Shopee
มะลิกับไมโล 2 ภาษา อาบน้ำเองเก่งจัง จัดบ้านใหม่ ปิกนิกในสวน ตามหาสีสนุกจัง รู้จักร่างกาย นับจำนวนง่าย เที่ยวทะเล
5.0
ขายแล้ว 1 ชิ้น
0 ครั้ง
฿114
฿115
-1%
bunnybooks8
แบรนด์:
Nanmeebooks(นานมีบุ๊คส์)
ซื้อที่ Shopee
คุณจะถูกนำไปยัง Shopee
รายละเอียดสินค้า
มะลิกับไมโล 12 เล่ม
หนังสือเด็กประกอบภาพที่มิใช่นิทาน (nonfiction children picturebooks) จำเป็นต้องมีจุดเด่นบางข้อ ข้อหนึ่งคือหนังสือควรมีปฏิสัมพันธ์ -interactive โดยตรงกับเด็ก ยกตัวอย่าง ให้เด็ก “เลือก” ว่าจะไปทางไหน
มีประเด็นพัฒนาการและการศึกษาหลายเรื่องอยู่ในหนังสือชุดนี้ เรื่องหนึ่งคือเรื่องการเลือก มะลิกับไมโลดูจะมีอิสระในการเลือก
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ของใช้ประจำวัน ของใช้เฉพาะกิจ ไปจนถึงเลือกอาหาร ขนม และกิจกรรม ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านมักเลือกให้ลูก อีกทั้งหลายครั้งที่ลูกเลือกแล้วก็จะได้รับคำตอบจากคุณพ่อคุณแม่ว่าไม่ให้
ปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะคุณพ่อคุณแม่คิดเรื่องความเหมาะสมและเป็นความหวังดี อย่างไรก็ตามการเลือกเป็นทักษะสมองที่ไม่ควรมองข้าม
เด็กๆ ควรได้รับอิสระในการเลือกแล้วยอมรับผลลัพธ์ของการเลือกเองตามสมควร (selection &accountability) สมองจึงจะพัฒนาความสามารถที่จะเลือกแล้วประเมินผลแล้วเปลี่ยน คือ EF ขั้นพื้นฐาน
สำหรับการศึกษา เด็กที่มีเสรีในการเลือกกิจกรรมเองเขาจะก่อร่าง (construct) ความรู้ได้เองตามจังหวะก้าวของตนเอง
สำคัญกว่าความรู้คือทักษะเรียนรู้ทีละขั้นๆ ตามจังหวะก้าวของตนเองอีกเช่นกัน
เมื่อเขากำหนดขั้นตอนการเรียนรู้ด้วยตนเองเขาจะทำได้เสมอและภูมิใจตนเองเสมอ เป็นกระบวนทัศน์พัฒนาที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้เองง่ายๆที่บ้าน (self-esteem &growth mindset) ภายใต้ข้อเท็จจริงที่ว่าการเล่นคือการเรียนรู้
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องไวยากรณ์ของการเขียนเรื่อง หนังสือเริ่มด้วยรูปวัสดุจำนวนหนึ่งโดยไม่มีคำบรรยาย คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรข้ามขั้นตอนนี้เร็วเกินไป ปล่อยเวลาสักครู่ให้เด็กๆ ได้พิจารณารูปภาพและรายละเอียด
เมื่อถึงคำบรรยายที่ว่าด้วยการเลือกเด็กๆ จะพบว่าจำนวนวัสดุมีมากกว่าสองเสมอ ดังนั้นจะมีของเหลืออยู่เสมอหลังจากที่มะลิและไมโลเลือกแล้ว
แต่ว่าใช่หรือเพราะบางครั้งมะลิและไมโลก็ไม่เลือกเลยแล้วเอาไปทั้งหมด เหล่านี้เป็นความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่ว่าด้วยจำนวนนับ (number) และการคงสภาพของวัตถุ (conservation) รวมทั้งการเปลี่ยนตำแหน่ง (displacement) ของวัตถุโดยไม่เสียคุณสมบัติ
