น้ำมันปลา กิฟฟารีน Fish Oil น้ำมันตับปลา ขนาด 1000 มก. 90 แคปซูล โอเมมก้า3 DHA EPA สมอง ข้อเข่า
Shopee

น้ำมันปลา กิฟฟารีน Fish Oil น้ำมันตับปลา ขนาด 1000 มก. 90 แคปซูล โอเมมก้า3 DHA EPA สมอง ข้อเข่า

4.9
ขายแล้ว 94 ชิ้น
฿320 ฿640 -50%
Rvada ตรวจสอบราคา

มีประวัติขาย 94 ชิ้น เรตติ้ง 4.93★

ราคานี้อยู่ที่ประมาณ 74% ของราคาเฉลี่ยสินค้าหมวดเดียวกัน (เทียบจากฐานข้อมูลกว่า 1.5 ล้านรายการ)

aura.gifarine
แบรนด์: Giffarine
ซื้อที่ Shopee

คุณจะถูกนำไปยัง Shopee

ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง

รายละเอียดสินค้า

น้ำมันปลา กิฟฟารีน ผสมวิตามิน อี
Giffarine Fish Oil Mixed Vitamin E
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร น้ำมันปลา กิฟฟารีน ผสมวิตามิน อี น้ำมันปลาคุณภาพ สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกที่มี EPA และ DHA ครบถ้วน ช่วยเติมเต็มโอเมก้า 3 ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ แต่มีความจำเป็นต่อระบบการทำงานต่างๆของร่างกาย มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการสมองในทุกช่วงวัย ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด ลดความเสี่ยงโรคร้าย เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง

น้ำมันปลา กิฟฟารีน ผสมวิตามิน อี มีให้เลือก 2 ขนาด:

น้ำมันปลา 500 มก. ผสมวิตามิน อี (*เม็ดเล็ก กลืนง่าย) ประกอบด้วย:

กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก (อีพีเอ) 90 มก.
กรดโดโอซาเฮกซาอีโนอิก (ดีเอชเอ) 60 มก.
น้ำมันปลา 1,000 มก. ผสมวิตามิน อี ประกอบด้วย:

กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก (อีพีเอ) 180 มก.
กรดโดโอซาเฮกซาอีโนอิก (ดีเอชเอ) 120 มก.
ถาม-ตอบ ข้อข้องใจเกี่ยวกับน้ำมันปลา โดย พ.ต.ท.นพ มั่น อุดมพาณิชย์

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับน้ำมันปลา
น้ำมันปลา เป็นน้ำมันที่สกัดได้มาจากปลา มีส่วนประกอบสำคัญคือ โอเมก้า-3 (Omega-3) ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ที่จำเป็นต่อระบบการทำงานต่างๆของร่างกาย และร่างกายไม่สามารถสร้างได้เอง ต้องได้รับจากการบริโภคอาหารเท่านั้น โดยโอเมก้า-3 ประกอบด้วยกรดไขมันที่สำคัญ 2 ชนิด คือ EPA และ DHA

กรดไขมัน EPA (Eicosapentaenoic Acid)

มีส่วนช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองได้
ป้องกันไขมันอุดตันหลอดเลือด ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น จึงช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมองอุดตัน
ช่วยลดอาการปวดอักเสบต่างๆ บรรเทาอาการข้อเสื่อม รวมทั้งข้ออักเสบรูมาตอยด์ในคนสูงอายุได้
กรดไขมัน DHA (Docosahexaenoic Acid)

ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสมอง การเรียนรู้ และความจำ ป้องกันความเสื่อมของสมอง
ช่วยให้สารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้สะดวกขึ้น จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์สมอง
ช่วยพัฒนาด้านการมองเห็น ป้องกันความเสื่อมของระบบสายตา จึงมีประโยชน์ในผู้ที่ทำงานใช้สายตาหนักเป็นประจำ
ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์ว่า น้ำมันปลา คือหนึ่งในอาหารเสริมสุขภาพที่ให้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค ให้ผลดีมากในการลดไขมันในเลือด และ ลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ โรคความดันสูง และโรคเบาหวาน

จากการศึกษาพบว่า น้ำมันปลาสามารถลดระดับของไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดได้ถึง 19-24% นอกจากนี้น้ำมันปลายังช่วยเพิ่มปริมาณของ HDL (High Density Lipoprotein) ซึ่งจะทำให้มีการเก็บคอเลสเตอรอลในเลือดและผนังหลอดเลือดกลับสู่ตับ และเปลี่ยนเป็นน้ำดีเพื่อขับออกนอกร่างกาย

จากการทดลองพบว่าน้ำมันปลาสามารถใช้เป็นอาหารเสริมร่วมกับยาที่ใช้อยู่เพื่อลดการบวมและอักเสบของข้อได้
น้ำมันปลาช่วยในโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน (Coronary Heart Disease) โดยกลไกของการจับตัวของเกร็ดเลือดทำให้เลือดไหลเวียนคล่องขึ้น
สามารถป้องกันโรคมะเร็งได้บางชนิด
ช่วยลดความเครียด
ในประเทศญี่ปุ่น ช่วงหลายปีที่ผ่านมามีผลงานวิจัยแสดงผลอย่างชัดเจนว่าสาร DHA ในน้ำมันปลานั้นมีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง ช่วยบำรุงสมองให้ทำงานดีขึ้น และเสริมสร้างการเจริญเติบโตของปลายประสาท

คำถามเกี่ยวกับน้ำมันปลา
Q: โอเมก้า 3 ในน้ำมันปลา แตกต่างจากโอเมก้า 6 อย่างไร?
A: โอเมก้า 3 และ 6 เป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนทั้งคู่ โดย:
โอเมก้า 3 มักพบอยู่ในอาหารจำพวกปลาและอาหารทะเล ทำหน้าที่ช่วยยับยั้งการอักเสบ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ป้องกันโรคหัวใจ ป้งอกันมะเร็ง โรคอัลไซเมอร์ สมองเสื่อม จอประสาทตาเสื่อม
โอเมก้า 6 มักพบอยู่ในน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดการอักเสบ และอาจเกิดโรคร้ายต่างๆตามมา
Q: เราสามารถได้รับโอเมก้า 3 จากแหล่งไหนได้บ้าง และมีวิธีการเลือกทานอย่างไร?
A: แหล่งของโอเมก้า 3 มีอยู่ 2 แหล่ง ดังนี้
โอเมก้า 3 จากปลาทะเล ให้สารสำคัญในรูปของ EPA และ DHA
โอเมก้า 3 จากพืช เช่น น้ำมันถั่วดาวอินา น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ เป็นต้น ที่ให้สารสำคัญในรูปของ ALA แนะนำในผู้ที่แพ้ปลา หรืออาหารทะเล
โดย ALA จะต้องถูกเปลี่ยนเป็น EPA และ DHA ก่อน จึงจะดูดซึมไปใช้ได้ ดังนั้นโอเมก้า 3 จากปลาทะเลจะถูกดูดซึมและนำไปใช้ได้ไวกว่า
Q: น้ำมันปลาช่วยลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองได้อย่างไร?
A: น้ำ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง