Shopee
ps4 elden ring ( english ซัปไทย )
4.9
ขายแล้ว 1 ชิ้น
฿1,390
Rvada ตรวจสอบราคา
สินค้านี้มีประวัติขายน้อย (1 ชิ้น) โปรดพิจารณาข้อมูลร้านค้าประกอบ
Game play station
แบรนด์:
Playstation
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
ถึงเวลาแล้วสำหรับ Elden Ring, มหากาพย์ RPG เกมล่าสุดจากทีมงาน FromSoftware ผู้สร้างซีรีส์ Souls, Bloodborne และ Sekiro: Shadows Die Twice
แล้วเกมนี้มันจะยอดเยี่ยมสมกับการรอคอย รวมถึงความตื่นเต้นของแฟน ๆ หรือไม่ ขอเชิญมาติดตามกันได้ในบทความรีวิวของเรา
เนื้อเรื่อง
Elden Ring Screenshot 12
ขอต้อนรับสู่ “The Lands Between“ หรือในชื่อภาษาไทยว่า “ดินแดนมัชฌิมา”
ที่นี่คือแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ปกครองโดยราชินีมาริกา ผู้เปรียบดั่งพระเจ้าสูงสุดของโลกนี้ พร้อมกันก็ยังมี “วงแหวนเอลเดน” ที่เป็นพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ คอยประทานพรให้กับทุกสรรพสิ่งเสมอมา
แต่แล้วก็ถึงคราวที่อำนาจสิ้นสุด เมื่อมีเหตุให้วงแหวนเอลเดนต้องแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ และตามมาซึ่งสงครามครั้งใหญ่ของเหล่าผู้ที่หวังจะช่วงชิงอำนาจ, ในสงครามนั้นไม่มีผู้ชนะ หากแต่เมื่อแหวนแห่งเอลเดนแตกลง พรก็เสื่อมสลาย ทำให้ที่นี่กลับกลายเป็นดินแดนต้องสาป มีอันตรายไปทั่วทุกหัวระแหง พร้อมกับการหายสาบสูญของราชินีมาริกา
Elden Ring Screenshot 14
และในบัดนี้เอง เราก็จะได้รับบทเป็นทายาทของ “ผู้มัวหมอง” กลุ่มฮีโร่ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกขับไล่ ทว่าในที่สุดก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะได้มากอบกู้ดินแดน ด้วยการตามหาวงแหวนเอลเดน ฟื้นฟูอำนาจศักดิ์สิทธิ์กลับคืนมา และขึ้นเป็นราชาคนใหม่ปกครองที่นี่สืบไป
เมื่อดูแล้วก็เป็นพล็อตที่แฟนเกมตระกูล Souls น่าจะคุ้นเคยกันดี แต่เห็นแบบนี้ก็ต้องบอกว่ามันมีอะไรมากกว่าที่คิด ด้วยความที่ได้คุณ George R.R. Martin (ผู้ให้กำเนิด Game of Thrones) มาเขียนเรื่องราวตำนานเบื้องหลัง ก็ทำให้ Elden Ring มันออกมาซับซ้อนกว่าทุกที เพราะในแต่ละสถานที่จะเต็มไปด้วยความลับจำนวนมาก ซึ่งถูกขยายความมาจากพล็อตหลักว่าพอวงแหวนเอลเดนแตกสลายไปแล้ว มันมีหายนะอะไรตามมาบ้าง
เนื้อเรื่องย่อย ๆ เหล่านี้จะเล่าผ่านการสนทนาของตัวละครที่เราได้พบ, ผ่านคำทำนาย, เอกสารจารึกต่าง ๆ หรือไม่ก็ได้ไปเห็นกันจะ ๆ ด้วยตาของตัวเอง ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นก็จะทำให้เข้าใจได้เลยว่าเหตุการณ์แต่ละอย่าง มันเชื่อมโยงกันได้อย่างไร
ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ มันจึงยังคงเป็นการเล่าเรื่องในสไตล์ของเกม Souls อยู่ ไม่ได้มีคัทซีนสำคัญมาให้เราเข้าใจเนื้อเรื่องแบบตรง ๆ ซึ่งในอีกมุมหนึ่งมันก็ทำให้ดูเป็นธรรมชาติอยู่เหมือนกัน เพราะภาพที่ออกมาจะราวกับว่าเราเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่ง, โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา และหลายตัวละครในเรื่อง ต่างก็มีความเป็น “พระเอก” ในแบบฉบับของตัวเองอยู่แล้ว
การนำเสนอ
Elden Ring Screenshot 1
