Shopee
เมล็ดโรสแมรี่ 10 เมล็ด 9บาท
4.9
ขายแล้ว 23 ชิ้น
฿19
เมล็ดพันธุ์บ้านสวนบุษบา
แบรนด์:
Pongphet(พงษ์เพชร)
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
การปลูกโรสแมรี่จากเมล็ดเป็นวิธีที่ต้องใช้ความอดทนสูง เนื่องจากเมล็ดโรสแมรี่มีอัตราการงอกต่ำและเติบโตช้ามากในปีแรก {1.1.1, 1.2.5} หากต้องการปลูกในสภาพอากาศเขตร้อนของไทย ควรเริ่มเพาะในช่วงฤดูที่อากาศเย็นหรือสามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ดี
1. การเตรียมเมล็ด
เลือกเมล็ด: เนื่องจากอัตราการงอกต่ำ ควรใช้เมล็ดมากกว่าที่ต้องการ เพื่อเพิ่มโอกาสในการงอก {1.2.5}
แช่เมล็ด (ทางเลือก): เพื่อช่วยกระตุ้นการงอก สามารถนำเมล็ดไปแช่ในน้ำอุ่นนาน 6–24 ชั่วโมงก่อนปลูก {1.4.1, 1.4.6}
2. การเพาะเมล็ด
เตรียมถาดเพาะ: ใช้ถาดเพาะหรือกระถางขนาดเล็กที่ระบายน้ำได้ดี และเติมด้วยวัสดุเพาะเมล็ดที่มีคุณภาพ
หว่านเมล็ด: โรยเมล็ดโรสแมรี่บนผิววัสดุเพาะ โดยไม่ต้องกลบเมล็ดให้ลึก เนื่องจากเมล็ดต้องการแสงในการงอก {1.3.1, 1.4.4}
สร้างความชื้น: ใช้สเปรย์ฉีดน้ำให้ผิววัสดุเพาะชุ่มชื้นอยู่เสมอ และอาจหาพลาสติกใสหรือโดมครอบเพื่อรักษาความชื้น {1.3.1, 1.5.3}
รักษาอุณหภูมิ: อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการงอกอยู่ระหว่าง 21–25 องศาเซลเซียส {1.2.2}
แสงสว่าง: ควรวางถาดเพาะในที่ที่ได้รับแสงสว่างเพียงพอ แต่ไม่ควรโดนแดดจัดโดยตรง
ระยะเวลางอก: เมล็ดจะใช้เวลา 15–30 วัน หรือนานกว่านั้นในการงอก {1.5.4}
3. การดูแลต้นกล้า
แสงแดด: เมื่อต้นกล้างอกแล้ว ควรนำไปวางในที่ที่มีแสงสว่างมากขึ้น
การให้น้ำ: ควรรดน้ำอย่างระมัดระวัง ไม่ควรให้ดินแฉะเกินไป เพราะโรสแมรี่อ่อนไหวต่อโรครากเน่า {1.6.7} ควรรอให้ดินแห้งก่อนรดน้ำครั้งต่อไป
การถอนแยก: เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 2-3 คู่ ควรทำการถอนแยกต้นที่อ่อนแอออก เพื่อให้ต้นที่เหลือเติบโตได้ดี {1.5.4}
4. การย้ายปลูก
เตรียมดินปลูก: โรคแมรี่ชอบดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี และเป็นกรดเล็กน้อย (pH 6.0–7.0) {1.4.1} หากปลูกในกระถาง ควรผสมดินกับทรายหยาบเพื่อช่วยระบายน้ำ {1.4.7}
ย้ายต้นกล้า: เมื่อต้นกล้าสูงประมาณ 8–15 เซนติเมตร สามารถย้ายลงกระถางหรือแปลงปลูกที่เตรียมไว้ได้ {1.2.2}
แสงแดด: วางในบริเวณที่ได้รับแสงแดดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน {1.4.6}
การให้น้ำ: รดน้ำเมื่อดินแห้งสนิทเท่านั้น
ข้อควรระวัง
