Shopee
กวางตุ้งดอก เมล็ดพันธ์ุ สำหรับปลูก 400-1000 เมล็ด มีคู่มือปลูก
5.0
ขายแล้ว 2 ชิ้น
0 ครั้ง
฿16
฿80
-80%
kodchasanshop
แบรนด์:
NoBrand
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
รายละเอียดสินค้า
การปลูกกวางตุ้งดอก เป็นเรื่องง่ายและให้ผลผลิตเร็ว เหมาะสำหรับปลูกในแปลงหรือกระถางเพื่อบริโภคในครัวเรือน มาดูวิธีปลูกและดูแลกัน:
1. เตรียมตัวก่อนปลูก
ฤดูกาลปลูก: กวางตุ้งดอกปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่จะเติบโตได้ดีที่สุดในฤดูหนาวหรือช่วงอากาศเย็น
ดิน: ดินร่วนซุย ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง ค่า pH 6.0-6.8
แสงแดด: ชอบแสงแดดเต็มวัน (6-8 ชั่วโมงต่อวัน)
เมล็ดพันธุ์: เลือกพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่ เช่น พันธุ์ต้านทานโรคและแมลง
2. การเพาะเมล็ด
เตรียมเมล็ด:
แช่เมล็ดในน้ำสะอาดประมาณ 6-8 ชั่วโมงเพื่อกระตุ้นการงอก
นำเมล็ดไปผึ่งในที่ร่มให้แห้งหมาด ๆ ก่อนปลูก
การเพาะ:
เตรียมแปลงหรือถาดเพาะด้วยดินผสมปุ๋ยคอกและดินร่วนในอัตราส่วน 2:1
หยอดเมล็ดลงในหลุมลึกประมาณ 1 ซม. หรือหว่านให้ทั่วแปลงแล้วกลบดินเบา ๆ
รดน้ำให้ชุ่ม
อายุเพาะต้นกล้า: ต้นกล้าพร้อมย้ายปลูกเมื่ออายุ 10-14 วัน หรือมีใบจริง 2-3 ใบ
3. การย้ายปลูก
การเตรียมแปลง: ยกร่องปลูกสูงประมาณ 10-15 ซม. เพื่อป้องกันน้ำขัง
ระยะปลูก: เว้นระยะห่างระหว่างต้น 20 ซม. และระหว่างแถว 30 ซม.
วิธีปลูก:
ขุดหลุมลึกประมาณ 5 ซม. แล้ววางต้นกล้าลงในหลุม
กลบดินรอบโคนต้นเบา ๆ และรดน้ำทันทีหลังปลูก
4. การดูแลรักษา
การให้น้ำ:
รดน้ำวันละ 1-2 ครั้งในช่วงเช้าและเย็น แต่ระวังอย่าให้น้ำขัง
การให้ปุ๋ย:
หลังปลูก 7-10 วัน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยสูตร 15-15-15 เพื่อเร่งการเจริญเติบโต
เมื่อกวางตุ้งเริ่มสร้างดอก ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 หรือ 12-24-12 เพื่อกระตุ้นการออกดอก
การกำจัดวัชพืช: ถอนวัชพืชรอบโคนต้นทุก 7-10 วัน
การป้องกันแมลง: ใช้สารสกัดธรรมชาติ เช่น น้ำส้มควันไม้ หรือน้ำหมักสมุนไพรฉีดพ่น
5. การเก็บเกี่ยว
อายุเก็บเกี่ยว: กวางตุ้งดอกพร้อมเก็บเมื่ออายุประมาณ 25-30 วันหลังปลูก หรือเมื่อดอกมีสีเหลืองสดและเริ่มบาน
วิธีเก็บ: ใช้กรรไกรตัดโคนต้นหรือดอกตามต้องการ โดยให้เหลือส่วนรากไว้เพื่อให้ต้นแตกยอดใหม่
เคล็ดลับเพิ่มเติม:
หากต้องการให้ดอกกวางตุ้งมีสีเหลืองสวยและโตเร็ว ควรดูแลต้นให้ได้รับแสงแดดเต็มที่และน้ำสม่ำเสมอ