พ้นจากเรื่องพัฒนาการจึงมาถึงเรื่องเด็กๆ ควรทำอย่างไรในสถานการณ์ต่างๆ หนังสือชุดนี้เขียนถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดในชีวิตประจำวันตั้งแต่เรื่องการกิน การอาบน้ำ การแต่งตัวซึ่งเป็นเรื่องการดูแลร่างกายของตัวเอง
เด็กๆ จำเป็นต้องฝึกดูแลร่างกายของตัวเองก่อนเสมอเหตุเพราะเด็กๆ มีพัฒนาการของความคิดที่เห็นตนเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered) อยู่แล้วโดยธรรมชาติ การฝึกดูแลตัวเองที่ศูนย์กลางจึงเป็นเรื่องทำได้ง่ายและเหมาะกับวัย
ก่อนที่ร่างกายและแขนขาจะแข็งแรงขึ้นแล้วพวกเขาจะเริ่มเดินออกจากตำแหน่งศูนย์กลางไปโลกกว้าง
หนังสือจะเล่าต่อไปถึงการเตรียมตัวและวัสดุอุปกรณ์แต่ละชิ้นเพื่อประโยชน์อะไร เมื่อเด็กๆสามารถดูแลร่างกายตนเองได้จึงจะเกิดเซลฟ์เอสตีม
แล้วเซลฟ์เอสตีมนั้นจะแผ่ขยายออกไปตามอาณาเขตที่พวกเขาออกเดินทางไปนั่นเท่ากับความเป็นศูนย์กลางของจักรวาลที่ลดลงไปเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป
จากร่างกายไปสู่บ้านใหม่ จากบ้านใหม่ไปสู่สนามนอกบ้าน การเรียนรู้ขยับขยายออกไป เช่น จำนวนนับที่มากขึ้น จำนวนสีที่มากขึ้น
จากสนามนอกบ้านไปสู่โลกภายนอก ได้แก่ ปิกนิกในสวนสาธารณะ ไปเที่ยวทะเล ยิ่งไกลออกไปจากศูนย์กลางก็มีจำนวนสถานการณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การเตรียมงานเลี้ยง การตั้งแคมป์ เป็นต้น
แล้วสุดท้ายคือไปโรงเรียนนั่นคือจากศูนย์กลางของจักรวาลสู่สังคม
เป็นชุดหนังสือที่เล่าเรื่องพัฒนาการเด็กครบทั้งกระบวนการในชุดเดียว
#chidrenpicturebooks
หนังสือเด็กประกอบภาพที่มิใช่นิทาน (nonfiction children picturebooks) จำเป็นต้องมีจุดเด่นบางข้อ ข้อหนึ่งคือหนังสือควรมีปฏิสัมพันธ์ -interactive โดยตรงกับเด็ก ยกตัวอย่าง ให้เด็ก “เลือก” ว่าจะไปทางไหน
มีประเด็นพัฒนาการและการศึกษาหลายเรื่องอยู่ในหนังสือชุดนี้ เรื่องหนึ่งคือเรื่องการเลือก มะลิกับไมโลดูจะมีอิสระในการเลือก
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ของใช้ประจำวัน ของใช้เฉพาะกิจ ไปจนถึงเลือกอาหาร ขนม และกิจกรรม ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านมักเลือกให้ลูก อีกทั้งหลายครั้งที่ลูกเลือกแล้วก็จะได้รับคำตอบจากคุณพ่อคุณแม่ว่าไม่ให้
ปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะคุณพ่อคุณแม่คิดเรื่องความเหมาะสมและเป็นความหวังดี อย่างไรก็ตามการเลือกเป็นทักษะสมองที่ไม่ควรมองข้าม
เด็กๆ ควรได้รับอิสระในการเลือกแล้วยอมรับผลลัพธ์ของการเลือกเองตามสมควร (selection &accountability) สมองจึงจะพัฒนาความสามารถที่จะเลือกแล้วประเมินผลแล้วเปลี่ยน คือ EF ขั้นพื้นฐาน
สำหรับการศึกษา เด็กที่มีเสรีในการเลือกกิจกรรมเองเขาจะก่อร่าง (construct) ความรู้ได้เองตามจังหวะก้าวของตนเอง
สำคัญกว่าความรู้คือทักษะเรียนรู้ทีละขั้นๆ ตามจังหวะก้าวของตนเองอีกเช่นกัน
เมื่อเขากำหนดขั้นตอนการเรียนรู้ด้วยตนเองเขาจะทำได้เสมอและภูมิใจตนเองเสมอ เป็นกระบวนทัศน์พัฒนาที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้เองง่ายๆที่บ้าน (self-esteem &growth mindset) ภายใต้ข้อเท็จจริงที่ว่าการเล่นคือการเรียนรู้
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องไวยากรณ์ของการเขียนเรื่อง หนังสือเริ่มด้วยรูปวัสดุจำนวนหนึ่งโดยไม่มีคำบรรยาย คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรข้ามขั้นตอนนี้เร็วเกินไป ปล่อยเวลาสักครู่ให้เด็กๆ ได้พิจารณารูปภาพและรายละเอียด
เมื่อถึงคำบรรยายที่ว่าด้วยการเลือกเด็กๆ จะพบว่าจำนวนวัสดุมีมากกว่าสองเสมอ ดังนั้นจะมีของเหลืออยู่เสมอหลังจากที่มะลิและไมโลเลือกแล้ว
แต่ว่าใช่หรือเพราะบางครั้งมะลิและไมโลก็ไม่เลือกเลยแล้วเอาไปทั้งหมด เหล่านี้เป็นความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่ว่าด้วยจำนวนนับ (number) และการคงสภาพของวัตถุ (conservation) รวมทั้งการเปลี่ยนตำแหน่ง (displacement) ของวัตถุโดยไม่เสียคุณสมบัติ
พ้นจากเรื่องพัฒนาการจึงมาถึงเรื่องเด็กๆ ควรทำอย่างไรในสถานการณ์ต่างๆ หนังสือชุดนี้เขียนถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดในชีวิตประจำวันตั้งแต่เรื่องการกิน การอาบน้ำ การแต่งตัวซึ่งเป็นเรื่องการดูแลร่างกายของตัวเอง
เด็กๆ จำเป็นต้องฝึกดูแลร่างกายของตัวเองก่อนเสมอเหตุเพราะเด็กๆ มีพัฒนาการของความคิดที่เห็นตนเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered) อยู่แล้วโดยธรรมชาติ การฝึกดูแลตัวเองที่ศูนย์กลางจึงเป็นเรื่องทำได้ง่ายและเหมาะกับวัย
ก่อนที่ร่างกายและแขนขาจะแข็งแรงขึ้นแล้วพวกเขาจะเริ่มเดินออกจากตำแหน่งศูนย์กลางไปโลกกว้าง
หนังสือจะเล่าต่อไปถึงการเตรียมตัวและวัสดุอุปกรณ์แต่ละชิ้นเพื่อประโยชน์อะไร เมื่อเด็กๆสามารถดูแลร่างกายตนเองได้จึงจะเกิดเซลฟ์เอสตีม
แล้วเซลฟ์เอสตีมนั้นจะแผ่ขยายออกไปตามอาณาเขตที่พวกเขาออกเดินทางไปนั่นเท่ากับความเป็นศูนย์กลางของจักรวาลที่ลดลงไปเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป
จากร่างกายไปสู่บ้านใหม่ จากบ้านใหม่ไปสู่สนามนอกบ้าน การเรียนรู้ขยับขยายออกไป เช่น จำนวนนับที่มากขึ้น จำนวนสีที่มากขึ้น
จากสนามนอกบ้านไปสู่โลกภายนอก ได้แก่ ปิกนิกในสวนสาธารณะ ไปเที่ยวทะเล ยิ่งไกลออกไปจากศูนย์กลางก็มีจำนวนสถานการณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การเตรียมงานเลี้ยง การตั้งแคมป์ เป็นต้น
แล้วสุดท้ายคือไปโรงเรียนนั่นคือจากศูนย์กลางของจักรวาลสู่สังคม
เป็นชุดหนังสือที่เล่าเรื่องพัฒนาการเด็กครบทั้งกระบวนการในชุดเดียว
#chidrenpicturebooks