บรมครูปู่ฤาษีกไลโกฎ(ปู่ฤาษีหน้ากวาง) ฤๅษีผู้มีพระเมตตาขอพรเกี่ยวกับการงานการเงินความรักสามารถขอได้ทุกอย่างตามปรารถนา
Shopee

บรมครูปู่ฤาษีกไลโกฎ(ปู่ฤาษีหน้ากวาง) ฤๅษีผู้มีพระเมตตาขอพรเกี่ยวกับการงานการเงินความรักสามารถขอได้ทุกอย่างตามปรารถนา

4.8
ขายแล้ว 1 ชิ้น
฿79
Rvada ตรวจสอบราคา

ราคาถูกผิดปกติ (23% ของค่าเฉลี่ยหมวด) ควรตรวจสอบร้านค้าก่อนซื้อ

PPK_Amulet
แบรนด์: NoBrand
ซื้อที่ Shopee

คุณจะถูกนำไปยัง Shopee

ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง

รายละเอียดสินค้า

#พระฤาษีกไลยโกฎิ ฤาษีหน้ากวาง 

ฤาษีกไลโกฏ

ประวัติท่านโดยย่อครับ

พระฤาษีกไลโกฏ เป็นบุตรของพระมุนีอิสีสิงค์ เมื่อก่อนท่านมีหน้าเป็นมนุษย์ปกติ ท่านได้บำเพ็ญพรตอยู่ในป่า เมืองพัทวิสัย 

บำเพ็ญพรตมานาน ไม่เคยเห็นมนุษย์มาก่อน บิดาที่เป็นทั้งพ่อและอาจารย์ได้สั่งตักเตือนกับพระฤาษีกไลโกฏ

ว่า "อย่าจับต้องสัตว์เขาอ่อน สัตว์ที่มีเขาอยู่บนอก" ท่านบำเพ็ญตบะอย่างแรงกล้า จนฝนตกต้องไม่ตรงฤดูกาลถึง ๓ ปี 

ร้อนไปถึงท่านเจ้าเมืองท้าวโรมพัตตัน จึงได้ให้พระธิดาชื่อ นางอรุณวดี ไปทำลายตบะโดยการกอด ลูบไล้ 

พระฤาษีกไลโกฏ ลืมคำบิดาได้เผลอจับอกนางอรุณวดี ท่านติดใจในกามรสจึงได้ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองพัทวิสัยกับชายา 

หลังจากนั้นฝนก็ตกต้องตามฤดูกาลและหน้าท่านก็กลายเป็นหน้าเนื้อ

เหมือนกับที่เห็นในรูปเคารพในปัจจุบัน

ไม่เคยเห็นรูปสตรี มีความสงสัยก็พิศดู

เห็นเขาติดอกเคร่งครัด ดังปทุมตูมเต่งทั้งคู่

สัตว์นี้เป็นไฉนจึงไคร่รู้ เข้าประคองตองเต้าสุมนณฑา

กายาแนบเนื้อดวงสมร ให้เกิดประดิพัทธ์อาวรณ์ 

ถึงไม่มีผู้สอนก็เป็นไป .............................

        พระฤาษีองค์นี้มีลักษณะพิเศษคือ เป็นพระฤาษีหน้าเนื้อ นับเป็นมหาฤาษีผู้ทรงตบะสูงส่งท่านหนึ่ง ท่านมีนามในตำราต่างๆ ว่า พระฤาษีฤษยะสฤงค์ หรือ พระฤาษีอิสีสิงค์   ตามตำราว่าเป็นบุตรของ พระฤาษีพิภาณฑกมุนี และเป็นหลานของ พระฤาษีกาศยปมุนีซึ่งเป็นหนึ่งในฤาษีที่ทำพิธีอัศวเมธ เพราะฉะนั้นจึงเรียกได้ว่าพระฤาษีกไลยโกฏิองค์นี้สืบเชื้อสายมาจากตระกูลฤาษีโดยแท้

