เบกกิ้งโซดา 500 กรัม / 1 โล เบคกิ้ง เบกกิง เบคกิง โซดา Baking soda (Sodium bicarbonate) TC Chemipan
Shopee

เบกกิ้งโซดา 500 กรัม / 1 โล เบคกิ้ง เบกกิง เบคกิง โซดา Baking soda (Sodium bicarbonate) TC Chemipan

4.9
ขายแล้ว 108 ชิ้น
฿29
Rvada ตรวจสอบราคา

ราคาถูกผิดปกติ (7% ของค่าเฉลี่ยหมวด) ควรตรวจสอบร้านค้าก่อนซื้อ

TC Chemipan
แบรนด์: NoBrand
ซื้อที่ Shopee

คุณจะถูกนำไปยัง Shopee

ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง

รายละเอียดสินค้า

เบกกิ้งโซดา (Baking Soda) คือ สารทางเคมี ที่มีชื่อว่า โซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium Bicarbonate) มีฤทธิ์เป็นด่าง

มีลักษณะเป็นผงผลึกสีขาวเล็ก ละลายน้ำได้ ไม่มีกลิ่น มีรสชาติเฝื่อนและขมเล็กน้อย เบกกิ้งโซดามีคุณสมบัติพิเศษ คือ
เมื่อนำมาผสมกับน้ำ กรดอ่อนๆ หรือส่วนผสมเบเกอรี่ จะทำให้เกิดฟองก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งผลให้เกิดการขึ้นฟูของขนม
แต่หากใส่เบกกิ้งโซดาในอาหารหรือขนมมากเกินไป จะทำให้รสชาติของอาหารผิดเพี้ยนไปได้ และนอกจากเบกกิ้งโซดาจะถูก
นำมาใช้เป็นสารเพิ่มความฟูในขนมแล้ว ประโยชน์ของเบกกิ้งโซดาในงานครัวยังมีอีกหลายข้อ ดังนี้

