Shopee
nintendo swtich pokemon scarlet+bonus / violet+bonus ( english asia )
4.8
ขายแล้ว 1 ชิ้น
฿1,590
Game play station
แบรนด์:
Nintendo
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
https://www.youtube.com/watch?v=SxwOJi2dd4c
หลังสร้างความคุ้นเคยให้กับเพื่อนๆ แฟนเกมไปกับรูปแบบการเล่นใหม่จากผลงานสองภาคล่าสุดประกอบกันอย่าง Pokémon Legend: Arceus และ Pokémon Sword and Pokémon Shield ที่นำเสนอการผจญภัยในมุมมองของเกมที่ต่างออกไป การเดินทางที่กว้างขวางขึ้นในโลกที่มอบอิสระให้ผู้เล่นมากขึ้น ในภาคใหม่ล่าสุด Pokémon Scarlet and Pokémon Violet นี้ทีมงานดูจะอัปเกรดความอิสระ เจาะลึกลงไปถึง Lifestyle ในโลกโปเกมอนเพิ่มขึ้นให้เราได้สัมผัสแบบ 300% เลยทีเดียว!
Pokémon Scarlet และ Pokémon Violet นำเสนอเกมเพลย์สไตล์ Adventure RPG แนวโอเพ่นเวิลด์เป็นเกมแรกของซีรีส์นี้ พัฒนาโดย GAME FREAK ลงให้กับเครื่องเกม Nintendo Switch และจัดจำหน่ายโดย Nintendo เองร่วมกับ Pokémon Company เช่นเคย โดยเกมภาคนี้จะให้ผู้เล่นได้ไปผจญภัยที่ภูมิภาคใหม่ล่าสุด Paldea(พัลเดีย) ที่ซึ่งผู้เล่นจะได้รับบทเป็นนักเรียนในสถาบันการศึกษาของทวีป และได้รับภารกิจในการ "ออกล่าสมบัติ" ที่ซึ่งผู้เล่นจะได้ค้นหาสมบัติในแบบฉบับของตัวเองผ่านการเล่นที่เกมมอบให้ถึงสามเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าปะทะกับกลุ่มนักเรียนที่ก่อความวุ่นวายในโรงเรียน เดินทางค้นหาเครื่องเทศลับในภูมิภาคพัลเดีย หรือมุ่งสู่การเป็นโปเกมอนเทรนเนอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดผ่านการต่อสู้กับยิมลีดเดอร์ทั้งแปดและมุ่งหน้าสู่การขึ้นเป็นเทรนเนอร์ระดับแชมเปี้ยน (Champion Rank) ซึ่งทั้งสามเส้นทางสามารถเลือกเล่นเส้นทางไหนก็ได้ แถมยังไม่จำกัดลำดับการเล่นสไตล์โอเพ่นเวิลด์อีกด้วย
วิธีการเดินทางหลักในเกมนี้เราสามารถขับขี่ตัวของโปเกมอนในตำนานของภาค โคไรดอน หรือ มิไรดอน เพื่อใช้เดินทางไปทั่วทั้งทวีปพัลเดียได้ ซึ่งเจ้า โคไรดอน และ มิไรดอน นี้สามารถพัฒนาความสามารถในการเดินทางระหว่างที่เราเล่นไปได้ด้วย! เช่นตอนแรกจะยังวิ่งด้วยความเร็วสูงมากไม่ได้ แต่เมื่อเราสามารถเคลียร์ภารกิจหนึ่งในเกมได้ เจ้าโปเกมอนในตำนานที่เราขับขี่นี้ก็จะพัฒนาขึ้น เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สูงขึ้นได้
โปเกมอนในภาคนี้มีความหลากหลายขึ้น มีทั้งโปเกมอนขนาดเล็กมากจนซ่อนตัวตามพงหญ้าได้สบายๆ ซึ่งถ้าเราไม่ตั้งใจจ้องมองจริงๆ ก็อาจจะมองไม่เห็นได้เลย ซึ่งก็ทำให้น่าสนใจว่าจะส่งผลกับการจับโปเกมอนมากน้อยแค่ไหน ทั้งการมองหาโปเกมอน รวมถึงโปเกมอนสีพิเศษที่เรียกว่าตัว Shiny ด้วยว่าเราจะเห็นได้ทันทีจากการพบตามทางหรือต้องสู้ก่อน (น่าเสียดายที่ทีมงานยังไม่มีโอกาสได้เจอโปเกมอน Shiny เลย)