Elden Ring คือการปรับเปลี่ยนรูปแบบเกมซีรีส์ Souls ให้กลายเป็นพื้นที่เปิดขนาดใหญ่ ซึ่งทีมงานให้คำจำกัดความว่ามันคือ “Open Field” ไม่ได้เป็น Open World เหมือนอย่างที่หลายคนเข้าใจในตอนแรก ความหมายของมันก็คือพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะไปทำอะไรก่อน แต่ก็จะมีข้อจำกัดมากมายที่ทำให้เราไม่ได้มีอิสระขนาดนั้น อาจจะเป็นเรื่องของศัตรูที่แกร่งเกินไป หรือบางสถานที่ที่ยังไม่เปิด จนกว่าเราจะทำบางอย่างจนครบเงื่อนไข เช่นปราบบอสจนสำเร็จ หรือเก็บไอเท็มบางอย่างมาเพื่อปลดล็อคทางไปต่อ
และในความเป็น Open Field ของเกมนี้ ก็เลยทำให้ตัวเกมจะไม่ได้ Open ไปตลอด เพราะจะมีการใส่ดันเจี้ยนเข้ามาด้วย ทั้งดันเจี้ยนย่อยที่กระจัดกระจายตามแผนที่ และดันเจี้ยนหลักตามเนื้อเรื่อง ซึ่งถ้าลองได้เข้ามาในดันเจี้ยนพวกนี้แล้ว มันก็จะเป็นแมพ ๆ หนึ่งจากเกมตระกูล Souls แบบที่เราคุ้นเคยกัน เพราะมีเลเวลดีไซน์ที่ซับซ้อน และก็ยังมีกลไกแบบต่าง ๆ ทั้งลิฟต์ หรือประตูทางลัดที่ล็อคไว้ให้เปิดได้จากอีกด้านเท่านั้น ซึ่งพวกนี้ใส่มาให้แบบเต็มที่ ปะปนกันไปกับศัตรูสุดโหด ที่โผล่มาได้ตลอดเวลาแบบไม่ทันตั้งตัว
ในอีกมุมหนึ่ง โซนพื้นที่เปิดโล่งของเกมมันก็กว้างใหญ่จนต้องบอกคำเดียวเลยว่าชวนให้ตะลึงมาก มันมีอะไรให้เราสำรวจทั่วไปหมด นอกจากดันเจี้ยนแล้วก็ยังมีโซนเล็ก ๆ อย่างหมู่บ้าน, แคมป์ทหาร หรือรังสัตว์ประหลาด แต่ละจุดก็จะได้รับรางวัลกลับมาหากเรามีฝีมือมากพอ เป็นพวกไอเท็มสำคัญ, อาวุธใหม่ ๆ หรือสกิลใหม่ ๆ เอาไว้อัปเกรดตัวเองให้เก่งขึ้น
Elden Ring Screenshot 3
สำหรับ World Design ของเกมนี้, นี่ก็คือจุดที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้วของทีมงาน FromSoftware มันไม่มีส่วนไหนเลยที่เราจะไม่อยากมอง ไม่ว่าตรงนั้นมันจะผุพัง เน่าเปื่อยแค่ไหน พวกเขาก็ยังจัดวางองค์ประกอบศิลป์ได้ดีมาก, มีการปรับน
แล้วเกมนี้มันจะยอดเยี่ยมสมกับการรอคอย รวมถึงความตื่นเต้นของแฟน ๆ หรือไม่ ขอเชิญมาติดตามกันได้ในบทความรีวิวของเรา
เนื้อเรื่อง
Elden Ring Screenshot 12
ขอต้อนรับสู่ “The Lands Between“ หรือในชื่อภาษาไทยว่า “ดินแดนมัชฌิมา”
ที่นี่คือแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ปกครองโดยราชินีมาริกา ผู้เปรียบดั่งพระเจ้าสูงสุดของโลกนี้ พร้อมกันก็ยังมี “วงแหวนเอลเดน” ที่เป็นพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ คอยประทานพรให้กับทุกสรรพสิ่งเสมอมา
แต่แล้วก็ถึงคราวที่อำนาจสิ้นสุด เมื่อมีเหตุให้วงแหวนเอลเดนต้องแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ และตามมาซึ่งสงครามครั้งใหญ่ของเหล่าผู้ที่หวังจะช่วงชิงอำนาจ, ในสงครามนั้นไม่มีผู้ชนะ หากแต่เมื่อแหวนแห่งเอลเดนแตกลง พรก็เสื่อมสลาย ทำให้ที่นี่กลับกลายเป็นดินแดนต้องสาป มีอันตรายไปทั่วทุกหัวระแหง พร้อมกับการหายสาบสูญของราชินีมาริกา
Elden Ring Screenshot 14
และในบัดนี้เอง เราก็จะได้รับบทเป็นทายาทของ “ผู้มัวหมอง” กลุ่มฮีโร่ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกขับไล่ ทว่าในที่สุดก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะได้มากอบกู้ดินแดน ด้วยการตามหาวงแหวนเอลเดน ฟื้นฟูอำนาจศักดิ์สิทธิ์กลับคืนมา และขึ้นเป็นราชาคนใหม่ปกครองที่นี่สืบไป
