Shopee
ใบชาตราสามม้า | ชาเหมาเซีย (ชาปูขน) | ห่อละ 100 กรัม
5.0
ขายแล้ว 3 ชิ้น
฿740
Rvada ตรวจสอบราคา
สินค้านี้มีประวัติขายน้อย (3 ชิ้น) โปรดพิจารณาข้อมูลร้านค้าประกอบ
ราคานี้อยู่ที่ประมาณ 170% ของราคาเฉลี่ยสินค้าหมวดเดียวกัน (เทียบจากฐานข้อมูลกว่า 1.5 ล้านรายการ)
ใบชาตราสามม้า
แบรนด์:
NoBrand
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
ชาเหมาเซีย (ชาปูขน) / เท่อจี๋เหมาเซี่ย 特級-毛蟹
โดยเป็นที่รู้จักทั่วไปในอีกชื่อว่า "หมิงฮวา (茗花) – ดอกไม้เรืองนาม"
พื้นที่เพาะปลูกดั้งเดิม : หมู่บ้านผิงโจว เมืองต้าผิง เขตอันซี มณฑลฝูเจี้ยน
ชาวบ้านนาม จางกงฮว่อ และ จางเจียเสีย สองพี่น้อง เป็นผู้ค้นพบชาสายพันธุ์นี้ใน รัชสมัยกวังซวี่ ปีที่ 33 ในราชวงศ์ชิง (ระหว่างปี ค.ศ. 1871 -1908) รู้สึกว่ามีลักษณะแปลกดี จึงนำมาปลูกในหมู่บ้าน หลังจากผ่านการพัฒนาสายพันธุ์มาเรื่อยๆ ด้วยความที่ชามีคุณภาพดี ให้ผลผลิตสูง จึงถูกขยายการปลูกไปเป็นบริเวณกว้างในเวลาอันรวดเร็ว ชาชนิดนี้แต่เดิมไม่มีชื่อ ด้วยความที่ตัวใบชาออกทรงรูปวงรี ขอบใบมีลักษณะคล้ายฟันเลื่อย ด้านหลังใบมีขนสีขาวค่อนข้างมากคล้ายปูขน ชาวบ้านจึงตั้งชื่อให้ว่า “ชาปูขน”
ในปี ค.ศ. 1960 ท่าน เย่ เฟย – เลขานุการแห่งมณฑลฝูเจี้ยน ได้เข้าเยี่ยมชมแหล่งเพาะปลูกชาเหมาเซี่ยที่หมู่บ้านผิงโจว และในปีเดียวกัน ชาปูขนก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสายพันธุ์ที่ถูกส่งเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเกษตรแห่งชาติครั้งที่ 1 และปัจจุบัน ชาชนิดนี้ถูกจัดให้อยู่ในชาประเภท สายพันธุ์แห่งชาติ และ ถือเป็นหนึ่งในจตุรเทพแห่งชาชั้นเยี่ยมของมณฑลฝูเจี้ยน
📌 น้ำนวลละมุน หอมกลิ่นนมอ่อนๆ รสชาตินุ่มลึก หนักแน่น ชุ่มคอ ไม่ติดฝาด มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ
โดยเป็นที่รู้จักทั่วไปในอีกชื่อว่า "หมิงฮวา (茗花) – ดอกไม้เรืองนาม"
พื้นที่เพาะปลูกดั้งเดิม : หมู่บ้านผิงโจว เมืองต้าผิง เขตอันซี มณฑลฝูเจี้ยน
ชาวบ้านนาม จางกงฮว่อ และ จางเจียเสีย สองพี่น้อง เป็นผู้ค้นพบชาสายพันธุ์นี้ใน รัชสมัยกวังซวี่ ปีที่ 33 ในราชวงศ์ชิง (ระหว่างปี ค.ศ. 1871 -1908) รู้สึกว่ามีลักษณะแปลกดี จึงนำมาปลูกในหมู่บ้าน หลังจากผ่านการพัฒนาสายพันธุ์มาเรื่อยๆ ด้วยความที่ชามีคุณภาพดี ให้ผลผลิตสูง จึงถูกขยายการปลูกไปเป็นบริเวณกว้างในเวลาอันรวดเร็ว ชาชนิดนี้แต่เดิมไม่มีชื่อ ด้วยความที่ตัวใบชาออกทรงรูปวงรี ขอบใบมีลักษณะคล้ายฟันเลื่อย ด้านหลังใบมีขนสีขาวค่อนข้างมากคล้ายปูขน ชาวบ้านจึงตั้งชื่อให้ว่า “ชาปูขน”
ในปี ค.ศ. 1960 ท่าน เย่ เฟย – เลขานุการแห่งมณฑลฝูเจี้ยน ได้เข้าเยี่ยมชมแหล่งเพาะปลูกชาเหมาเซี่ยที่หมู่บ้านผิงโจว และในปีเดียวกัน ชาปูขนก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสายพันธุ์ที่ถูกส่งเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเกษตรแห่งชาติครั้งที่ 1 และปัจจุบัน ชาชนิดนี้ถูกจัดให้อยู่ในชาประเภท สายพันธุ์แห่งชาติ และ ถือเป็นหนึ่งในจตุรเทพแห่งชาชั้นเยี่ยมของมณฑลฝูเจี้ยน
📌 น้ำนวลละมุน หอมกลิ่นนมอ่อนๆ รสชาตินุ่มลึก หนักแน่น ชุ่มคอ ไม่ติดฝาด มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