หมั่นสังเกตต้นเพื่อป้องกันโรคราน้ำค้างและเพลี้ยที่มักเกิดในช่วงที่มีความชื้นสูง
การปลูกกวางตุ้งดอกนั้นไม่เพียงแค่สะดวก แต่ยังทำให้คุณได้วัตถุดิบสดใหม่สำหรับเมนูอร่อยในครัวเรือน 🌱
1. เตรียมตัวก่อนปลูก
ฤดูกาลปลูก: กวางตุ้งดอกปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่จะเติบโตได้ดีที่สุดในฤดูหนาวหรือช่วงอากาศเย็น
ดิน: ดินร่วนซุย ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง ค่า pH 6.0-6.8
แสงแดด: ชอบแสงแดดเต็มวัน (6-8 ชั่วโมงต่อวัน)
เมล็ดพันธุ์: เลือกพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่ เช่น พันธุ์ต้านทานโรคและแมลง
2. การเพาะเมล็ด
เตรียมเมล็ด:
แช่เมล็ดในน้ำสะอาดประมาณ 6-8 ชั่วโมงเพื่อกระตุ้นการงอก
นำเมล็ดไปผึ่งในที่ร่มให้แห้งหมาด ๆ ก่อนปลูก
การเพาะ:
เตรียมแปลงหรือถาดเพาะด้วยดินผสมปุ๋ยคอกและดินร่วนในอัตราส่วน 2:1
หยอดเมล็ดลงในหลุมลึกประมาณ 1 ซม. หรือหว่านให้ทั่วแปลงแล้วกลบดินเบา ๆ
รดน้ำให้ชุ่ม
อายุเพาะต้นกล้า: ต้นกล้าพร้อมย้ายปลูกเมื่ออายุ 10-14 วัน หรือมีใบจริง 2-3 ใบ
3. การย้ายปลูก
การเตรียมแปลง: ยกร่องปลูกสูงประมาณ 10-15 ซม. เพื่อป้องกันน้ำขัง
ระยะปลูก: เว้นระยะห่างระหว่างต้น 20 ซม. และระหว่างแถว 30 ซม.
วิธีปลูก:
ขุดหลุมลึกประมาณ 5 ซม. แล้ววางต้นกล้าลงในหลุม
กลบดินรอบโคนต้นเบา ๆ และรดน้ำทันทีหลังปลูก
4. การดูแลรักษา
การให้น้ำ:
รดน้ำวันละ 1-2 ครั้งในช่วงเช้าและเย็น แต่ระวังอย่าให้น้ำขัง
การให้ปุ๋ย:
หลังปลูก 7-10 วัน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยสูตร 15-15-15 เพื่อเร่งการเจริญเติบโต
เมื่อกวางตุ้งเริ่มสร้างดอก ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 หรือ 12-24-12 เพื่อกระตุ้นการออกดอก
การกำจัดวัชพืช: ถอนวัชพืชรอบโคนต้นทุก 7-10 วัน
การป้องกันแมลง: ใช้สารสกัดธรรมชาติ เช่น น้ำส้มควันไม้ หรือน้ำหมักสมุนไพรฉีดพ่น
5. การเก็บเกี่ยว
อายุเก็บเกี่ยว: กวางตุ้งดอกพร้อมเก็บเมื่ออายุประมาณ 25-30 วันหลังปลูก หรือเมื่อดอกมีสีเหลืองสดและเริ่มบาน
วิธีเก็บ: ใช้กรรไกรตัดโคนต้นหรือดอกตามต้องการ โดยให้เหลือส่วนรากไว้เพื่อให้ต้นแตกยอดใหม่
เคล็ดลับเพิ่มเติม:
หากต้องการให้ดอกกวางตุ้งมีสีเหลืองสวยและโตเร็ว ควรดูแลต้นให้ได้รับแสงแดดเต็มที่และน้ำสม่ำเสมอ
หมั่นสังเกตต้นเพื่อป้องกันโรคราน้ำค้างและเพลี้ยที่มักเกิดในช่วงที่มีความชื้นสูง
การปลูกกวางตุ้งดอกนั้นไม่เพียงแค่สะดวก แต่ยังทำให้คุณได้วัตถุดิบสดใหม่สำหรับเมนูอร่อยในครัวเรือน 🌱