การปลูกโรสแมรี่จากเมล็ดในประเทศไทยควรทำในช่วงฤดูหนาวที่อากาศไม่ร้อนจัด
หากทำได้ การขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่งจะให้ผลเร็วกว่าและมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าการเพาะเมล็ด {1.1.1}
1. การเตรียมเมล็ด
เลือกเมล็ด: เนื่องจากอัตราการงอกต่ำ ควรใช้เมล็ดมากกว่าที่ต้องการ เพื่อเพิ่มโอกาสในการงอก {1.2.5}
แช่เมล็ด (ทางเลือก): เพื่อช่วยกระตุ้นการงอก สามารถนำเมล็ดไปแช่ในน้ำอุ่นนาน 6–24 ชั่วโมงก่อนปลูก {1.4.1, 1.4.6}
2. การเพาะเมล็ด
เตรียมถาดเพาะ: ใช้ถาดเพาะหรือกระถางขนาดเล็กที่ระบายน้ำได้ดี และเติมด้วยวัสดุเพาะเมล็ดที่มีคุณภาพ
หว่านเมล็ด: โรยเมล็ดโรสแมรี่บนผิววัสดุเพาะ โดยไม่ต้องกลบเมล็ดให้ลึก เนื่องจากเมล็ดต้องการแสงในการงอก {1.3.1, 1.4.4}
สร้างความชื้น: ใช้สเปรย์ฉีดน้ำให้ผิววัสดุเพาะชุ่มชื้นอยู่เสมอ และอาจหาพลาสติกใสหรือโดมครอบเพื่อรักษาความชื้น {1.3.1, 1.5.3}
รักษาอุณหภูมิ: อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการงอกอยู่ระหว่าง 21–25 องศาเซลเซียส {1.2.2}
แสงสว่าง: ควรวางถาดเพาะในที่ที่ได้รับแสงสว่างเพียงพอ แต่ไม่ควรโดนแดดจัดโดยตรง
ระยะเวลางอก: เมล็ดจะใช้เวลา 15–30 วัน หรือนานกว่านั้นในการงอก {1.5.4}
3. การดูแลต้นกล้า
แสงแดด: เมื่อต้นกล้างอกแล้ว ควรนำไปวางในที่ที่มีแสงสว่างมากขึ้น
การให้น้ำ: ควรรดน้ำอย่างระมัดระวัง ไม่ควรให้ดินแฉะเกินไป เพราะโรสแมรี่อ่อนไหวต่อโรครากเน่า {1.6.7} ควรรอให้ดินแห้งก่อนรดน้ำครั้งต่อไป
การถอนแยก: เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 2-3 คู่ ควรทำการถอนแยกต้นที่อ่อนแอออก เพื่อให้ต้นที่เหลือเติบโตได้ดี {1.5.4}
4. การย้ายปลูก
เตรียมดินปลูก: โรคแมรี่ชอบดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี และเป็นกรดเล็กน้อย (pH 6.0–7.0) {1.4.1} หากปลูกในกระถาง ควรผสมดินกับทรายหยาบเพื่อช่วยระบายน้ำ {1.4.7}
ย้ายต้นกล้า: เมื่อต้นกล้าสูงประมาณ 8–15 เซนติเมตร สามารถย้ายลงกระถางหรือแปลงปลูกที่เตรียมไว้ได้ {1.2.2}
แสงแดด: วางในบริเวณที่ได้รับแสงแดดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน {1.4.6}
การให้น้ำ: รดน้ำเมื่อดินแห้งสนิทเท่านั้น
ข้อควรระวัง
การปลูกโรสแมรี่จากเมล็ดในประเทศไทยควรทำในช่วงฤดูหนาวที่อากาศไม่ร้อนจัด
หากทำได้ การขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่งจะให้ผลเร็วกว่าและมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าการเพาะเมล็ด {1.1.1}