Shopee
# เมล็ดพันธุ์มะละกอแขกดำ#ขนาด10g#50g
4.8
ขายแล้ว 5 ชิ้น
0 ครั้ง
฿89
บ้านแสงทิพย์
แบรนด์:
NoBrand
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
รายละเอียดสินค้า
#เมล็ดพันธุ์มะละกอแขกดำ
10g 550-600 เมล็ด ต่อ1ซอง
50g 2500-3000 เมล็ด
การดูแลรักษามะละกอแขกดำเน้นการให้น้ำสม่ำเสมอ, การใส่ปุ๋ยที่เหมาะสมตามระยะการเจริญเติบโต (เช่น สูตร 12-24-12 ก่อนติดผล, 8-24-24 บำรุงดอก, และสูตรที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงในช่วงติดผล), การพรวนดินและกำจัดวัชพืช, การทำไม้ค้ำยันต้น, และการห่อผลเพื่อป้องกันแมลงและให้ผลสวย. ควรระบายน้ำให้ดีเพื่อไม่ให้โคนต้นแฉะ และในฤดูแล้งต้องให้น้ำอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันดอกร่วง.
การให้น้ำและการระบายน้ำ
ความสม่ำเสมอ:
รดน้ำทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อากาศร้อน หรือเมื่อมะละกอเริ่มติดผล.
การระบายน้ำ:
ในฤดูฝน ขุดร่องน้ำให้ลึก เพื่อระบายน้ำไม่ให้ขังบริเวณโคนต้น เพราะมะละกอไม่ชอบน้ำแฉะ.
การใส่ปุ๋ย
ก่อนออกดอก:
ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกสลับกับปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 เดือนละครั้ง เพื่อบำรุงต้น.
ช่วงออกดอก:
เปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยสูตร 8-24-24 หรือ 15-15-15 สลับกับ 16-16-16 เพื่อบำรุงดอก.
ช่วงติดผล:
ใช้ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง เช่น 12-24-12 เพื่อบำรุงผลและช่วยในการติดผล.
ปุ๋ยทางใบ:
ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ สูตร 21-21-21 ผสมธาตุอาหารรองแคลเซียมโบรอน ทุก 15 วัน เพื่อช่วยในการผสมเกสรและการติดผล.
การจัดการวัชพืชและโรค
กำจัดวัชพืช:
หมั่นกำจัดวัชพืชรอบโคนต้น เพื่อไม่ให้แย่งสารอาหารและรบกวนการเจริญเติบโต.
ป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า:
ในช่วง 1-2 เดือนแรกหลังปลูก และช่วงฝนตกชุก ควรราดโคนต้นด้วยสารเคมีป้องกันโรครากเน่า.
การค้ำยันและห่อผล
ทำไม้หลัก:
ใช้ไม้ค้ำยันต้นมะละกอเพื่อพยุงลำต้น ไม่ให้ล้ม โดยเฉพาะเมื่อต้นมีผลดก.
ห่อผล:
ห่อผลมะละกอด้วยถุงหรือผ้าสีขาว เพื่อป้องกันแมลง เช่น แมลงวันทอง และป้องกันผิวไหม้จากแสงแดด ทำให้ได้ผลสวยงามและมีราคาสูง.
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ดิน:
ควรเป็นดินที่มีการระบายน้ำได้ดี ไม่ชอบพื้นที่น้ำขัง.
แสงแดด:
มะละกอเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดเพียงพอต่อการเจริญเติบโต
10g 550-600 เมล็ด ต่อ1ซอง
50g 2500-3000 เมล็ด
การดูแลรักษามะละกอแขกดำเน้นการให้น้ำสม่ำเสมอ, การใส่ปุ๋ยที่เหมาะสมตามระยะการเจริญเติบโต (เช่น สูตร 12-24-12 ก่อนติดผล, 8-24-24 บำรุงดอก, และสูตรที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงในช่วงติดผล), การพรวนดินและกำจัดวัชพืช, การทำไม้ค้ำยันต้น, และการห่อผลเพื่อป้องกันแมลงและให้ผลสวย. ควรระบายน้ำให้ดีเพื่อไม่ให้โคนต้นแฉะ และในฤดูแล้งต้องให้น้ำอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันดอกร่วง.
การให้น้ำและการระบายน้ำ
ความสม่ำเสมอ:
รดน้ำทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อากาศร้อน หรือเมื่อมะละกอเริ่มติดผล.
การระบายน้ำ:
ในฤดูฝน ขุดร่องน้ำให้ลึก เพื่อระบายน้ำไม่ให้ขังบริเวณโคนต้น เพราะมะละกอไม่ชอบน้ำแฉะ.
การใส่ปุ๋ย
ก่อนออกดอก:
ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกสลับกับปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 เดือนละครั้ง เพื่อบำรุงต้น.
ช่วงออกดอก:
เปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยสูตร 8-24-24 หรือ 15-15-15 สลับกับ 16-16-16 เพื่อบำรุงดอก.
ช่วงติดผล:
ใช้ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง เช่น 12-24-12 เพื่อบำรุงผลและช่วยในการติดผล.
ปุ๋ยทางใบ:
ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ สูตร 21-21-21 ผสมธาตุอาหารรองแคลเซียมโบรอน ทุก 15 วัน เพื่อช่วยในการผสมเกสรและการติดผล.
การจัดการวัชพืชและโรค
กำจัดวัชพืช:
หมั่นกำจัดวัชพืชรอบโคนต้น เพื่อไม่ให้แย่งสารอาหารและรบกวนการเจริญเติบโต.
ป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า:
ในช่วง 1-2 เดือนแรกหลังปลูก และช่วงฝนตกชุก ควรราดโคนต้นด้วยสารเคมีป้องกันโรครากเน่า.
การค้ำยันและห่อผล
ทำไม้หลัก:
ใช้ไม้ค้ำยันต้นมะละกอเพื่อพยุงลำต้น ไม่ให้ล้ม โดยเฉพาะเมื่อต้นมีผลดก.
ห่อผล:
ห่อผลมะละกอด้วยถุงหรือผ้าสีขาว เพื่อป้องกันแมลง เช่น แมลงวันทอง และป้องกันผิวไหม้จากแสงแดด ทำให้ได้ผลสวยงามและมีราคาสูง.
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ดิน:
ควรเป็นดินที่มีการระบายน้ำได้ดี ไม่ชอบพื้นที่น้ำขัง.
แสงแดด:
มะละกอเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดเพียงพอต่อการเจริญเติบโต