นอกจากเดินไปมาแล้ว โปเกมอนพวกนี้ยังมีปฏิสัมพันธ์กันเองได้ด้วยโดยเราไม่ต้องเข้าไปยุ่งด้วยซ้ำ ประหนึ่งพวกมันกำลังใช้ชีวิตอยู่ในโลกของเกมนี้จริงๆ จนถึงจุดที่พวกโปเกมอนทะเลาะกันเองก็มีด้วย
การต่อสู้ในเกมนั้นมีความหลากหลายมากขึ้น นอกจากคุณจะสู้กับโปเกมอนเทรนเนอร์คนอื่น รวมถึงโปเกมอนป่าตามปกติแล้ว ก็ยังมีเพิ่มรูปแบบการเล่นมากขึ้นไปอีก หนึ่งในนั้นคือการที่เราจะได้เข้าปะทะกับโปเกมอนจำนวนมากในรูปแบบ mini game เมื่อเราเข้าปะทะกับ Star Team โดยเราจะสามารถเลือกโปเกมอนได้สามตัว และเข้าปะทะแบบตะลุมบอน ส่งโปเกมอนของเราออกไปลุยกับโปเกมอนของ Star Team อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะจัดการพวกมันครบจำนวน ก่อนเข้าปะทะกับหนึ่งในบอสของ Star Team ในตอนท้ายสุด
นอกจากนั้นยังมีการเข้าปะทะกับ Titan Pokemon หรือโปเกมอนขนาดยักษ์ที่จะเก่งกว่าโปเกมอนปกติอย่างมากให้ความรู้สึกเหมือนเราเข้าต่อสู้กับบอสใหญ่ดันเจียนเลยทีเดียว โดยการต่อสู้กับโปเกมอนประเภทนี้ก็จะมีกิมมิคแปลกๆ ไม่ซ้ำกันด้วยเช่น โปเกมอนซุ่มโจมตี (Klawf) ที่เราต่อสู้ด้วยก็จะมีจังหวะที่มันจะหนีไปเมื่อใกล้จะแพ้ แต่ก็เป็นโปเกมอนที่โหดยังกับบอสไฟต์ที่มีหลายร่างก็ไม่ปาน
ในส่วนระบบการต่อสู้ที่เพิ่มเข้ามาใหม่อีกอย่างนั่นคือ Terastallize ปรากฏการณ์พิเศษที่ทำได้โดยโปเกมอนในเขตพัลเดียเท่านั้น โดยโปเกมอนที่ Terastallize นั้นจะเปล่งประกายขึ้นพร้อมมีอัญมณีปรากฏขึ้นบนหัวของโปเกมอนตัวนั้นประหนึ่งมีมงกุฎสวมอยู่ ซึ่งจะมอบพลังให้กับโปเกมอนตัวนั้นอย่างมาก จุดที่น่าสนใจคือการ Terastallize นี้โปเกมอนทุกตัว "ไม่จำเป็น" ต้องมีการ Terastallize ที่ซ้ำธาตุกัน ยกตัวอย่างเช่น โปเกมอนธาตุนอร์มอล(Normal) อาจมี Tera Type เป็นธาตุน้ำแทนที่จะเป็นธาตุปกติได้ ซึ่งนั่นจะส่งผลต่อโปเกมอนแบทเทิลในภาคนี้อย่างมาก
นอกจากนั้นตัวเกมยังมีระบบการเล่นร่วมกับเพื่อนที่ดีขึ้นเช่นกัน โดยตัวเกมได้พัฒนาร
หลังสร้างความคุ้นเคยให้กับเพื่อนๆ แฟนเกมไปกับรูปแบบการเล่นใหม่จากผลงานสองภาคล่าสุดประกอบกันอย่าง Pokémon Legend: Arceus และ Pokémon Sword and Pokémon Shield ที่นำเสนอการผจญภัยในมุมมองของเกมที่ต่างออกไป การเดินทางที่กว้างขวางขึ้นในโลกที่มอบอิสระให้ผู้เล่นมากขึ้น ในภาคใหม่ล่าสุด Pokémon Scarlet and Pokémon Violet นี้ทีมงานดูจะอัปเกรดความอิสระ เจาะลึกลงไปถึง Lifestyle ในโลกโปเกมอนเพิ่มขึ้นให้เราได้สัมผัสแบบ 300% เลยทีเดียว!
Pokémon Scarlet และ Pokémon Violet นำเสนอเกมเพลย์สไตล์ Adventure RPG แนวโอเพ่นเวิลด์เป็นเกมแรกของซีรีส์นี้ พัฒนาโดย GAME FREAK ลงให้กับเครื่องเกม Nintendo Switch และจัดจำหน่ายโดย Nintendo เองร่วมกับ Pokémon Company เช่นเคย โดยเกมภาคนี้จะให้ผู้เล่นได้ไปผจญภัยที่ภูมิภาคใหม่ล่าสุด Paldea(พัลเดีย) ที่ซึ่งผู้เล่นจะได้รับบทเป็นนักเรียนในสถาบันการศึกษาของทวีป และได้รับภารกิจในการ "ออกล่าสมบัติ" ที่ซึ่งผู้เล่นจะได้ค้นหาสมบัติในแบบฉบับของตัวเองผ่านการเล่นที่เกมมอบให้ถึงสามเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าปะทะกับกลุ่มนักเรียนที่ก่อความวุ่นวายในโรงเรียน เดินทางค้นหาเครื่องเทศลับในภูมิภาคพัลเดีย หรือมุ่งสู่การเป็นโปเกมอนเทรนเนอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดผ่านการต่อสู้กับยิมลีดเดอร์ทั้งแปดและมุ่งหน้าสู่การขึ้นเป็นเทรนเนอร์ระดับแชมเปี้ยน (Champion Rank) ซึ่งทั้งสามเส้นทางสามารถเลือกเล่นเส้นทางไหนก็ได้ แถมยังไม่จำกัดลำดับการเล่นสไตล์โอเพ่นเวิลด์อีกด้วย
วิธีการเดินทางหลักในเกมนี้เราสามารถขับขี่ตัวของโปเกมอนในตำนานของภาค โคไรดอน หรือ มิไรดอน เพื่อใช้เดินทางไปทั่วทั้งทวีปพัลเดียได้ ซึ่งเจ้า โคไรดอน และ มิไรดอน นี้สามารถพัฒนาความสามารถในการเดินทางระหว่างที่เราเล่นไปได้ด้วย! เช่นตอนแรกจะยังวิ่งด้วยความเร็วสูงมากไม่ได้ แต่เมื่อเราสามารถเคลียร์ภารกิจหนึ่งในเกมได้ เจ้าโปเกมอนในตำนานที่เราขับขี่นี้ก็จะพัฒนาขึ้น เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สูงขึ้นได้
โปเกมอนในภาคนี้มีความหลากหลายขึ้น มีทั้งโปเกมอนขนาดเล็กมากจนซ่อนตัวตามพงหญ้าได้สบายๆ ซึ่งถ้าเราไม่ตั้งใจจ้องมองจริงๆ ก็อาจจะมองไม่เห็นได้เลย ซึ่งก็ทำให้น่าสนใจว่าจะส่งผลกับการจับโปเกมอนมากน้อยแค่ไหน ทั้งการมองหาโปเกมอน รวมถึงโปเกมอนสีพิเศษที่เรียกว่าตัว Shiny ด้วยว่าเราจะเห็นได้ทันทีจากการพบตามทางหรือต้องสู้ก่อน (น่าเสียดายที่ทีมงานยังไม่มีโอกาสได้เจอโปเกมอน Shiny เลย)