-นิยมนำมาใส่เป็นส่วนผสมในการทำขนมเค้ก และเบเกอรี่ต่างๆ เพราะเบกกิ้งโซดาเป็นตัวที่ทำให้ขนมของเรานั้นขึ้นฟูสวยงาม
รวมไปถึงการทำขนมปัง เราสามารถนำเบกกิ้งโซดามาใส่แทนยีสต์ได้ แต่เนื้อขนมปังจะไม่นุ่มอร่อยเท่ากับการใช้ยีสต์
-การหมักเนื้อสัตว์ด้วยเบคกิ้งโซดา จะทําให้เนื้อสัตว์นุ่มเด้งขึ้น และช่วยลดความเหนียวลงได้ ซึ่งเบกกิ้งโซดามักจะเป็นหนึ่งในส่วนผสม
ของซอสหมักเนื้อสัตว์ต่างๆ แต่ข้อควรระวังคือ ถ้าใส่เบคกิ้งโซดาในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้เนื้อสัตว์มีรสขมและเฝื่อนได้
อัตราส่วนในการใส่เบคกิ้งโซดาที่พอเหมาะคือ ควรใส่เบคกิ้งโซดาไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อเนื้อสัตว์ 1 กิโลกรัม
-ทอดไข่เจียวให้ขึ้นฟูสวยงาม และหนึ่งในตัวช่วยในการขึ้นฟูของไข่เจียวก็คือ เบกกิ้งโซดานั่นเองค่ะ
เราสามารถใส่เบกกิ้งโซดาลงไปเล็กน้อยในขั้นตอนการผสมไข่เจียว เบกกิ้งโซดา จะช่วยให้ไข่เจียวของเราขึ้นฟูได้เหมือนอย่างร้านอาหารเลยค่ะ
-ใช้เบกกิ้งโซดามาผสมน้ำ แล้วแช่ผักผลไม้ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีก 2-3 ครั้ง เพื่อล้างสารตกค้างต่างๆ ออกให้หมด
การใช้เบคกิ้งโซดาสามารถลดการปนเปิ้อนได้มากถึง 90 - 95% เนื่องจากเบคกิ้งโซดามีฤทธิ์เป็นด่าง จึงสามารถใช้กำจัดเชื้อไวรัสได้ดี
-เตรียมกาละมังผสมน้ำและเบกกิ้งโซดาลงไป คนให้เบกิ้งโซดาละลาย แล้วนำกล่องอาหารที่มีกลิ่นอาหารติดอยู่ใส่ลงไปแช่ในน้ำ ทิ้งไว้ 1 คืน
แล้วนำกล่องมาล้างให้สะอาดอีกครั้ง เพียงเท่านี้กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็จะถูกกำจัดออกไปแล้ว
-เขียงเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ในห้องครัว และเป็นเครื่องครัวที่มักจะมีทั้งกลิ่นคาว กลิ่นไม่พึงประสงค์ และเกิดเชื้อราได้ง่าย
แต่ปัญหานี้จะหมดไปด้วยการล้างเขียงด้วยเบกกิ้งโซดา โดยการผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำในสัดส่วนเท่าๆ กัน จนกลายเป็นเนื้อข้น
ทาลงไปบริเวณที่มีคราบดำเปื้อน แล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นขัดคราบบริเวณที่ทาไว้ด้วยแปรงขัดหรือฟองน้ำ แล้วล้างออกด้วยน้ำร้อน
และเช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด หรือนำไปตากแดดให้แห้งสนิท
-ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นเหม็นในตู้เย็นได้ โดยดารนำเบกกิ้งโซดามาใส่ถ้วยใบเล็ก แล้วนำไปตั้งไว้ในตู้เย็น เบกกิ้งโซดาจะมีความสามารถในการช่วยดูดกลิ่นได้
ควรเปลี่ยนเบกกิ้งโซดาใหม่ทุก 2-3 เดือน เพื่อประสิทธิภาพที่ดี
-เบกกิ้งโซดา ช่วยฟื้นคืนชีพหม้อไหม้ และกระทะไหม้ได้ โดยการนำ ขัดหม้อไหม้ให้กลับมาเหมือนเดิม โดยการนำน้ำอุ่นมาผสมเบกกิ้งโซดาใส่ในกาละมัง
แล้วนำหม้อ หรือกระทะที่มีรอยไหม้ ไปแช่ไว้ 15-20 นาที แล้วนำมาขัดล้างตามปกติ
-ไมโครเวฟ เป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว ที่มักจะมีคราบหรือเศษกระเด็นของอาหารอยู่เสมอ ซึ่งการทำความสพอาดไมโครเวฟด้วยเบกกิ้งโซดา
ก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการนำเบกกิ้งโซดามาผสมกับน้ำอุ่น นำผ้ามาชุบแล้วนำไปเช็ดรอบๆ ไม่โครเวฟ คราบสกปรกจะถูกกำจัดออกไปได้ง่ายขึ้น วิธีนี้สามารถนำไปใช้กับเตาอบได้เช่นกัน
-ท่อน้ำอ้างล้างจาน เป็นสิ่งที่เกิดการอุดตันจากคราบไขมันได้ง่าย ซึ่งเราจะสามารถลดการเกิดท่อตันนี้ได้ ด้วยการใช้เบกกิ้งโซดา เกลือ และน้ำร้อน โดนการเทเบกกิ้งโซดาลงไป ตามด้วยเกลือ และราดน้ำเดือดตามบวไป วิธีนี้จะช่วยล้างไขมันที่เกาะตามท่อซึ่งเป็นสาเหตุของการอุดตันออกไปได้

เคล็ดลับความสวยกับเบกกิ้งโซดา
เบกกิ้งโซดาสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องประทินผิว ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกบนผิวหน้าได้ เนื่องจากคุณสมบัติที่เหมือนเม็ดบีดส์สครับเนื้อละเอียด เบกกิ้งโซดายังช่วยให้เนียนใสได้
โดยมี 2 สูตรที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

1. สูตรเบกกิ้งโซดา และโยเกิร์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง