรคนี้จะไม่ทำลายร้ายแรงนัก เนื่องจากระยะเวลาที่จะเป็นโรคนี้มีระยะสั้น ในบ้านเราจะพบโรคนี้ในฤดูฝน โดยเฉพาะในเดือนที่มีฝนชุก คือเดือนกันยายนและเดือนตุลาคมเท่านั้น โรคนี้จะสังเกตได้ง่ายที่ใบ และมักเป็นกับใบแก่บริเวณบนใบ ใบที่เป็นจะมีจุดสีส้มและจะมองเห็นเป็นจุดสีเหลืองทางใต้ใบ และอาจมีลักษณะคล้ายรูปถ้วย ใบที่เป็นมาก ๆ อาจจะเหี่ยวและเป็นทั้งใบภายใน 5 วัน หลังจากที่ปรากฏอาการเป็นโรคมีกุหลาบบางพันธุ์เท่านั้นที่อ่อนแอต่อโรคนี้
การป้องกัน พ่นหรือฉีดด้วยยาฆ่าราที่มีสารประกอบของกำมะถัน หรือแคปแตน การตัดแต่งกิ่งและดูแลความสะอาดบริเวณแปลงปลูกจะช่วยลดอันตรายจากโรคนี้ได้มาก
4. โรคตากบ (anthracnose) โรคนี้ไม่ค่อยจะเป็นอันตรายมากนัก และจะพบในเดือนที่มีฝนตกชุกเช่นเดียวกัน อาการของโรคที่พบคือ มีจุดสีน้ำตาลเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1/4 นิ้วของระยะแรก และจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีขาว ขอบสีม่วงและดำ มักจะพบเป็นที่ใบอ่อนหรือกิ่งอ่อน
5. โรคหนามดำ (brown canker) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อราและเป็นกับกิ่งอ่อน ส่วนใหญ่ มักจะเกิดกับหน