Shopee
เรดซูพรีม 107 เมล็ดพันธุ์พริกบริษัทซินเจนทรา บรรจุ25กรัม(5000เมล็ด)/ซอง
5.0
ขายแล้ว 1 ชิ้น
0 ครั้ง
฿554
มาซื้อกันเถอะ
แบรนด์:
Syngenta(ซินเจนทา)
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
รายละเอียดสินค้า
พริกเรดซุพรีม 107 เป็นพริกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นผลดก, ทนทานโรค, และผลผลิตมีคุณภาพสูง ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลการปลูกพริกชนิดนี้มีดังนี้ครับ
ข้อมูลทั่วไปโดยละเอียด
ชื่อ: พริกพันธุ์เรดซุพรีม 107 (Red Supreme 107)
ลักษณะเด่น: เป็นพริกขี้หนูพันธุ์ผสม F1
ผล: ผลมีสีเขียวเข้มเมื่อยังไม่สุก และจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสดเมื่อสุกเต็มที่
ความยาว: ประมาณ 7-9 เซนติเมตร
ความกว้าง: ประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร
รสชาติ: มีความเผ็ดระดับปานกลางถึงเผ็ดมาก
การเจริญเติบโต: ต้นแข็งแรง ทรงพุ่มกว้าง
ผลผลิต: ออกดอกและติดผลดกอย่างต่อเนื่อง
อายุเก็บเกี่ยว: ประมาณ 60-70 วันหลังย้ายกล้า
ความทนทาน: ทนทานต่อโรคไวรัสและโรคเหี่ยวได้ดี
การใช้งาน: นิยมใช้บริโภคสด, ทำน้ำพริก, หรือแปรรูปอื่นๆ
ข้อมูลก่อนปลูกโดยละเอียด
1. การเตรียมพื้นที่:
การเลือกพื้นที่: ควรเป็นพื้นที่ที่ระบายน้ำได้ดี มีแสงแดดส่องถึงอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง
การปรับปรุงดิน:
การไถพรวน: ไถพรวนดินลึกประมาณ 20-30 ซม. เพื่อให้ดินร่วนซุย
การใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก: ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่ย่อยสลายแล้วในอัตราส่วน 1-2 ตันต่อไร่
การปรับค่า pH: ควรตรวจวัดค่า pH ของดินให้อยู่ในระหว่าง 6.0-6.8 หากดินเป็นกรด ควรใส่ปูนขาวหรือโดโลไมท์เพื่อปรับสภาพดิน
2. การเตรียมกล้า:
การเพาะเมล็ด:
วัสดุเพาะ: ใช้พีทมอส, ขุยมะพร้าวร่อน, หรือวัสดุเพาะสำเร็จรูป
ขั้นตอน:
นำวัสดุเพาะใส่ถาดเพาะเมล็ด
โรยเมล็ดพริก 1-2 เมล็ดต่อหลุม
กลบเมล็ดด้วยวัสดุเพาะบางๆ
รดน้ำให้ชุ่ม
ใช้ผ้าพลาสติกคลุมถาดเพาะเพื่อรักษาความชื้น และนำไปวางในที่ร่ม
ระยะเวลา: เมล็ดจะเริ่มงอกภายใน 7-10 วัน และต้นกล้าจะพร้อมย้ายปลูกเมื่อมีใบจริง 3-4 ใบ (ประมาณ 25-30 วัน)
3. การเตรียมแปลงปลูก:
การยกร่อง: ยกร่องแปลงปลูกให้มีความกว้างประมาณ 1 เมตร ความสูง 20-30 ซม. และเว้นทางเดินระหว่างร่องประมาณ 50-60 ซม.
การคลุมแปลง: คลุมแปลงด้วยพลาสติกคลุมดินเพื่อรักษาความชื้น, ป้องกันวัชพืช, และช่วยให้ดินอุ่นขึ้น
ข้อมูลการปลูกโดยละเอียด
1. การย้ายปลูก:
ช่วงเวลา: ควรย้ายปลูกในช่วงบ่ายแก่ๆ หรือช่วงเย็น เพื่อลดการคายน้ำของต้นกล้า
ระยะห่าง:
ระยะระหว่างต้น: 30-40 ซม.
ระยะระหว่างแถว: 50-60 ซม.
