Shopee
เอราโพรทริน ขนาด 1 ลิตร ไซเพอร์เมทริน+โพรฟีโนฟอส ถูกตัว+กินตาย คุมไข่หนอน หนอน เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง ด้วงหมัดผัก #เอราวัณ
5.0
ขายแล้ว 1 ชิ้น
฿599
Rvada ตรวจสอบราคา
สินค้านี้มีประวัติขายน้อย (1 ชิ้น) โปรดพิจารณาข้อมูลร้านค้าประกอบ
ราคานี้อยู่ที่ประมาณ 138% ของราคาเฉลี่ยสินค้าหมวดเดียวกัน (เทียบจากฐานข้อมูลกว่า 1.5 ล้านรายการ)
ดีเด่น อะโกรเทรด
แบรนด์:
NoBrand
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
ลิงก์นี้เป็นลิงก์พันธมิตร เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการสั่งซื้อ โดยราคาที่คุณจ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดสินค้า
เอราโพรทริน ขนาด 1 ลิตร ไซเพอร์เมทริน+โพรฟีโนฟอส สูตร 2 ตัวบวก น๊อค+ดูดซึม กำจัดหนอน เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง ด้วงหมัดผัก ค่อมทอง มวน บั่ว
ชื่อการค้า : เอราโพรทริน
ชื่อสามัญ : ไซเพอร์เมทริน+โพรฟีโนฟอส
สูตรผสม 4% + 40% W/V EC
คุณสมบัติ
• ออกฤทธิ์เร็ว ออกฤทธิ์แรง
• กำจัดหนอนเจาะและเพลี้ยไฟได้ดี
ประโยชน์
. หอม เพลี้ยไฟ 20-30 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร
. พริก ถั่ว เพลี้ยอ่อน
. กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก คะน้า ผักกาดขาวปลี ผักกาดเขียวปลี
หนอนเจาะยอดกะหล่ำ
• หนอนเจาะสมอฝ้าย 40-60 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร
• ยาสูบ เพลี้ยอ่อน หนอนเจาะสมอฝ้าย 40-60 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร
• ไม้ผล หนอนเจาะดอก หนอนเจาะผล หนอนชอนเปลือก หนอนชอนใบ เพลี้ยไฟ
40-60 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร
• ไม้ดอกไม้ประดับ เพลี้ยไฟ หนอนเจาะดอก 20-30 ซีซีต่อน้ำ 20ลิตร
• ในนาข้าว 1 ขวดใช้ได้ 10 ไร่
"ป้องกันกำจัดหนอนเจาะผลทุเรียน ด้วย เอราโพรทริน !"
หนอนเจาะผลทุเรียน มีชื่อวิทยาศาสตร์: Conogethes punctiferalis Guenee หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “หนอนเจาะผลละหุ่ง” เป็นศัตรูทุเรียนที่สำคัญ พบการระบาดทั่วประเทศในแหล่งปลูกทุเรียน และสามารถพบการระบาดในพืชเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ละมุด ลำไย ลิ้นจี่ ข้าวโพด
รูปร่างลักษณะ
หนอนเจาะผลเมื่อฟักจากไข่จะมีสีขาวหัวสีน้ำตาล หนอนเจริญเต็มที่จะสีน้ำตาลเข้ม มีขนาดยาวประมาณ1.5-1.8 เซนติเมตร วงจรชีวิตจะเริ่มจาก ระยะไข่ 4 วัน ระยะหนอน 12-13 วัน ระยะดักแด้ 7-9 วัน ระยะตัวเต็มวัยเพศผู้10-18 วัน และเพศเมีย14-18 วัน
ลักษณะการทำลาย
ผีเสื้อตัวเมียจะวางไข่ที่ผิวทุเรียน เมื่อฟักออกจากไข่หนอนจะแทะกินผิวทุเรียนก่อน ตั้งแต่ผลขนาดเล็กอายุ 2 เดือนไปจนถึงผลโตเต็มที่พร้อมที่จะเก็บเกี่ยว เมื่อโตขึ้นจึงเจาะกินเข้าไปในเปลือกผลทุเรียน ทำให้ผลเป็นแผล อาจทำให้ผลเน่าและร่วงเนื่องจากเชื้อราเข้าทำลายซ้ำ ผลที่มีรอยแมลงทำลายทำให้ขายไม่ได้ราคา ถ้าหากหนอนเจาะกินเข้าไปจนถึงเนื้อจะทำให้บริเวณดังกล่าวเน่าเมื่อผลสุก ภายนอกผลทุเรียนจะสังเกตเห็นมูลและรังของหนอนได้อย่างชัดเจนและจะมีน้ำไหลเยิ้ม
การป้องกันกำจัด
1. วิธีเขตกรรม ตัดแต่งผลไม่ให้มีมากหรือติดกันเกินไป หรืออาจใช้วัสดุ เช่น กาบมะพร้าว หรือเศษไม้ กั้นระหว่างผล เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเต็มวัยวางไข่ หรือตัวหนอนหลบอาศัยอยู่ ควรเก็บทำลายผลทุเรียนเน่าและร่วงเพราะหนอนทำลายโดยเผาไฟหรือฝัง
2. วิธีกล หมั่นตรวจดูตามผลทุเรียน เมื่อพบรอยที่หนอนทำลาย ให้ใช้ไม้หรือลวดแข็งเขี่ยตัวหนอนออกมาทำลาย นอกจากนี้ควรห่อผลด้วยถุงมุ้งไนล่อน หรือถุงรีเมย์จะป้องกันไม่ให้ผีเสื้อมาวางไข่ได้ และไม่มีปัญหาทำให้สีผิวเปลือกของทุเรียนผิดไป โดยเริ่มห่อผลตั้งแต่ผลทุเรียนมีอายุประมาณ 1 เดือนครึ่งเป็นต้นไป
3. การใช้สารชีวภัณฑ์ การใช้สารสกัดจากพืช เช่น สารสกัดสะเดา หางไหล โล่ติ๊น หรือน้ำหมักจากข่าแดง ตะไคร้หอม บอระเพ็ด น้ำส้มควันไม้ เป็นต้น สารสกัดจากพืชจะเป็นสารที่ไล่ตัวเต็มวัยของแมลงที่บินได้ไม่ให้เข้ามาในสวน สามารถลดการวางไข่ได้ นอกจากนี้เนื่องจากหนอนเจาะผลเป็นแมลงในกลุ่มหนอนผีเสื้อ ดังนั้นการใช้แบคทีเรียบาซิลลัสทูริงเจนซิส(บีที) ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งสำหรับชาวสวนที่ไม่ใช้สารเคมีหรือการผลิตแบบอินทรีย์
4. การใช้สารเคมี .เมื่อเริ่มพบการระบาดของผีเสื้อตัวเต็มวัย ให้ใช้ เอราโพรทริน อัตรา 40-60 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7-10 วัน จำนวน 1 ครั้ง และควรพ่นสลับกลุ่มสารอื่นเพื่อลดปัญหาการดื้อยาของแมลงศัตรูทุเรียน เช่น เอราดอกซาคาร์บ 30 ซีซี พ่น 2 ครั้ง เอราทริป 30 ซีซี 2 ครั้ง ทุกๆ 7-10 วัน
เอราโพรทริน
เอราโพรทริน มีชื่อสามัญคือ ไซเพอร์เมทริน + โพรฟีโนฟอส 4%+40 % W/V EC
เป็นการนำสารไซเพอร์เมทรินซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม 3A (Pyrethroid) รบกวนความสมดุลของโซเดียม (Sodium channel modulators) ออกฤทธิ์กับระบบประสาท (Nerve action)ในบริเวณส่วนของ axon ทำให้เกิดอาการกระตุกของกล้ามเนื้อของแมลง ทำให้เป็นอัมพาตและตายในที่สุด
มารวมกับ สารโพรฟีโนฟอส ที่อยู่ในกลุ่ม 1B (Organophosphate) ออกฤทธิ์กับระบบประสาทและกล้ามเนื้อของแมลงโดยไปยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์โคลีนเอสเตอเรส (Acetylcholinesterase: AChE)
เอราโพรทริน เป็นสารสูตรผสมที่ลงตัวอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม เป็นสารที่ผสมกันแล้วเกิดการเสริมฤทธิ์กัน (synergistic effect) ทำให้สารออกฤทธิ์กว้างขึ้น
เอราโพรทริน เป็นสารที่ออกฤทธิ์เร็ว แรง ออกฤทธิ์ได้ดีกว่าการพ่นสารเดี่ยวๆ ช่วยลดการดื้
ชื่อการค้า : เอราโพรทริน
ชื่อสามัญ : ไซเพอร์เมทริน+โพรฟีโนฟอส
สูตรผสม 4% + 40% W/V EC
คุณสมบัติ
• ออกฤทธิ์เร็ว ออกฤทธิ์แรง
• กำจัดหนอนเจาะและเพลี้ยไฟได้ดี
ประโยชน์
. หอม เพลี้ยไฟ 20-30 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร
. พริก ถั่ว เพลี้ยอ่อน
. กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก คะน้า ผักกาดขาวปลี ผักกาดเขียวปลี
หนอนเจาะยอดกะหล่ำ
• หนอนเจาะสมอฝ้าย 40-60 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร
• ยาสูบ เพลี้ยอ่อน หนอนเจาะสมอฝ้าย 40-60 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร
• ไม้ผล หนอนเจาะดอก หนอนเจาะผล หนอนชอนเปลือก หนอนชอนใบ เพลี้ยไฟ
40-60 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร
• ไม้ดอกไม้ประดับ เพลี้ยไฟ หนอนเจาะดอก 20-30 ซีซีต่อน้ำ 20ลิตร
• ในนาข้าว 1 ขวดใช้ได้ 10 ไร่
"ป้องกันกำจัดหนอนเจาะผลทุเรียน ด้วย เอราโพรทริน !"
หนอนเจาะผลทุเรียน มีชื่อวิทยาศาสตร์: Conogethes punctiferalis Guenee หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “หนอนเจาะผลละหุ่ง” เป็นศัตรูทุเรียนที่สำคัญ พบการระบาดทั่วประเทศในแหล่งปลูกทุเรียน และสามารถพบการระบาดในพืชเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ละมุด ลำไย ลิ้นจี่ ข้าวโพด
รูปร่างลักษณะ
หนอนเจาะผลเมื่อฟักจากไข่จะมีสีขาวหัวสีน้ำตาล หนอนเจริญเต็มที่จะสีน้ำตาลเข้ม มีขนาดยาวประมาณ1.5-1.8 เซนติเมตร วงจรชีวิตจะเริ่มจาก ระยะไข่ 4 วัน ระยะหนอน 12-13 วัน ระยะดักแด้ 7-9 วัน ระยะตัวเต็มวัยเพศผู้10-18 วัน และเพศเมีย14-18 วัน
ลักษณะการทำลาย
ผีเสื้อตัวเมียจะวางไข่ที่ผิวทุเรียน เมื่อฟักออกจากไข่หนอนจะแทะกินผิวทุเรียนก่อน ตั้งแต่ผลขนาดเล็กอายุ 2 เดือนไปจนถึงผลโตเต็มที่พร้อมที่จะเก็บเกี่ยว เมื่อโตขึ้นจึงเจาะกินเข้าไปในเปลือกผลทุเรียน ทำให้ผลเป็นแผล อาจทำให้ผลเน่าและร่วงเนื่องจากเชื้อราเข้าทำลายซ้ำ ผลที่มีรอยแมลงทำลายทำให้ขายไม่ได้ราคา ถ้าหากหนอนเจาะกินเข้าไปจนถึงเนื้อจะทำให้บริเวณดังกล่าวเน่าเมื่อผลสุก ภายนอกผลทุเรียนจะสังเกตเห็นมูลและรังของหนอนได้อย่างชัดเจนและจะมีน้ำไหลเยิ้ม
การป้องกันกำจัด
1. วิธีเขตกรรม ตัดแต่งผลไม่ให้มีมากหรือติดกันเกินไป หรืออาจใช้วัสดุ เช่น กาบมะพร้าว หรือเศษไม้ กั้นระหว่างผล เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเต็มวัยวางไข่ หรือตัวหนอนหลบอาศัยอยู่ ควรเก็บทำลายผลทุเรียนเน่าและร่วงเพราะหนอนทำลายโดยเผาไฟหรือฝัง
2. วิธีกล หมั่นตรวจดูตามผลทุเรียน เมื่อพบรอยที่หนอนทำลาย ให้ใช้ไม้หรือลวดแข็งเขี่ยตัวหนอนออกมาทำลาย นอกจากนี้ควรห่อผลด้วยถุงมุ้งไนล่อน หรือถุงรีเมย์จะป้องกันไม่ให้ผีเสื้อมาวางไข่ได้ และไม่มีปัญหาทำให้สีผิวเปลือกของทุเรียนผิดไป โดยเริ่มห่อผลตั้งแต่ผลทุเรียนมีอายุประมาณ 1 เดือนครึ่งเป็นต้นไป
3. การใช้สารชีวภัณฑ์ การใช้สารสกัดจากพืช เช่น สารสกัดสะเดา หางไหล โล่ติ๊น หรือน้ำหมักจากข่าแดง ตะไคร้หอม บอระเพ็ด น้ำส้มควันไม้ เป็นต้น สารสกัดจากพืชจะเป็นสารที่ไล่ตัวเต็มวัยของแมลงที่บินได้ไม่ให้เข้ามาในสวน สามารถลดการวางไข่ได้ นอกจากนี้เนื่องจากหนอนเจาะผลเป็นแมลงในกลุ่มหนอนผีเสื้อ ดังนั้นการใช้แบคทีเรียบาซิลลัสทูริงเจนซิส(บีที) ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งสำหรับชาวสวนที่ไม่ใช้สารเคมีหรือการผลิตแบบอินทรีย์
4. การใช้สารเคมี .เมื่อเริ่มพบการระบาดของผีเสื้อตัวเต็มวัย ให้ใช้ เอราโพรทริน อัตรา 40-60 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7-10 วัน จำนวน 1 ครั้ง และควรพ่นสลับกลุ่มสารอื่นเพื่อลดปัญหาการดื้อยาของแมลงศัตรูทุเรียน เช่น เอราดอกซาคาร์บ 30 ซีซี พ่น 2 ครั้ง เอราทริป 30 ซีซี 2 ครั้ง ทุกๆ 7-10 วัน
เอราโพรทริน
เอราโพรทริน มีชื่อสามัญคือ ไซเพอร์เมทริน + โพรฟีโนฟอส 4%+40 % W/V EC
เป็นการนำสารไซเพอร์เมทรินซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม 3A (Pyrethroid) รบกวนความสมดุลของโซเดียม (Sodium channel modulators) ออกฤทธิ์กับระบบประสาท (Nerve action)ในบริเวณส่วนของ axon ทำให้เกิดอาการกระตุกของกล้ามเนื้อของแมลง ทำให้เป็นอัมพาตและตายในที่สุด
มารวมกับ สารโพรฟีโนฟอส ที่อยู่ในกลุ่ม 1B (Organophosphate) ออกฤทธิ์กับระบบประสาทและกล้ามเนื้อของแมลงโดยไปยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์โคลีนเอสเตอเรส (Acetylcholinesterase: AChE)
เอราโพรทริน เป็นสารสูตรผสมที่ลงตัวอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม เป็นสารที่ผสมกันแล้วเกิดการเสริมฤทธิ์กัน (synergistic effect) ทำให้สารออกฤทธิ์กว้างขึ้น
เอราโพรทริน เป็นสารที่ออกฤทธิ์เร็ว แรง ออกฤทธิ์ได้ดีกว่าการพ่นสารเดี่ยวๆ ช่วยลดการดื้