Shopee
เมล็ดเเตงไทยผลกลม 30 เมล็ด [10 เเถม 1 คละได้]
4.9
ขายแล้ว 7 ชิ้น
฿8
฿20
-60%
Rvada ตรวจสอบราคา
ราคาถูกผิดปกติ (2% ของค่าเฉลี่ยหมวด) ควรตรวจสอบร้านค้าก่อนซื้อ
IndyShop888
แบรนด์:
NoBrand
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
วิธีปลูกเมล็ดพันธุ์แตงไทยผลกลม
แตงไทยผลกลมเป็นพืชผักที่ปลูกง่าย ให้ผลผลิตสูง รสชาติหวานฉ่ำ เหมาะสำหรับปลูกในสวนหลังบ้านหรือในกระถาง วิธีปลูกแตงไทยผลกลมจากเมล็ดสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้:
1. เตรียมดินปลูก
เลือกดิน: ใช้ดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ปรับสภาพดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยการผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกในอัตราส่วน 2:1
การเตรียมแปลง: ขุดดินให้ลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร และร่วนดินให้ทั่ว ปรับระดับหน้าดินให้เรียบ
การปลูกในกระถาง: เลือกกระถางขนาดใหญ่ (อย่างน้อย 30 เซนติเมตร) ที่มีรูระบายน้ำ
2. การเพาะเมล็ด
การแช่เมล็ด: แช่เมล็ดแตงไทยในน้ำอุ่นประมาณ 6-12 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นการงอก
การหยอดเมล็ด: หยอดเมล็ดลงในหลุมลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตร โดยวางเมล็ดประมาณ 2-3 เมล็ดต่อหลุม
เว้นระยะห่าง: เว้นระยะห่างระหว่างหลุมประมาณ 1-2 เมตร และระหว่างแถว 2-3 เมตร
การรดน้ำ: รดน้ำเบาๆ ให้ดินชุ่ม เมล็ดจะงอกภายใน 7-10 วัน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้น
3. การถอนต้นกล้า
เวลาการถอนต้น: เมื่อเมล็ดงอกและต้นกล้ามีใบจริง 2-3 ใบ (ประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังเพาะ)
การถอนต้น: ถอนต้นที่อ่อนแอออก เหลือต้นที่แข็งแรงที่สุดเพียงต้นเดียวในแต่ละหลุม
กำจัดวัชพืช: กำจัดวัชพืชรอบๆ ต้นเพื่อลดการแข่งขันแย่งสารอาหารและน้ำ
4. การดูแลรักษาแสงแดดและน้ำ
แสงแดด: แตงไทยผลกลมต้องการแสงแดดเต็มวัน (6-8 ชั่วโมงต่อวัน) เพื่อการเจริญเติบโตที่ดี
การรดน้ำ: รดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง เช้าและเย็น ให้ดินชุ่มแต่น้ำไม่ขัง โดยเฉพาะช่วงติดผล ควรรักษาความชุ่มชื้นในดินให้พอเหมาะ
การกำจัดวัชพืช: หมั่นกำจัดวัชพืชรอบๆ ต้นเพื่อลดการแย่งสารอาหารและน้ำ
5. การใส่ปุ๋ยบำรุง
ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก: ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกทุก 2-3 สัปดาห์ เพื่อเสริมความอุดมสมบูรณ์ในดิน
ปุ๋ยเคมี: หากใช้ปุ๋ยเคมี เลือกสูตร NPK 15-15-15 หรือ 12-12-17 ใส่ในปริมาณเล็กน้อยทุก 3-4 สัปดาห์
ปุ๋ยเสริมโพแทสเซียม: ในช่วงที่มะเขือยาวเริ่มติดผล ควรเสริมปุ๋ยโพแทสเซียมเพื่อช่วยให้ผลมีรสหวานและเนื้อแน่น
6. การป้องกันแมลงและโรคพืช
การตรวจสอบแมลงศัตรูพืช: หมั่นตรวจสอบแมลงศัตรูพืช เช่น เพลี้ย หนอน หรือแมลงหวี่ขาว หากพบปัญหา ใช้สารชีวภัณฑ์หรือสารสกัดธรรมชาติในการควบคุม
การลดความชื้น: หลีกเลี่ยงการรดน้ำมากเกินไป เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อราและโรคพืช
7. การจัดการเถาแตงไทย
การทำค้าง: เมื่อเถาแตงไทยยาวขึ้น สามารถทำค้างให้เถาเลื้อยขึ้นสูง เพื่อประหยัดพื้นที่และป้องกันการสัมผัสกับดินโดยตรง
การพลิกผล: พลิกผลแตงไทยเป็นครั้งคราว เพื่อให้ผลสุกสม่ำเสมอและมีสีผิวสวยงาม
8. การเก็บเกี่ยวผลผลิต
เวลาการเก็บเกี่ยว: แตงไทยผลกลมพร้อมเก็บเกี่ยวเมื่ออายุประมาณ 70-90 วันหลังเพาะ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสภาพแวดล้อม
วิธีการเก็บเกี่ยว: ใช้กรรไกรตัดผลที่ก้าน หรือเด็ดผลเบาๆ เพื่อลดการทำลายต้น
การตรวจสอบผล: ผลพร้อมเก็บเกี่ยวเมื่อตำแหน่งที่แตะพื้นมีสีเหลือง และก้านผลเริ่มเหี่ยวแห้ง
การเก็บรักษา: เก็บผลไว้ในที่เย็นและแห้ง เพื่อรักษาความสดและยืดอายุการเก็บรักษา
เคล็ดลับเพิ่มเติม:
ปลูกในช่วงฤดูร้อนหรือฤดูฝนที่มีแสงแดดและความชื้นเพียงพอ จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ
การตัดแต่งกิ่งและใบที่ไม่จำเป็นออกจะช่วยให้ต้นมะเขือยาวมีลำต้นโปร่งและลดโอกาสการเกิดโรคพืช
หมั่นดูแลความชุ่มชื้นและการใส่ปุ๋ยอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ได้มะเขือยาวสด หวานฉ่ำ และมีเนื้อแน่น
แตงไทยผลกลมเป็นพืชผักที่ปลูกง่าย ให้ผลผลิตสูง รสชาติหวานฉ่ำ เหมาะสำหรับปลูกในสวนหลังบ้านหรือในกระถาง วิธีปลูกแตงไทยผลกลมจากเมล็ดสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้:
1. เตรียมดินปลูก
เลือกดิน: ใช้ดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ปรับสภาพดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยการผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกในอัตราส่วน 2:1
การเตรียมแปลง: ขุดดินให้ลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร และร่วนดินให้ทั่ว ปรับระดับหน้าดินให้เรียบ
การปลูกในกระถาง: เลือกกระถางขนาดใหญ่ (อย่างน้อย 30 เซนติเมตร) ที่มีรูระบายน้ำ
2. การเพาะเมล็ด
การแช่เมล็ด: แช่เมล็ดแตงไทยในน้ำอุ่นประมาณ 6-12 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นการงอก
การหยอดเมล็ด: หยอดเมล็ดลงในหลุมลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตร โดยวางเมล็ดประมาณ 2-3 เมล็ดต่อหลุม
เว้นระยะห่าง: เว้นระยะห่างระหว่างหลุมประมาณ 1-2 เมตร และระหว่างแถว 2-3 เมตร
การรดน้ำ: รดน้ำเบาๆ ให้ดินชุ่ม เมล็ดจะงอกภายใน 7-10 วัน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้น
3. การถอนต้นกล้า
เวลาการถอนต้น: เมื่อเมล็ดงอกและต้นกล้ามีใบจริง 2-3 ใบ (ประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังเพาะ)
การถอนต้น: ถอนต้นที่อ่อนแอออก เหลือต้นที่แข็งแรงที่สุดเพียงต้นเดียวในแต่ละหลุม
กำจัดวัชพืช: กำจัดวัชพืชรอบๆ ต้นเพื่อลดการแข่งขันแย่งสารอาหารและน้ำ
4. การดูแลรักษาแสงแดดและน้ำ
แสงแดด: แตงไทยผลกลมต้องการแสงแดดเต็มวัน (6-8 ชั่วโมงต่อวัน) เพื่อการเจริญเติบโตที่ดี
การรดน้ำ: รดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง เช้าและเย็น ให้ดินชุ่มแต่น้ำไม่ขัง โดยเฉพาะช่วงติดผล ควรรักษาความชุ่มชื้นในดินให้พอเหมาะ
การกำจัดวัชพืช: หมั่นกำจัดวัชพืชรอบๆ ต้นเพื่อลดการแย่งสารอาหารและน้ำ
5. การใส่ปุ๋ยบำรุง
ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก: ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกทุก 2-3 สัปดาห์ เพื่อเสริมความอุดมสมบูรณ์ในดิน
ปุ๋ยเคมี: หากใช้ปุ๋ยเคมี เลือกสูตร NPK 15-15-15 หรือ 12-12-17 ใส่ในปริมาณเล็กน้อยทุก 3-4 สัปดาห์
ปุ๋ยเสริมโพแทสเซียม: ในช่วงที่มะเขือยาวเริ่มติดผล ควรเสริมปุ๋ยโพแทสเซียมเพื่อช่วยให้ผลมีรสหวานและเนื้อแน่น
6. การป้องกันแมลงและโรคพืช
การตรวจสอบแมลงศัตรูพืช: หมั่นตรวจสอบแมลงศัตรูพืช เช่น เพลี้ย หนอน หรือแมลงหวี่ขาว หากพบปัญหา ใช้สารชีวภัณฑ์หรือสารสกัดธรรมชาติในการควบคุม
การลดความชื้น: หลีกเลี่ยงการรดน้ำมากเกินไป เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อราและโรคพืช
7. การจัดการเถาแตงไทย
การทำค้าง: เมื่อเถาแตงไทยยาวขึ้น สามารถทำค้างให้เถาเลื้อยขึ้นสูง เพื่อประหยัดพื้นที่และป้องกันการสัมผัสกับดินโดยตรง
การพลิกผล: พลิกผลแตงไทยเป็นครั้งคราว เพื่อให้ผลสุกสม่ำเสมอและมีสีผิวสวยงาม
8. การเก็บเกี่ยวผลผลิต
เวลาการเก็บเกี่ยว: แตงไทยผลกลมพร้อมเก็บเกี่ยวเมื่ออายุประมาณ 70-90 วันหลังเพาะ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสภาพแวดล้อม
วิธีการเก็บเกี่ยว: ใช้กรรไกรตัดผลที่ก้าน หรือเด็ดผลเบาๆ เพื่อลดการทำลายต้น
การตรวจสอบผล: ผลพร้อมเก็บเกี่ยวเมื่อตำแหน่งที่แตะพื้นมีสีเหลือง และก้านผลเริ่มเหี่ยวแห้ง
การเก็บรักษา: เก็บผลไว้ในที่เย็นและแห้ง เพื่อรักษาความสดและยืดอายุการเก็บรักษา
เคล็ดลับเพิ่มเติม:
ปลูกในช่วงฤดูร้อนหรือฤดูฝนที่มีแสงแดดและความชื้นเพียงพอ จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ
การตัดแต่งกิ่งและใบที่ไม่จำเป็นออกจะช่วยให้ต้นมะเขือยาวมีลำต้นโปร่งและลดโอกาสการเกิดโรคพืช
หมั่นดูแลความชุ่มชื้นและการใส่ปุ๋ยอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ได้มะเขือยาวสด หวานฉ่ำ และมีเนื้อแน่น