วิธีการ:
ใช้ช้อนหรืออุปกรณ์สำหรับย้ายกล้าตักต้นกล้าพร้อมดินรอบราก
นำไปปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ในแปลง
กลบดินรอบโคนต้นให้แน่นพอประมาณ
รดน้ำทันทีหลังปลูก
2. การให้ปุ๋ย:
ระยะแรก (1-30 วัน): เน้นปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เช่น สูตร 15-15-15 เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของลำต้นและใบ
ระยะออกดอก (30-60 วัน): เปลี่ยนเป็นปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง เช่น สูตร 12-24-12 หรือ 8-24-24 เพื่อส่งเสริมการออกดอกและติดผล
ระยะติดผล (60 วันขึ้นไป): ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 13-13-21 หรือ 15-15-15 เพื่อบำรุงผลผลิตอย่างต่อเนื่อง
วิธีการ: ควรใส่ปุ๋ยทางดินร่วมกับการฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ
ข้อมูลการดูแลโดยละเอียด
1. การให้น้ำ:
ช่วงแรก (1-15 วัน): รดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้ดินชุ่มชื้นสม่ำเสมอ
ช่วงต้นโตเต็มที่: รดน้ำวันเว้นวัน หรือทุก 2-3 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและชนิดของดิน
เทคนิค: ควรให้น้ำแบบสปริงเกลอร์หรือระบบน้ำหยดเพื่อประหยัดน้ำและช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรค
ข้อควรระวัง: ไม่ควรรดน้ำจนดินแฉะเกินไป เพราะจะทำให้รากเน่าได้
2. การจัดการศัตรูพืชและโรค:
โรคที่พบบ่อย:
โรคเหี่ยวจากเชื้อรา: เกิดจากเชื้อรา Fusarium หรือ Phytophthora
โรคไวรัส: ทำให้พืชใบหงิกงอ, ยอดชะงัก
แมลงศัตรูพืช:
เพลี้ยอ่อน, เพลี้ยไฟ: ดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนและใบ ทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต
ไรแดง: ดูดกินน้ำเลี้ยงจากใต้ใบ ทำให้ใบเป็นจุดสีเหลืองหรือน้ำตาล
การป้องกันและกำจัด:
การปลูกพืชหมุนเวียน: ไม่ควรปลูกพริกในพื้นที่เดิมซ้ำๆ กัน
การใช้สารชีวภัณฑ์: เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อป้องกันโรครากเน่า และเชื้อราบิวเวอเรียหรือสารสกัดจากสะเดาเพื่อกำจัดแมลง
การใช้สารเคมี: ใช้เมื่อมีการระบาดรุนแรง โดยเลือกใช้สารเคมีที่เหมาะสมและปลอดภัย
3. การเก็บเกี่ยว:
อายุเก็บเกี่ยว: สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้เมื่อผลมีสีเขียวเข้มและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง (ประมาณ 60-70 วันหลังย้ายปลูก)
วิธีการ: ใช้กรรไกรหรือมีดปลายแหลมตัดขั้วผลพริก
ความถี่: ควรเก็บเกี่ยวทุก 3-5 วัน เพื่อกระตุ้นให้ต้นออก
ข้อมูลทั่วไปโดยละเอียด
ชื่อ: พริกพันธุ์เรดซุพรีม 107 (Red Supreme 107)
ลักษณะเด่น: เป็นพริกขี้หนูพันธุ์ผสม F1
ผล: ผลมีสีเขียวเข้มเมื่อยังไม่สุก และจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสดเมื่อสุกเต็มที่
ความยาว: ประมาณ 7-9 เซนติเมตร
ความกว้าง: ประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร
รสชาติ: มีความเผ็ดระดับปานกลางถึงเผ็ดมาก
การเจริญเติบโต: ต้นแข็งแรง ทรงพุ่มกว้าง
ผลผลิต: ออกดอกและติดผลดกอย่างต่อเนื่อง
อายุเก็บเกี่ยว: ประมาณ 60-70 วันหลังย้ายกล้า
ความทนทาน: ทนทานต่อโรคไวรัสและโรคเหี่ยวได้ดี
การใช้งาน: นิยมใช้บริโภคสด, ทำน้ำพริก, หรือแปรรูปอื่นๆ
ข้อมูลก่อนปลูกโดยละเอียด
1. การเตรียมพื้นที่:
การเลือกพื้นที่: ควรเป็นพื้นที่ที่ระบายน้ำได้ดี มีแสงแดดส่องถึงอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง
การปรับปรุงดิน:
การไถพรวน: ไถพรวนดินลึกประมาณ 20-30 ซม. เพื่อให้ดินร่วนซุย
การใส่ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก: ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่ย่อยสลายแล้วในอัตราส่วน 1-2 ตันต่อไร่
การปรับค่า pH: ควรตรวจวัดค่า pH ของดินให้อยู่ในระหว่าง 6.0-6.8 หากดินเป็นกรด ควรใส่ปูนขาวหรือโดโลไมท์เพื่อปรับสภาพดิน
2. การเตรียมกล้า:
การเพาะเมล็ด:
วัสดุเพาะ: ใช้พีทมอส, ขุยมะพร้าวร่อน, หรือวัสดุเพาะสำเร็จรูป
ขั้นตอน:
นำวัสดุเพาะใส่ถาดเพาะเมล็ด
โรยเมล็ดพริก 1-2 เมล็ดต่อหลุม
กลบเมล็ดด้วยวัสดุเพาะบางๆ
รดน้ำให้ชุ่ม
ใช้ผ้าพลาสติกคลุมถาดเพาะเพื่อรักษาความชื้น และนำไปวางในที่ร่ม
ระยะเวลา: เมล็ดจะเริ่มงอกภายใน 7-10 วัน และต้นกล้าจะพร้อมย้ายปลูกเมื่อมีใบจริง 3-4 ใบ (ประมาณ 25-30 วัน)
3. การเตรียมแปลงปลูก:
การยกร่อง: ยกร่องแปลงปลูกให้มีความกว้างประมาณ 1 เมตร ความสูง 20-30 ซม. และเว้นทางเดินระหว่างร่องประมาณ 50-60 ซม.
การคลุมแปลง: คลุมแปลงด้วยพลาสติกคลุมดินเพื่อรักษาความชื้น, ป้องกันวัชพืช, และช่วยให้ดินอุ่นขึ้น
ข้อมูลการปลูกโดยละเอียด
1. การย้ายปลูก:
ช่วงเวลา: ควรย้ายปลูกในช่วงบ่ายแก่ๆ หรือช่วงเย็น เพื่อลดการคายน้ำของต้นกล้า
ระยะห่าง:
ระยะระหว่างต้น: 30-40 ซม.
ระยะระหว่างแถว: 50-60 ซม.
วิธีการ:
ใช้ช้อนหรืออุปกรณ์สำหรับย้ายกล้าตักต้นกล้าพร้อมดินรอบราก
นำไปปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ในแปลง
กลบดินรอบโคนต้นให้แน่นพอประมาณ
รดน้ำทันทีหลังปลูก
2. การให้ปุ๋ย:
ระยะแรก (1-30 วัน): เน้นปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เช่น สูตร 15-15-15 เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของลำต้นและใบ
ระยะออกดอก (30-60 วัน): เปลี่ยนเป็นปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง เช่น สูตร 12-24-12 หรือ 8-24-24 เพื่อส่งเสริมการออกดอกและติดผล
ระยะติดผล (60 วันขึ้นไป): ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 13-13-21 หรือ 15-15-15 เพื่อบำรุงผลผลิตอย่างต่อเนื่อง
วิธีการ: ควรใส่ปุ๋ยทางดินร่วมกับการฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ
ข้อมูลการดูแลโดยละเอียด
1. การให้น้ำ:
ช่วงแรก (1-15 วัน): รดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้ดินชุ่มชื้นสม่ำเสมอ
ช่วงต้นโตเต็มที่: รดน้ำวันเว้นวัน หรือทุก 2-3 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและชนิดของดิน
เทคนิค: ควรให้น้ำแบบสปริงเกลอร์หรือระบบน้ำหยดเพื่อประหยัดน้ำและช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรค
ข้อควรระวัง: ไม่ควรรดน้ำจนดินแฉะเกินไป เพราะจะทำให้รากเน่าได้
2. การจัดการศัตรูพืชและโรค:
โรคที่พบบ่อย:
โรคเหี่ยวจากเชื้อรา: เกิดจากเชื้อรา Fusarium หรือ Phytophthora
โรคไวรัส: ทำให้พืชใบหงิกงอ, ยอดชะงัก
แมลงศัตรูพืช:
เพลี้ยอ่อน, เพลี้ยไฟ: ดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนและใบ ทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต
ไรแดง: ดูดกินน้ำเลี้ยงจากใต้ใบ ทำให้ใบเป็นจุดสีเหลืองหรือน้ำตาล
การป้องกันและกำจัด:
การปลูกพืชหมุนเวียน: ไม่ควรปลูกพริกในพื้นที่เดิมซ้ำๆ กัน
การใช้สารชีวภัณฑ์: เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อป้องกันโรครากเน่า และเชื้อราบิวเวอเรียหรือสารสกัดจากสะเดาเพื่อกำจัดแมลง
การใช้สารเคมี: ใช้เมื่อมีการระบาดรุนแรง โดยเลือกใช้สารเคมีที่เหมาะสมและปลอดภัย
3. การเก็บเกี่ยว:
อายุเก็บเกี่ยว: สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้เมื่อผลมีสีเขียวเข้มและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง (ประมาณ 60-70 วันหลังย้ายปลูก)
วิธีการ: ใช้กรรไกรหรือมีดปลายแหลมตัดขั้วผลพริก
ความถี่: ควรเก็บเกี่ยวทุก 3-5 วัน เพื่อกระตุ้นให้ต้นออก