         พระฤาษีกไลยโกฏิเกิดในป่าศาลวัน แคว้นองคราษฎร์ ซึ่งอยู่ในเขตเมืองพัทวิสัยของท้าวโรมพัตตัน (บางตำราว่า ท้าวโลมบาท) ผู้เป็นบิดาสั่งสอนไว้ว่าให้ระวังวัวเขาอ่อน มันมีเขาขึ้นบนอก เขามันแปลกเพราะว่าแทนที่จะแข็งกลับนิ่ม พูดง่ายๆ ก็คือ ให้ระวังผู้หญิง แต่พูดเป็นปริศนาธรรมไปหน่อย พระฤาษีกไลยโกฎิเกิดในป่าโตในป่า ไม่เคยเห็นเพศตรงข้าม จึงไม่เข้าใจว่าเป็นอะไร ก็ได้แต่บำเพ็ญเพียรภาวนาจนบรรลุฌานสมาบัติตามลำดับ

         พระฤาษีกไลยโกฎิสามารถนั่งนิ่งไม่ขยับกาย จิตดิ่งอยู่ในฌานเช่นนั้นโดยไม่ต้องกินข้าว ไม่ต้องกินน้ำ ก็สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยอำนาจจิตที่มีพลังงานมหาศาล จนได้ฌานสมาบัติสูงมาก มีอานุภาพดุจพระอาทิตย์นับพันดวง แต่การบำเพ็ญตบะฌานอันสูงส่งนี้กลับก่อความเดือดร้อนแก่เมืองพัทวิสัย เพราะด้วยเดชความแรงกล้าของฌานสมาบัติ ซึ่งมีอานุภาพดุจพระอาทิตย์นับพันดวงนั่นเอง ทำให้บ้านเมืองที่พระฤาษีกไลยโกฎเข้าฌานนั้นเกิดวิปริต ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาลถึง ๓ ปี เกิดความแห้งแล้ง และเดือดร้อนไปทั่ว

       ท้าวโรมพัตตันตั้งพิธีบวงสรวงเทวดาถึงเจ็ดเดือนเจ็ดวัน ฝนก็ยังไม่ตก จึงให้โหรหลวงทำนาย (บางตำราว่าได้ข่าวจากนายวันจรกพรานป่า) ทรงทราบว่า เหตุที่ทำให้ฝนแล้งอยู่เป็นปีๆ นี้ ก็เพราะตบะฌานของพระฤาษีกไลยโกฎินั่นเอง คือในอินเดียสมัยโบราณนี่นะครับ  ถ้าปีไหนเกิดแห้งแล้ง ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล เขาจะลงความเห็นว่าเกิดจากฤาษีตนใดตนหนึ่งบำเพ็ญตบะเข้มเกินไป จนเกิดเตโชธาตุออกมาเผาผลาญให้อากาศร้อนไปหมด จึงต้องหาทางทำลายตบะฤาษีตนนั้นให้แตก ฝนจะได้ตกตามปกติ

      ท้าวโรมพัตตันจึงเสด็จไปยังป่าศาลวัน สั่งให้ทหารปลูกพลับพลาให้เป็นที่อยู่ของพระธิดาที่งดงามที่สุด คือ พระนางศานตา หรือ พระนางอรุณวดี แล้วส่งพวกนางโลมไปหลอกล่อพระฤาษีกไลยโกฏิออกมายังพลับพลาของพระนางศานตา 

      แต่บางตำราว่า พระนางศานตาเข้าไปถึงอาศรมของพระฤาษีด้วยตนเองครับ เมื่อเห็นท่านนั่งนิ่งเข้าฌานอยู่ก็บีบนวดเคล้าคลึง เอาน้ำผึ้งไปทาริมฝีปาก เมื่อกระทำมากเข้าพระฤาษีกไลยโกฎิก็ออกจากฌานสมาบัติ ลืมตาดู เมื่อเห็นเจ้าหญิงผู้เลอโฉม และได้รับการนวดการสัมผัสบีบคลำ ตัณหาภายในใจก็ฟุ้งขึ้น ที่สุดตบะเดชะที่บำเพ็ญไว้ก็เสื่อม ทำให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารก็กลับอุดมสมบูรณ์

      ท้าวโรมพัดตัน ได้กล่าวกับพระฤาษีกไลยโกฏิว่า การเสียตบะฌานอันแรงกล้าของพระฤาษี กลับกลายเป็นการ“ช่วยชีวาสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งอุปัทวันอันตราย จะหายด้วยบุญพระอาจารย์” และได้ยกพระราชธิดาให้ รวมทั้งได้อัญเชิญพระฤาษีให้ออกจากป่าเข้าสู่เมืองพัทวิสัยของพระองค์ ให้เข้าไปอยู่ในพ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง