Guppy คาฟจิ๋ว หรือ ตันโจจิ๋ว จักรพรรดิตู้ปลา🔴⚪โค่ยเรดเอีย Koi Red Ear เกรดA ความหายาก (⭐⭐⭐⭐)
Shopee

Guppy คาฟจิ๋ว หรือ ตันโจจิ๋ว จักรพรรดิตู้ปลา🔴⚪โค่ยเรดเอีย Koi Red Ear เกรดA ความหายาก (⭐⭐⭐⭐)

5.0
ขายแล้ว 7 ชิ้น 0 ครั้ง
฿57 ฿60 -5%
BNZ GUPPY
แบรนด์: NoBrand
ซื้อที่ Shopee

คุณจะถูกนำไปยัง Shopee

รายละเอียดสินค้า

🔴⚪โค่ยเรดเอีย Albino Koi Red Ear อายุ2-3เดือนพร้อมผสม

🎯 จุดเด่นของ Albino Koi Red Ear:
1. 👁 ดวงตาสีแดง (ลักษณะอัลไบโน่แท้)
ลูกตาเป็นสีแดงใส มองทะลุได้ เกิดจากการขาดเมลานิน (สารสร้างสีดำ)

ให้ลุคที่ดูละมุน อ่อนโยน และหายาก

2. 🎨 สีตัวโทนขาว-แดงชัด
ลำตัวพื้นสีขาว-ชมพูใส (เพราะไม่มีเม็ดสีดำ)

ตัดกับ “สีแดงสด” ที่ใบหู (ครีบหน้า) อย่างชัดเจน

บางตัวมีลวดลายโค่ยบนตัว (จุดแดง, แถบแดงบนหลัง) ดูเหมือนปลาคาร์ฟ

3. 🟥 หูแดง (Red Ear) ชัดมาก
ครีบหน้า (pectoral fin) จะมีสีแดงสดโดดเด่น

เป็นลักษณะพิเศษที่นักเลี้ยงนิยม เพราะบ่งบอกถึงสุขภาพดีและพันธุกรรมเด่น

4. 🧬 ลักษณะพันธุกรรมหายาก
การได้อัลไบโน่ที่หูแดง แถมลวดลายโค่ยชัด ต้องใช้การผสมและคัดสายที่แม่นยำ

ปกติจะมีอัตรารอดน้อยกว่าปลาสีธรรมดา ทำให้ “ราคาและความนิยม” สูงกว่า

5. 📸 เป็นปลาที่สวยมากบนพื้นตู้สีเข้ม
เพราะสีขาว-แดงของปลาจะ “ลอยเด่น” อย่างชัดเจนในตู้ปลาฉากดำหรือพื้นกรวดเข้ม

เหมาะสำหรับเลี้ยงโชว์ในตู้เดี่ยวหรือสายโชว์

⚠ ข้อควรระวังในการเลี้ยง Albino Koi Red Ear:
อ่อนไหวต่อแสงแรง เพราะไม่มีเม็ดสีป้องกันรังสี UV → ไม่ควรเลี้ยงในที่แดดจัด

ควรเลี้ยงในน้ำคุณภาพดีอย่างสม่ำเสมอ เพราะภูมิต้านทานจะต่ำกว่าสายปกติเล็กน้อย
ดูแลไม่ยาก
แม้จะเป็นสายพันธุ์สวยงาม แต่ก็ไม่ได้ดูแลยากเท่าปลาที่มีหางซ้อนซับมากนัก เหมาะกับมือใหม่ที่อยากเลี้ยงปลาสวยงาม

!!!!! ทางเราไม่สนับสนุนให้ลูกค้ากดสั่งสินค้าเล่น !!!!!
** โดยเฉพาะการจ่ายแบบ COD (เก็บเงินปลายทาง) **

📌เนื่องจากร้านมีต้นทุนในการแพ็คและค่าจัดส่ง📌

📣ทางร้านจะพยายามจัดส่งสินค้าให้ไวที่สุด📣
📣ขอความเห็นใจด้วย..ขอบพระคุณที่ใช้บริการค้าบ📣

*** ถ่ายวิดีโอทุกครั้งเวลาแกะกล่องเพื่อทำเรื่องเคลมสินค้า***

✅ คำแนะนำเพื่อไม่ให้ปลาตายหลังปล่อย:
1.ปรับอุณหภูมิให้ใกล้เคียงกัน (การเทียบอุณหภูมิ)
- ก่อนปล่อยปลาลงในบ่อ ควรแช่ถุงหรือภาชนะที่ใส่ปลาในน้ำบ่อประมาณ 15–30 นาที เพื่อให้อุณหภูมิเท่ากัน ลดอาการช็อกของปลา

2.ปรับสภาพน้ำ (เทียบค่าน้ำ)
- ค่อยๆ เติมน้ำจากบ่อเลี้ยงเข้าไปในถุงเลี้ยงปลาทีละน้อย ทุกๆ 5–10 นาที เพื่อให้ปลาได้ปรับตัวกับพีเอช (pH) ความกระด้าง และแร่ธาตุต่างๆ ก่อนปล่อยลงบ่อจริง

3.ไม่ควรปล่อยปลาตอนแดดจัด
- ปล่อยในช่วงเช้าหรือเย็น อุณหภูมิน้ำจะไม่สูงมาก ลดความเครียดของปลา

4.ใส่น้ำยาปรับสภาพน้ำ (ถ้าจำเป็น)
- เช่น น้ำยาลดคลอรีน กรองน้ำก่อนใช้ หรือเติมจุลินทรีย์ช่วยปรับสมดุล (เช่น EM)

5.อย่าให้อาหารทันที
- หลังปล่อยปลา ควรงดให้อาหารอย่างน้อย 12–24 ชั่วโมง เพื่อให้ปลาปรับตัวก่อน ลดการปนเปื้อนน้ำจากเศษอาหาร

6.สังเกตอาการปลา
- หากปลามีอาการลอยน้ำ หายใจแรง หรือว่ายผิดปกติ ให้แยกปลาทันทีไปพักฟื้นในภาชนะที่มีอ๊อกซิเจนหรือน้ำสะอาด

7.เพิ่มอ๊อกซิเจนในบ่อ
- โดยการใช้หัวอัดอากาศหรือเพิ่มพืชน้ำที่ช่วยเพิ่มออกซิเจน เช่น จอก แหน หรือผักตบชวา

หากคุณเลี้ยงปลาในบ่อขนาดใหญ่หรือเพื่อการค้าก็อาจพิจารณาการตรวจคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ (pH, แอมโมเนีย, ไนไตรท์ ฯลฯ)

สินค้าที่เกี่ยวข้อง