นอกจากเดินไปมาแล้ว โปเกมอนพวกนี้ยังมีปฏิสัมพันธ์กันเองได้ด้วยโดยเราไม่ต้องเข้าไปยุ่งด้วยซ้ำ ประหนึ่งพวกมันกำลังใช้ชีวิตอยู่ในโลกของเกมนี้จริงๆ จนถึงจุดที่พวกโปเกมอนทะเลาะกันเองก็มีด้วย
การต่อสู้ในเกมนั้นมีความหลากหลายมากขึ้น นอกจากคุณจะสู้กับโปเกมอนเทรนเนอร์คนอื่น รวมถึงโปเกมอนป่าตามปกติแล้ว ก็ยังมีเพิ่มรูปแบบการเล่นมากขึ้นไปอีก หนึ่งในนั้นคือการที่เราจะได้เข้าปะทะกับโปเกมอนจำนวนมากในรูปแบบ mini game เมื่อเราเข้าปะทะกับ Star Team โดยเราจะสามารถเลือกโปเกมอนได้สามตัว และเข้าปะทะแบบตะลุมบอน ส่งโปเกมอนของเราออกไปลุยกับโปเกมอนของ Star Team อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะจัดการพวกมันครบจำนวน ก่อนเข้าปะทะกับหนึ่งในบอสของ Star Team ในตอนท้ายสุด
นอกจากนั้นยังมีการเข้าปะทะกับ Titan Pokemon หรือโปเกมอนขนาดยักษ์ที่จะเก่งกว่าโปเกมอนปกติอย่างมากให้ความรู้สึกเหมือนเราเข้าต่อสู้กับบอสใหญ่ดันเจียนเลยทีเดียว โดยการต่อสู้กับโปเกมอนประเภทนี้ก็จะมีกิมมิคแปลกๆ ไม่ซ้ำกันด้วยเช่น โปเกมอนซุ่มโจมตี (Klawf) ที่เราต่อสู้ด้วยก็จะมีจังหวะที่มันจะหนีไปเมื่อใกล้จะแพ้ แต่ก็เป็นโปเกมอนที่โหดยังกับบอสไฟต์ที่มีหลายร่างก็ไม่ปาน
ในส่วนระบบการต่อสู้ที่เพิ่มเข้ามาใหม่อีกอย่างนั่นคือ Terastallize ปรากฏการณ์พิเศษที่ทำได้โดยโปเกมอนในเขตพัลเดียเท่านั้น โดยโปเกมอนที่ Terastallize นั้นจะเปล่งประกายขึ้นพร้อมมีอัญมณีปรากฏขึ้นบนหัวของโปเกมอนตัวนั้นประหนึ่งมีมงกุฎสวมอยู่ ซึ่งจะมอบพลังให้กับโปเกมอนตัวนั้นอย่างมาก จุดที่น่าสนใจคือการ Terastallize นี้โปเกมอนทุกตัว "ไม่จำเป็น" ต้องมีการ Terastallize ที่ซ้ำธาตุกัน ยกตัวอย่างเช่น โปเกมอนธาตุนอร์มอล(Normal) อาจมี Tera Type เป็นธาตุน้ำแทนที่จะเป็นธาตุปกติได้ ซึ่งนั่นจะส่งผลต่อโปเกมอนแบทเทิลในภาคนี้อย่างมาก
นอกจากนั้นตัวเกมยังมีระบบการเล่นร่วมกับเพื่อนที่ดีขึ้นเช่นกัน โดยตัวเกมได้พัฒนาร