Shopee
รอกเชือก รอกสแตนเลส304 หัวรอกล้อหมุน มีทั้งรอกคู่ และ รอกเดี่ยว ขนาด M15-M50
4.8
ขายแล้ว 1 ชิ้น
0 ครั้ง
฿43
฿80
-46%
bee.toolbox
แบรนด์:
NoBrand
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
รายละเอียดสินค้า
รอกเชือกสแตนเลส 304 (Stainless Steel 304 Pulley) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการยกหรือเคลื่อนย้ายวัตถุโดยใช้เชือกหรือสายเคเบิลผ่านล้อหมุนเพื่อลดแรงที่ใช้ในการยก สิ่งที่ทำให้รอกนี้มีความพิเศษคือวัสดุที่ใช้ผลิต ซึ่งคือสแตนเลสเกรด 304
คุณสมบัติของรอกเชือกสแตนเลส 304 ได้แก่:
1. วัสดุทนทานต่อการกัดกร่อน: สแตนเลส 304 มีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูง เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในสภาพแวดล้อมปกติและสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือสารเคมี เช่น การใช้งานในอุตสาหกรรมอาหาร การเดินเรือ หรือภายนอกอาคาร
2. ความแข็งแรงและทนทาน: สแตนเลส 304 มีความแข็งแรงสูง สามารถรองรับน้ำหนักได้มากโดยไม่บิดเบี้ยวหรือเสียรูป
3. ง่ายต่อการบำรุงรักษา: ด้วยพื้นผิวของสแตนเลสที่ลื่นและเงางาม ทำให้สิ่งสกปรกหรือคราบต่าง ๆ เกาะติดได้ยาก สามารถทำความสะอาดได้ง่าย
4. การใช้งานที่หลากหลาย: รอกเชือกสแตนเลส 304 สามารถใช้ในงานที่ต้องการการยกของหนัก งานโครงสร้าง หรืองานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น งานก่อสร้าง การขนส่ง หรืองานในอุตสาหกรรมการผลิต
โดยทั่วไป รอกเชือกชนิดนี้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับงานที่ต้องการความทนทานและความปลอดภัยสูง
รอกเชือกสแตนเลส 304 มี 2 รูปแบบหลักที่คุณกล่าวถึง ได้แก่:
1. รอกเดี่ยว (แบบ 1 ราง):
● ลักษณะ: รอกเดี่ยวจะมีล้อเพียงหนึ่งล้อสำหรับเชือกหรือสายเคเบิลในการผ่าน
● การใช้งาน: รอกแบบนี้เหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการการทดแรงมาก หรือเมื่อต้องการใช้เพียงการเคลื่อนย้ายสิ่งของง่าย ๆ ด้วยน้ำหนักไม่มาก
● ข้อดี:
○ โครงสร้างเรียบง่าย
○ เหมาะกับงานยกหรือดึงที่มีน้ำหนักเบาถึงปานกลาง
○ ขนาดเล็กกะทัดรัด และง่ายต่อการติดตั้ง
● ข้อเสีย:
○ ทดแรงน้อยกว่ารอกคู่ เนื่องจากมีล้อเพียงล้อเดียว
2. รอกคู่ (แบบ 2 ราง):
● ลักษณะ: รอกคู่จะมีล้อสองล้อที่เชื่อมต่อกันสำหรับเชือกหรือสายเคเบิลในการผ่าน
● การใช้งาน: รอกแบบนี้เหมาะสำหรับงานที่ต้องการการทดแรงมากขึ้นหรืองานยกของที่มีน้ำหนักมาก โดยจะทำให้แรงที่ต้องใช้ในการยกน้อยลง
● ข้อดี:
○ ช่วยทดแรงได้ดีกว่า ทำให้ยกของที่หนักขึ้นได้ง่ายกว่า
○ เหมาะกับงานที่ต้องการความปลอดภัยและความมั่นคงในการยกของหนัก
○ ลดการสึกหรอของเชือกหรือสายเคเบิลเนื่องจากการกระจายแรงได้ดีกว่า
● ข้อเสีย:
○ โครงสร้างซับซ้อนกว่าและอาจมีขนาดใหญ่ขึ้น
○ มีราคาสูงกว่ารอกเดี่ยว
รอกเดี่ยวและรอกคู่ที่มีขนาดต่าง ๆ เช่น M15, M20, M25, M32, และ M50 หมายถึงขนาดของรอกในแง่ของการรับน้ำหนักและขนาดของล้อรอก ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการใช้งานยกของที่มีน้ำหนักต่างกัน
M15:
● เหมาะสำหรับงานที่ต้องยกของที่มีน้ำหนักเบา
● รองรับน้ำหนักสูงสุด 35kg.
● สำหรับเชือกขนาด 5.5-6 มม.
● ใช้ในงานภายในบ้านหรือโครงการขนาดเล็ก เช่น ยกของในโรงงานขนาดเล็ก
M20:
● ขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่า M15
● รองรับน้ำหนักสูงสุด 75kg.
● สำหรับเชือกขนาด 6-8 มม.
● ใช้สำหรับงานยกหรือดึงที่ต้องการความแข็งแรงเล็กน้อย เช่น งานขนย้ายที่มีน้ำหนักปานกลาง
M25:
● ขนาดกลาง ๆ ที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ค่อนข้างมาก
● รองรับน้ำหนักสูงสุด 150kg.
● สำหรับเชือกขนาด 8-10 มม.
● เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงและทนทานในระดับปานกลาง
● ใช้ในงานก่อสร้างหรืออุตสาหกรรมขนาดกลาง
M32:
● ขนาดใหญ่ขึ้น เหมาะสำหรับงานยกของหนัก
● รองรับน้ำหนักสูงสุด 250kg.
● สำหรับเชือกขนาด 9-11 มม.
● ใช้ในงานอุตสาหกรรมหรือการขนส่งที่ต้องการยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก
● มีความแข็งแรงสูงและทนทานต่อการใช้งานหนัก
M50:
● ขนาดใหญ่ที่สุด ในกลุ่มนี้ สามารถรองรับน้ำหนักมากที่สุด
● รองรับน้ำหนักสูงสุด 400kg.
● สำหรับเชือกขนาด 10-13 มม.
● เหมาะสำหรับงานที่ต้องการยกของขนาดใหญ่และหนัก เช่น งานในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หรือการก่อสร้างขนาดใหญ่
● แข็งแรง ทนทานมากที่สุดในทุกขนาด
การเลือกขนาดของรอก:
● การเลือกขนาดรอกขึ้นอยู่กับ น้ำหนักของวัตถุที่ต้องการยก และ พื้นที่การใช้งาน
● สำหรับงานที่ไม่ต้องการรับน้ำหนักมาก ขนาด M15 หรือ M20 ก็เพียงพอ
● หากต้องการรับน้ำหนักมากขึ้น ควรเลือก M25 หรือ M32
● ขนาด M50 เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยและความมั่นคงในการยกของหนักเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ ควรคำนึงถึงความเหมาะสมของขนาดรอกกับน้ำหนักที่ต้องยกและสภาพแวดล้อมในการใช้งาน
⚠️ สินค้าหมด สินค้าเหลือน้อย หรือสั่งซื้อในปริมาณมาก สามาร
คุณสมบัติของรอกเชือกสแตนเลส 304 ได้แก่:
1. วัสดุทนทานต่อการกัดกร่อน: สแตนเลส 304 มีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูง เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในสภาพแวดล้อมปกติและสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือสารเคมี เช่น การใช้งานในอุตสาหกรรมอาหาร การเดินเรือ หรือภายนอกอาคาร
2. ความแข็งแรงและทนทาน: สแตนเลส 304 มีความแข็งแรงสูง สามารถรองรับน้ำหนักได้มากโดยไม่บิดเบี้ยวหรือเสียรูป
3. ง่ายต่อการบำรุงรักษา: ด้วยพื้นผิวของสแตนเลสที่ลื่นและเงางาม ทำให้สิ่งสกปรกหรือคราบต่าง ๆ เกาะติดได้ยาก สามารถทำความสะอาดได้ง่าย
4. การใช้งานที่หลากหลาย: รอกเชือกสแตนเลส 304 สามารถใช้ในงานที่ต้องการการยกของหนัก งานโครงสร้าง หรืองานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น งานก่อสร้าง การขนส่ง หรืองานในอุตสาหกรรมการผลิต
โดยทั่วไป รอกเชือกชนิดนี้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับงานที่ต้องการความทนทานและความปลอดภัยสูง
รอกเชือกสแตนเลส 304 มี 2 รูปแบบหลักที่คุณกล่าวถึง ได้แก่:
1. รอกเดี่ยว (แบบ 1 ราง):
● ลักษณะ: รอกเดี่ยวจะมีล้อเพียงหนึ่งล้อสำหรับเชือกหรือสายเคเบิลในการผ่าน
● การใช้งาน: รอกแบบนี้เหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการการทดแรงมาก หรือเมื่อต้องการใช้เพียงการเคลื่อนย้ายสิ่งของง่าย ๆ ด้วยน้ำหนักไม่มาก
● ข้อดี:
○ โครงสร้างเรียบง่าย
○ เหมาะกับงานยกหรือดึงที่มีน้ำหนักเบาถึงปานกลาง
○ ขนาดเล็กกะทัดรัด และง่ายต่อการติดตั้ง
● ข้อเสีย:
○ ทดแรงน้อยกว่ารอกคู่ เนื่องจากมีล้อเพียงล้อเดียว
2. รอกคู่ (แบบ 2 ราง):
● ลักษณะ: รอกคู่จะมีล้อสองล้อที่เชื่อมต่อกันสำหรับเชือกหรือสายเคเบิลในการผ่าน
● การใช้งาน: รอกแบบนี้เหมาะสำหรับงานที่ต้องการการทดแรงมากขึ้นหรืองานยกของที่มีน้ำหนักมาก โดยจะทำให้แรงที่ต้องใช้ในการยกน้อยลง
● ข้อดี:
○ ช่วยทดแรงได้ดีกว่า ทำให้ยกของที่หนักขึ้นได้ง่ายกว่า
○ เหมาะกับงานที่ต้องการความปลอดภัยและความมั่นคงในการยกของหนัก
○ ลดการสึกหรอของเชือกหรือสายเคเบิลเนื่องจากการกระจายแรงได้ดีกว่า
● ข้อเสีย:
○ โครงสร้างซับซ้อนกว่าและอาจมีขนาดใหญ่ขึ้น
○ มีราคาสูงกว่ารอกเดี่ยว
รอกเดี่ยวและรอกคู่ที่มีขนาดต่าง ๆ เช่น M15, M20, M25, M32, และ M50 หมายถึงขนาดของรอกในแง่ของการรับน้ำหนักและขนาดของล้อรอก ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการใช้งานยกของที่มีน้ำหนักต่างกัน
M15:
● เหมาะสำหรับงานที่ต้องยกของที่มีน้ำหนักเบา
● รองรับน้ำหนักสูงสุด 35kg.
● สำหรับเชือกขนาด 5.5-6 มม.
● ใช้ในงานภายในบ้านหรือโครงการขนาดเล็ก เช่น ยกของในโรงงานขนาดเล็ก
M20:
● ขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่า M15
● รองรับน้ำหนักสูงสุด 75kg.
● สำหรับเชือกขนาด 6-8 มม.
● ใช้สำหรับงานยกหรือดึงที่ต้องการความแข็งแรงเล็กน้อย เช่น งานขนย้ายที่มีน้ำหนักปานกลาง
M25:
● ขนาดกลาง ๆ ที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ค่อนข้างมาก
● รองรับน้ำหนักสูงสุด 150kg.
● สำหรับเชือกขนาด 8-10 มม.
● เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงและทนทานในระดับปานกลาง
● ใช้ในงานก่อสร้างหรืออุตสาหกรรมขนาดกลาง
M32:
● ขนาดใหญ่ขึ้น เหมาะสำหรับงานยกของหนัก
● รองรับน้ำหนักสูงสุด 250kg.
● สำหรับเชือกขนาด 9-11 มม.
● ใช้ในงานอุตสาหกรรมหรือการขนส่งที่ต้องการยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก
● มีความแข็งแรงสูงและทนทานต่อการใช้งานหนัก
M50:
● ขนาดใหญ่ที่สุด ในกลุ่มนี้ สามารถรองรับน้ำหนักมากที่สุด
● รองรับน้ำหนักสูงสุด 400kg.
● สำหรับเชือกขนาด 10-13 มม.
● เหมาะสำหรับงานที่ต้องการยกของขนาดใหญ่และหนัก เช่น งานในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หรือการก่อสร้างขนาดใหญ่
● แข็งแรง ทนทานมากที่สุดในทุกขนาด
การเลือกขนาดของรอก:
● การเลือกขนาดรอกขึ้นอยู่กับ น้ำหนักของวัตถุที่ต้องการยก และ พื้นที่การใช้งาน
● สำหรับงานที่ไม่ต้องการรับน้ำหนักมาก ขนาด M15 หรือ M20 ก็เพียงพอ
● หากต้องการรับน้ำหนักมากขึ้น ควรเลือก M25 หรือ M32
● ขนาด M50 เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยและความมั่นคงในการยกของหนักเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ ควรคำนึงถึงความเหมาะสมของขนาดรอกกับน้ำหนักที่ต้องยกและสภาพแวดล้อมในการใช้งาน
⚠️ สินค้าหมด สินค้าเหลือน้อย หรือสั่งซื้อในปริมาณมาก สามาร