เมื่อดูแล้วก็เป็นพล็อตที่แฟนเกมตระกูล Souls น่าจะคุ้นเคยกันดี แต่เห็นแบบนี้ก็ต้องบอกว่ามันมีอะไรมากกว่าที่คิด ด้วยความที่ได้คุณ George R.R. Martin (ผู้ให้กำเนิด Game of Thrones) มาเขียนเรื่องราวตำนานเบื้องหลัง ก็ทำให้ Elden Ring มันออกมาซับซ้อนกว่าทุกที เพราะในแต่ละสถานที่จะเต็มไปด้วยความลับจำนวนมาก ซึ่งถูกขยายความมาจากพล็อตหลักว่าพอวงแหวนเอลเดนแตกสลายไปแล้ว มันมีหายนะอะไรตามมาบ้าง
เนื้อเรื่องย่อย ๆ เหล่านี้จะเล่าผ่านการสนทนาของตัวละครที่เราได้พบ, ผ่านคำทำนาย, เอกสารจารึกต่าง ๆ หรือไม่ก็ได้ไปเห็นกันจะ ๆ ด้วยตาของตัวเอง ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นก็จะทำให้เข้าใจได้เลยว่าเหตุการณ์แต่ละอย่าง มันเชื่อมโยงกันได้อย่างไร
ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ มันจึงยังคงเป็นการเล่าเรื่องในสไตล์ของเกม Souls อยู่ ไม่ได้มีคัทซีนสำคัญมาให้เราเข้าใจเนื้อเรื่องแบบตรง ๆ ซึ่งในอีกมุมหนึ่งมันก็ทำให้ดูเป็นธรรมชาติอยู่เหมือนกัน เพราะภาพที่ออกมาจะราวกับว่าเราเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่ง, โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา และหลายตัวละครในเรื่อง ต่างก็มีความเป็น “พระเอก” ในแบบฉบับของตัวเองอยู่แล้ว
การนำเสนอ
Elden Ring Screenshot 1
Elden Ring คือการปรับเปลี่ยนรูปแบบเกมซีรีส์ Souls ให้กลายเป็นพื้นที่เปิดขนาดใหญ่ ซึ่งทีมงานให้คำจำกัดความว่ามันคือ “Open Field” ไม่ได้เป็น Open World เหมือนอย่างที่หลายคนเข้าใจในตอนแรก ความหมายของมันก็คือพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะไปทำอะไรก่อน แต่ก็จะมีข้อจำกัดมากมายที่ทำให้เราไม่ได้มีอิสระขนาดนั้น อาจจะเป็นเรื่องของศัตรูที่แกร่งเกินไป หรือบางสถานที่ที่ยังไม่เปิด จนกว่าเราจะทำบางอย่างจนครบเงื่อนไข เช่นปราบบอสจนสำเร็จ หรือเก็บไอเท็มบางอย่างมาเพื่อปลดล็อคทางไปต่อ
และในความเป็น Open Field ของเกมนี้ ก็เลยทำให้ตัวเกมจะไม่ได้ Open ไปตลอด เพราะจะมีการใส่ดันเจี้ยนเข้ามาด้วย ทั้งดันเจี้ยนย่อยที่กระจัดกระจายตามแผนที่ และดันเจี้ยนหลักตามเนื้อเรื่อง ซึ่งถ้าลองได้เข้ามาในดันเจี้ยนพวกนี้แล้ว มันก็จะเป็นแมพ ๆ หนึ่งจากเกมตระกูล Souls แบบที่เราคุ้นเคยกัน เพราะมีเลเวลดีไซน์ที่ซับซ้อน และก็ยังมีกลไกแบบต่าง ๆ ทั้งลิฟต์ หรือประตูทางลัดที่ล็อคไว้ให้เปิดได้จากอีกด้านเท่านั้น ซึ่งพวกนี้ใส่มาให้แบบเต็มที่ ปะปนกันไปกับศัตรูสุดโหด ที่โผล่มาได้ตลอดเวลาแบบไม่ทันตั้งตัว
ในอีกมุมหนึ่ง โซนพื้นที่เปิดโล่งของเกมมันก็กว้างใหญ่จนต้องบอกคำเดียวเลยว่าชวนให้ตะลึงมาก มันมีอะไรให้เราสำรวจทั่วไปหมด นอกจากดันเจี้ยนแล้วก็ยังมีโซนเล็ก ๆ อย่างหมู่บ้าน, แคมป์ทหาร หรือรังสัตว์ประหลาด แต่ละจุดก็จะได้รับรางวัลกลับมาหากเรามีฝีมือมากพอ เป็นพวกไอเท็มสำคัญ, อาวุธใหม่ ๆ หรือสกิลใหม่ ๆ เอาไว้อัปเกรดตัวเองให้เก่งขึ้น
Elden Ring Screenshot 3
สำหรับ World Design ของเกมนี้, นี่ก็คือจุดที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้วของทีมงาน FromSoftware มันไม่มีส่วนไหนเลยที่เราจะไม่อยากมอง ไม่ว่าตรงนั้นมันจะผุพัง เน่าเปื่อยแค่ไหน พวกเขาก็ยังจัดวางองค์ประกอบศิลป์ได้ดีมาก, มีการปรับน